สมชาย แสวงการ พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกัน เพื่อให้เกิดการดุลยภาพระหว่างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ และองค์กรอิสระ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการตรวจสอบและแต่งตั้งบุคคลในระบบการเมือง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนใจในการแก้ไขมาตราเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้ระบบการเมืองมีความมั่นคงและสมดุล
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ก็พยายามอธิบายความที่ท่านสมาชิกต้องเข้าใจก่อนที่ท่านจะลงมติ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เหตุผลที่รัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา เป็นรัฐธรรมนูญฉบับเดียวในโลกที่ไม่ถูกฉีกเลยมีการแก้ไข ๒๗ ครั้งครับ ทําไม ๒๗ ครั้งนั้น ไม่ถูกปฏิวัติรัฐประหารเลย เพราะเขาใช้เวลาครับเขาใช้ข้อมูลในการศึกษาครับ บางมาตรา แก้ไขกันเป็น ๑๐ ปี บางมาตราก็แก้ไขกันหลายปีครับท่านประธาน ท่านประธานอย่าใช้เวลา เพียงสั้น ๆ เท่านี้ทําการแก้ไขแล้วมันเกิดผลในอนาคต ส่วนท่านประธานจะใช้เสียงในสภา แห่งนี้โหวตผมก็ไม่ได้ว่ากระไร แต่ผมก็อยากให้บันทึกไว้ว่าผมได้เตือนแล้ว ผมได้บอกแล้วว่า มันจะเกิดปัญหาในอนาคต แล้วลูกหลานเราต้องรับผิดชอบร่วมกันพี่น้องประชาชน ๖๕ ล้านคน ได้รับผลกระทบครับ เพราะรัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดของประเทศที่บังคับใช้กับทุกผู้ทุกคน ท่านประธานครับรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ระบุไว้ครับในมาตรา ๑๒๖ ผมย้อนไปรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าห้ามไว้แบบเดียวกันครับท่านประธานครับ บุคคลผู้มี ลักษณะดังต่อไปนี้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ๑. เป็นสมาชิกหรือผู้ดํารงตําแหน่งอื่นของพรรคการเมือง ๒. เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพ้นจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาแล้วยังไม่เกินหนึ่งปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง อันนี้ท่านประธานกับที่ประชุมได้แก้ไข ไปแล้ว รัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ก็กําหนดไว้ ๕ ปี ตอนนี้เราแก้เป็นไม่ต้องเว้นวรรคเลยนะครับ ตรงนั้นไม่สําคัญมันผ่านไปแล้วแต่ก็ให้ได้รับทราบว่าเราแก้ให้ไม่มีเรื่องของสมาชิกพรรค หรือสภาผู้แทนราษฎรเลยนะครับ แต่สิ่งสําคัญก็คือ (๓) ท่านประธานครับ มาตรา ๑๒๖ (๓) นี่สําคัญมากครับ เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ในอายุของวุฒิสภา คราวก่อนการรับสมัคร สมัครรับเลือกตั้ง กฎหมายเขียนไว้ไม่ต้องตีความเป็นอย่างอื่นครับ หมายความว่าเป็นสมาชิกวุฒิสภาขณะนี้แล้วพอมีการประกาศให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ใหม่มาจากการเลือกตั้ง ๒๐๐ คนเลยนะครับ ท่านประธานครับ ไม่มีสรรหาอย่างพวกผมด้วย เขาไม่ให้สมาชิกวุฒิสภาก่อนหน้านั้นหรือในขณะเป็นมาสมัครอีก ท่านประธานครับ ต้องพูดกัน ตรงไปตรงมา เพื่อนสมาชิกวุฒิสภา ๗๖ ท่านผมก็รักชอบพอกันหลายคน ผมก็อยากเห็น ท่านกลับมาครับ แต่การแก้รัฐธรรมนูญแล้วเป็นงานเลี้ยงที่ไม่มีวันเลิกรามันทําให้เกิดปัญหา ครับท่านประธาน เพราะกําลังทําให้กฎต่าง ๆ เหล่านี้เปลี่ยนไป แม้กระทั่งเราอ้างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นตัวตั้งหลายท่านบอกอยากแก้รัฐธรรมนูญฉบับ ปี ๒๕๕๐ ให้ยกเลิกไปแล้ว กลับมาใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วอย่างไรครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เขียนไว้ชัดเจนว่า สมาชิกวุฒิสภาเป็นได้วาระเดียว แล้วต้องเว้น ๑ วาระ มีหลายท่านครับ ที่เคยมาสมัคร ส.ว. แล้วสมัครไม่ได้ หลายท่านไม่ลงสมัคร ส.ว. ในปี ๒๕๔๙ และสมัยที่ผ่านมา เพราะท่านติดวาระที่มาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็แบบเดียวกัน ท่านก็ต้องเว้น ๑ วาระ ผมก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเป็นห่วงครับว่าสิ่งที่กังวลใจ ของผมก็คือรัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อแก้ไปแล้วเราเหนื่อยมา ๙ วัน ๙ คืน อาจจะเหนื่อยต่อไป อีก ๙ วัน ๙ คืน เป็น ๑๘ วัน ๑๘ คืนก็ตาม หรือแม้เรามีเสียงข้างมากในการที่จะยกมือโหวต ไปอย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าเราผ่านไปได้ยากครับ ไม่ว่าจะผ่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งก็มี ความจําเป็นที่ต้องส่งไปวินิจฉัยตีความเพราะ ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีผู้ใดตีความการแก้ไข กฎหมายที่ถูกต้องแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องเป็นผู้ตีความอยู่ดี ประเด็นถัดมาครับ อาจมี ผู้ร้องไปยังคณะกรรมการองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ อาจมีผู้ร้องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เพราะ ท่านได้กระทําต่อการขัดต่อกฎหมายหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อํานาจหน้าที่ในการแก้ไข กฎหมายเพื่อให้ได้ประโยชน์กับตัวเอง ผมกราบเรียนครับว่ามาตรานี้สําคัญจริง ๆ ใน ๑๓ มาตรา และสําคัญที่สุดครับ เพราะมันแก้แล้วมันไปปลดล็อกให้กับสมาชิกวุฒิสภาที่ท่าน ต้องลงคะแนน ท่านได้ประโยชน์ ความจริงผมก็ได้ประโยชน์ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ผมสามารถลงได้อีก ๕ สมัย ถ้าเขาเลือกผมนะครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับท่านประธาน ความต่อเนื่องนะครับที่มีปัญหา ความต่อเนื่องและการเป็นผู้ทรงอิทธิพลในอนาคต ผมจึงกราบเรียนท่านประธานครับว่ามีความจําเป็นที่จะต้องพูดกันให้ชัด มีความจําเป็นที่ กรรมาธิการจะได้พิจารณาเรื่องนี้ว่าจะทบทวนหรือไม่ และมีความจําเป็นที่สมาชิกรัฐสภา ต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อการลงคะแนนในมาตรานี้ว่าถ้าปล่อยไปอย่างนี้การแก้ไข รัฐธรรมนูญซึ่งท่านก็เดินไปแล้ว ผมก็ไม่ติดใจ พอเดินไปกลุ่มที่ ๑ ทําให้มี ส.ว. เลือกตั้งแล้ว ทําให้เรื่องของสภาไม่ตัดสิทธิของพ่อแม่บุพการีลูกเมียได้แล้ว ไม่ตัดสิทธิในเรื่องของสมาชิก พรรคและสมาชิก ส.ส. ได้แล้ว ไม่ต้องมี ๕ ปี แล้ว อันนั้นก็ว่าไป แต่สิ่งสําคัญมาตรงนี้ละครับ เรื่องวาระ เพราะเราไม่ได้แก้วาระการดํารงตําแหน่งให้เหลือ ๔ ปี อย่างที่คุณหมอเจตน์ หรือหลายท่านเสนอ หรือเราแก้เป็น ๓ ปี เหมือนบางประเทศ แล้วก็รวมถึงไม่แก้เรื่องบทบาท อํานาจหน้าที่ให้ลดลง ไม่แปลกครับถ้าท่านจะทําให้อํานาจหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาลดลง ผมจะไม่ติดใจเลย เพราะว่ามันเป็นเรื่องของ ๒ สภา แต่ท่านเอาอํานาจหน้าที่ไว้อย่างเดิม ไม่ได้แก้ แล้วไปต่อวาระให้เป็นต่อเนื่องยาวนานได้ อันนี้เป็นประเด็นนะครับท่านประธาน ผมก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพแล้วก็คิดว่าคงจะจบแล้ว เพียงแต่อยากจะฝาก ข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเพียงสั้น ๆ ครับ ท่านประธานครับ
