รัฐสภา · ครั้งที่ ๘ · ๙ กันยายน ๒๕๕๖

สุรศักดิ์ ศรีอรุณ แสดงความกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 117 ของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงคำว่า "วันที่มีการเลือกตั้ง" เป็น "วันเลือกตั้ง" ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในการนับวาระของสมาชิกวุฒิสภา และแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อประเทศชาติ

พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติ มาตรา ๔ มาตรา ๗ ที่แก้ไข มาตรา ๑๑๗ และมาตรา ๑๑๘ ผมขอให้ตัด มาตรา ๑๑๗ และมาตรา ๑๑๘ ออกทั้ง ๒ มาตรา ผมมีเหตุผลครับท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๑๗ นะครับ ที่ท่านกรรมาธิการตัดออก นี้นะครับ ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ข้อความเดิม ผมอ่านเฉพาะวรรคที่เกี่ยวข้อง และข้อความ ที่เกี่ยวข้องไม่อ่านทั้งหมดหรอกครับ เพื่อประหยัดเวลานะครับ มาตรา ๑๑๗ ของเดิม วรรคสองนะครับ ท่านกรรมาธิการฟังชัด ๆ นะครับ วรรคสอง มีความว่า สมาชิกภาพ ของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกภาพนะครับ ของสมาชิกวุฒิสภา ผมเน้นนะครับ มีกําหนด คราวละ ๖ ปีนับจากวันเลือกตั้ง โดยสมาชิกวุฒิสภาจะดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกิน ๑ วาระ ไม้ได้ นะครับ อันนี้คือข้อความซึ่งอยู่ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑๗ นะครับ ท่านกรรมาธิการได้ไปแก้ไขว่าให้ตัดตัวนี้ออกนะครับ แล้วใช้ข้อความว่า มาตรา ๑๑๗ สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาเริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ให้วาระของวุฒิสภา ให้วาระของวุฒิสภานะครับ มีกําหนดคราวละ ๖ ปี นับแต่วันเลือกตั้ง มันมีอยู่ ๒-๓ จุด นะครับ จุดแรก ข้อความเดิมเขาใช้คําว่า วันที่มีการเลือกตั้ง เมื่อสักครู่ผมไม่ได้อ่านต้องขอ อภัยนะครับ แต่ท่านไปแก้ว่า วันเลือกตั้ง มันมีความแตกต่างครับท่านประธานครับ เพราะว่า วันเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศนั้น บางพื้นที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน นะครับ วันนั้นก็อาจจะไม่มีการเลือกตั้งก็ได้ เพราะฉะนั้นในการปฏิบัตินั้นอาจจะเกิดปัญหา ในการนับวาระ อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑ นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ให้วาระของวุฒิสภา วาระวุฒิสภานะครับ ท่านกรรมาธิการ ต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างวาระของสมาชิกวุฒิสภา กับวาระของวุฒิสภา รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ กลไกในการบริหารราชการแผ่นดินนะครับ ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ วุฒิสภา จะมีวาระไม่ได้ เพราะจะต้องเป็นองค์กรที่คงอยู่ สภาผู้แทนราษฎรมีวาระได้ครับ เพราะว่า อาจจะมีการยุบสภา สมาชิกวุฒิสภาก็มีวาระได้ เพราะฉะนั้นมันมีความแตกต่างกันตรงนี้ เดี๋ยวผมจะวิเคราะห์ว่าเหตุไรกรรมาธิการจึงไม่ได้ ใส่ใจของความแตกต่างระหว่างคําว่า วาระของสมาชิกวุฒิสภา กับ วาระของวุฒิสภา ข้อความที่ ๓ เกี่ยวกับที่กําหนดไว้ว่า มีคราวละ ๖ ปีนับจากวันเลือกตั้ง เพื่อนสมาชิกรัฐสภา หลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วว่าปกติการเลือกตั้งนั้นเขาก็ให้ครั้งละ ๔ ปี ถ้าสมมุติว่า ๖ ปี แล้วยังไม่เว้นวรรคมันจะทําให้ยึดติดกับอํานาจ แล้วก็จะไม่ยอมลงออกไป ก็จะสร้าง ความเสื่อมเสีย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าที่ท่านกรรมาธิการตัดออกไปนั้นไม่ถูกต้อง และไม่เหมาะสม เดี๋ยวผมจะอภิปรายซ้ําอีกครั้งหนึ่งครับ อภิปรายมาตรา ๑๑๘ ที่ท่านกรรมาธิการตัดออก ข้อความเดิมของมาตรา ๑๑๘ นั้นก็จะพูดว่า เมื่อวาระของสมาชิก วุฒิสภาไม่ใช่วาระของวุฒิสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลง พระมหากษัตริย์จะได้ ทรงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้งใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ความแตกต่างก็ยังอยู่ที่เดิม คือท่านกรรมาธิการไม่ได้ให้ความใส่ใจ หรือท่านอาจจะตั้งใจก็ได้ ท่านไม่ได้ให้ความใส่ใจว่า วาระของวุฒิสภา กับ วาระของสมาชิก วุฒิสภานั้นอาจแตกต่างกันอย่างไร ประเด็นนี้เป็นประเด็นซึ่งผมคิดว่าท่านกรรมาธิการ อาจจะจงใจกระทําการเพื่อให้ขัดรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ท่านประธานเปิดไปดู รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙ ฉบับนี้นะครับ มาตรา ๑๙ ผมอ่านข้อความในวรรคท้ายเลย ที่เกี่ยวข้องนะครับว่า ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภาทําหน้าที่รัฐสภาในการรับทราบตามวรรคสอง วรรคสองก็เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไข เพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ หมายความ ว่าในกรณี ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบนั้น ที่รัฐสภานี้จะต้องดํารงคงอยู่ แล้วก็จะต้องมีสมาชิก วุฒิสภาบางส่วนอยู่ แต่วุฒิสภานั้นจะต้องไม่มีวาระนะครับ อันนี้เป็นกลไกลตามกําหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ทีนี้เมื่อท่านกรรมาธิการไปตัดออก ท่านจะแน่ใจได้อย่างไรว่า จะไม่เกิดสุญญากาศ จริงอยู่ในเดือนมีนาคมปีหน้าท่านอาจจะไม่ยุบสภา ท่านอาจจะให้มี การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้น ผมถามว่าถ้าเผื่อเกิดเหตุการณ์ตามที่ รัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙ เขียนไว้เราจะแก้ปัญหาอย่างไร ท่านกรรมาธิการอยากจะกรุณา ชี้แจงว่าไม่มีปัญหาเพราะว่าโอกาสที่จะเลือกตั้งนั้นสภาผู้แทนราษฎรเลือกทุก ๔ ปี สมาชิก วุฒิสภาเลือกทุก ๖ ปี มันไม่มีโอกาสที่จะเกิดพร้อมกัน ท่านทําอย่างนี้ไม่ได้นะครับ สภาร่างรัฐธรรมนูญชุดที่แล้วผมคิดว่าท่านมีความรอบคอบมาก ท่านเขียนรัฐธรรมนูญมา และผ่านประชามติมาเรียบร้อยแล้ว ไม่ให้มีช่องโหว่ ไม่ให้เกิดสุญญากาศ เพราะว่าถ้าเผื่อ เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างนี้อันตรายต่อประเทศชาตินั้นมันเกินที่จะคณานับนะครับ ท่านกรรมาธิการและท่านประธานรัฐสภาก็ได้พูดไว้ตลอดว่าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะไม่แก้ไขหมวดที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ท่านพูดอย่างนี้นะครับ จะไม่แก้ไขหมวดที่จะทํา ให้การปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น เปลี่ยนแปลงไป ท่านพูด เพราะฉะนั้นเมื่อพูดอย่างนี้จริงอยู่ถ้าไม่ได้แก้หมวด ๓ ที่ผมอ่าน มาตรา ๑๙ วรรคท้าย แต่ท่านเขียนสิ่งนี้มันล่อแหลมที่จะทําให้เกิดความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ ผมขอกราบ ท่านประธานและท่านกรรมาธิการนะครับ จุดนี้ท่านอย่าโต้แย้งผมโดยไม่มีเหตุผล ท่านต้อง คํานึงนะครับว่าสิ่งที่ท่านทําอยู่วันนี้อาจจะเกิดความเสียหายแล้วท่านจะไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้น ผมข้ามไปอีกนิดนะครับ กําหนดวันเลือกตั้งภายใน ๔๕ วัน ของเดิมเขากําหนดไว้ ๓๐ วันก็เหมาะสมอยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะกําหนดให้ไปเลือก ๔๕ วัน ท่านกลัวว่าจะไม่ทัน ใช่ไหมครับ ท่านกลัวว่าผู้ที่ไปเข้าร่วมลงชื่อสลับกันให้ท่านจะไปไม่ทันใช่ไหมครับ ท่านอย่าลืมว่าในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีอยู่ตั้ง ๕๐๐ ท่านก็ใช้เวลา ๔๕ วัน การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่ท่านไปเขียนตั้ง ๒๐๐ คนทําไมถึงต้องใช้เวลาเท่ากับ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านต้องตอบนะครับ ตอบโดยใช้ตัวเลข แล้วก็ อย่าตอบโดยคิดว่าพี่น้องประชาชนที่เขาฟังอยู่นั้นจะไม่เข้าใจ ท่านประธานครับ เมื่อกี้ผมได้ เรียนไปแล้ว ผมก็พยายามที่จะมองทุกคนในสิ่งที่ดี แต่จากการที่กรรมาธิการได้ชี้แจง หลายครั้งและจากพฤติกรรมที่เกิดขึ้นทําให้ผมย้อนคิดว่าหลักพุทธศาสนานั้นเขาเขียนชัด นะครับ กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา นี่ประการที่ ๑ นะครับ

ประการที่ ๒ หลักของคาร์ล มาร์กซ ที่เขียนว่า ชนชั้นใดออกกฎหมายก็เพื่อ ชนชั้นนั้น ถ้าเผื่อสมมุติท่านย่อยตัวนี้ออกไปตีความ ก็หมายความว่าคนกลุ่มใดออกกฎหมาย ก็เพื่อคนกลุ่มนั้น ท่านคิดว่ามันถูกไหมครับในหลักการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเราต้องการที่จะให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม และเราต้องการทําสภาแห่งนี้ให้เป็น ตัวอย่างที่บริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระผมได้บอกว่าผมไม่มั่นใจว่าท่านกรรมาธิการได้แก้ไข ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขฉบับเพิ่มเติมฉบับนี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ประการที่ ๑ เพราะว่า ทุกท่านที่อยู่ที่นี่ก่อนจะรับหน้าที่ท่านก็ได้ปฏิญาณตนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๓ ว่าท่านจะปฏิบัติตามและรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญทุกประการ สิ่งที่ท่านทําอยู่ขณะนี้ท่านไม่ได้ ทําอย่างนั้นครับ ต่างประเทศที่เจริญแล้วในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเขาจะต้องกลับไป ถามประชาชน รัฐธรรมนูญเรามีหลายฉบับนะครับ บ้านเมืองเกิดปัญหาเราไปโทษ รัฐธรรมนูญ เราไม่เคยโทษตัวเองเลยว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นนั้นมันเกิดจากรัฐธรรมนูญหรือว่าเกิด จากตัวเอง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าในฐานะซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เปิดโอกาสให้มีสมาชิก วุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งและมาจากการสรรหา เราอยู่กันมา ๕ ปีกว่า ท่านกรรมาธิการ ชี้ประเด็นสิว่าพวกเราทํางานบกพร่องตรงไหนในเรื่องความเป็นกลาง บกพร่องตรงไหน ในเรื่องการตราพระราชบัญญัติ บกพร่องตรงไหนในการถอดถอนบุคคลออกจากตําแหน่ง บกพร่องตรงไหนในการแต่งตั้งบุคคลเข้าดํารงตําแหน่ง ท่านชี้นะครับ ถ้าเผื่อท่านยังไม่ได้ชี้ ผมคิดว่าไม่มีเหตุผลครับที่ท่านกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกรัฐสภาบางท่าน บางกลุ่มที่ไป แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๒๒ ความชัดเจนนะครับว่าสมาชิกรัฐสภา จะต้องไม่อยู่ภายในอาณัติมอบหมายหรือยู่ในความครอบงําใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นนั้นทําให้ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านได้ทําอยู่นี้ท่านได้ทําตาม รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๒๒ หรือไม่ ท่านประธานครับ

ท่านประธานครับ ผมก็จะจบ แต่ผมขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งครับ เนื่องจากว่าผมถูกตัดสิทธิในการอภิปรายมาตรา ๕ มาตรา ๖ ผมขออนุญาตชี้แจงเพียงแค่ ๕ นาที เพราะว่ามันมีสิ่งที่พาดพิงแล้วผมไม่มีโอกาสชี้แจง ประเด็นแรก