ท่านคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งเป็นความเห็นและข้อเสนอแนะในเรื่องนี้ นะครับ ท่านระบุว่า ดังนี้ย่อมจะเป็นการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ไม่สอดคล้องกัน ในระหว่างข้อห้ามของการสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิก วุฒิสภา ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่มุ่งป้องกันมิให้สมาชิกวุฒิสภา อยู่ภายใต้อํานาจทางการเมือง หรือป้องกันการตอบแทนด้วยตําแหน่งหลังจากที่สมาชิก วุฒิสภาพ้นสมาชิกภาพหรือในการที่จะสมัครสมาชิกวุฒิสภาต่อ คณะกรรมการปฏิรูป การเมืองยังมีความเห็นอีกหลายประเด็นนะครับซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่สําคัญก็คือท่านยืนยันว่า การที่จะต้องดํารงให้เกิดดุลยภาพระหว่างอํานาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ และองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ ภายใต้ระบบรัฐสภาของไทยย่อมเป็นไปอย่างมีดุลยภาพนะครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการแก้ไขที่มาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสมาชิก วุฒิสภาครั้งนี้ ผมย้ํานะครับ ท่านกําลังแก้ในเรื่องของลักษณะต้องห้ามคุณสมบัติของสมาชิก วุฒิสภาครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อดุลยภาพของระบบรัฐสภาที่มีศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรในการถ่วงดุลยภาพอย่างมีนัยสําคัญยิ่ง เพราะ การบัญญัติให้คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิก วุฒิสภามีความเหมือนกัน ตลอดจนปราศจากข้อห้ามการดํารงตําแหน่งหลังพ้นการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือการดํารงตําแหน่งในพรรคการเมือง ย่อมส่งผลทําให้อิทธิพล ของพรรคการเมืองเข้ามามีบทบาทต่ออํานาจวุฒิสภามากขึ้นจนไม่อาจแยกความแตกต่าง ระหว่างที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาได้ในที่สุดนะครับ และอาจ ส่งผล ๓ ข้อครับท่านประธาน จบแล้วครับ
ก. อาจส่งผลกระทบต่อการทําหน้าที่อย่างอิสระของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพราะตุลาการและกรรมการขององค์กร อิสระตามรัฐธรรมนูญย่อมมีฐานมาจากความเห็นชอบของวุฒิสภาทั้งสิ้น
ข. ระบบการถ่วงดุลการตรวจสอบที่กําหนดให้วุฒิสภาทําหน้าที่ ในการตรวจสอบถอดถอนหรือแต่งตั้งบุคคลไม่อาจจะดําเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกต่อไป เพราะอํานาจของฝ่ายการเมืองย่อมไม่สามารถตรวจสอบหรือถอดถอนบุคคล ที่มาจากอํานาจฐานเดียวกัน
ค. ระบบการพิจารณากลั่นกรองกระบวนการในการพิจารณาร่างกฎหมาย ของสมาชิกวุฒิสภาย่อมสูญเสียความมุ่งหมายที่จะช่วยในการกลั่นกรอง ยับยั้ง หรือถ่วงดุล ในกระบวนการร่างกฎหมาย
ทั้งหมดครับท่านประธานครับ ในหัวใจสําคัญของมาตรานี้ ผมไม่พูดถึง เรื่องเวลาที่ท่านแก้ในมาตรา ๑๑๘ ผมขอพูดประเด็นเดียว ท่านกําลังทําให้สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีอายุ วาระ ยาวนานกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือ ๖ ปี ส.ส. มี ๔ ปี และมีวาระ ต่อเนื่องยาวนานได้ ท่านกําลังสร้างเสือตัวใหม่ทางการเมือง แล้วท่านกําลังจะปล่อยเสือ เข้าป่าซึ่งอันตรายอย่างยิ่งต่อระบบการเมืองการปกครองของไทย ผมฝากท่านประธาน และที่ประชุมแห่งนี้พิจารณาทบทวนให้รอบคอบถึงการที่จะแก้ไขในวาระการดํารงตําแหน่ง ของสมาชิกวุฒิสภาตามมาตราดังกล่าว ถ้าเป็นไปได้ท่านเปลี่ยนใจเถอะครับ เพราะมัน อันตรายอย่างยิ่ง ขอบพระคุณครับท่านประธาน