รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๔ กันยายน ๒๕๕๖

วัชระ เพชรทอง หารือเรื่องราคายางพาราและการทุจริตในสภาผู้แทนราษฎร โดยเรียกร้องให้ท่านประธานสภาส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง และขอให้สอบจริยธรรมทั้งสองฝ่าย

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้ชูมือเพื่อที่จะขออภิปรายหารือกับ ท่านประธานตั้งแต่ตอนต้นด้วยเวลาเพียงครึ่งนาที และท่านประธานไม่อนุญาต ผมจึงได้ประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๕ ท่านประธานก็ว่าไม่ผิดข้อบังคับ แล้วสั่งให้ตํารวจสภา มาฉุด กระชากลากถูกระผมให้ออกจากห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือห้องประชุม รัฐสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจท่านประธานว่าต้องทําหน้าที่ให้เข้าตา ผมเข้าใจ แต่ผมก็ต้องทําหน้าที่เป็นปากเสียงให้กับพี่น้องประชาชน เพราะสิ่งที่ผมขอหารือ ท่านประธานนั้นเพียงแค่ ๒ ประเด็นก็คือปัญหาราคายางพารา ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้ถูกยิงตาย ผมจึงอยากจะถามรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผ่านท่านประธานไปว่า ต่อกรณีที่ผู้ชุมนุม ชาวสวนยางพาราถูกยิงตายนั้นจะได้เงินเยียวยาค่าทําศพ ค่าปลอบขวัญ และค่าตกใจ รวมแล้ว ๗,๙๕๐,๐๐๐ บาท เท่ากับพี่น้องคนเสื้อแดงหรือไม่

คําถามแรก ผมต้องการให้รัฐบาลตอบให้ชัดเจนว่าจะช่วยค่าทําศพพี่น้อง ชาวสวนยางพาราเท่าไร และปัญหายางพาราราคาตกต่ํานั้นรัฐบาลจะช่วยกิโลกรัมละเท่าไร เพราะก่อนหน้านี้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไปโม้กับพี่น้องประชาชนว่าจะให้กิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท แต่ปัจจุบันไม่ได้ครับ และพี่น้องก็ปิดถนนนอนตากน้ําค้าง ตากแดด ตากฝนมาเป็นเวลา หลายคืน ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง เมื่อพี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างนั้นจะให้ผมนิ่งดูดายอยู่ในสภาได้อย่างไร ผมก็ต้องลุกขึ้น ขออภิปรายต่อท่านประธาน ท่านประธานครับ ท่านประธานก็ให้ตํารวจสภามาฉุดกระชาก ลากถูผมไปออกนอกห้อง โดยอ้างว่าให้ผมไปสงบสติอารมณ์ ท่านประธานครับ ผมกําลัง ทําหน้าที่เพื่อบอกกล่าวปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะชาวปักษ์ใต้ ชาวภาคเหนือ ชาวภาคอีสานที่ปลูกยางพารานับแสนนับล้านไร่ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องปัญหายางพารารัฐบาลก็ต้องตอบให้ชัดเจนว่าจะช่วยชาวสวนยางพาราเท่าไร ไม่ใช่ ปล่อยให้คาราคาซังอย่างนี้และไม่มีอนาคต

คําถามที่ ๒ ท่านประธาน ผมขอเอกสารการทุจริตในสภาผู้แทนราษฎร ไปเป็นเวลา ๒ เดือนเศษ นับตั้งแต่มีการพิจารณางบประมาณ ซึ่งท่านวิทยา บุรณศิริ ผู้ทําหน้าที่ประธานนั่งอยู่ในห้องประชุมนี้เป็นพยานได้ และท่านประธานเองก็ได้สั่งให้ เลขาธิการรัฐสภาส่งมอบเอกสารให้กับกรรมาธิการ เรื่องการทุจริตนาฬิกา ๑๕ ล้านบาท ทุจริตที่จังหวัดอุบลราชธานี ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท และทุจริตการสร้างห้องนักข่าว ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่กลับไม่ส่งเอกสารแม้แต่บรรทัดเดียวใน ๓ สัญญาที่ว่านั้น ท่านประธานครับ ผมจึงต้องลุกขึ้นทวงเอกสารต่อหน้าท่านประธานและต่อหน้าเลขาธิการ รัฐสภา ท่านประธานครับ ถ้าเพื่อนสมาชิกมีความประสงค์จะให้สอบจริยธรรมผม ผมพร้อม ผมยินดี แต่ขอให้สอบจริยธรรมท่านประธานสภาไปพร้อมกันด้วย และท่านประธานครับ จากกรณีที่ตํารวจสภามาฉุดกระชากลากถูผม มือหนึ่งนั้นผมถือไมโครโฟนเอาไว้ ไมโครโฟน หลุดชํารุดเสียหาย ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ดีครับท่านประธาน แม้ว่าจะเกิดจาก เจ้าหน้าที่ตํารวจสภามาฉุดผม ผมจับไมโครโฟนไว้ และไมโครโฟนหลุดเสียหาย ผมขอชดใช้ เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท และถ้าไม่พอ หักจากบัญชีเงินเดือนของผม ท่านประธานครับ ผมไม่ต้องการที่จะให้ท่านประธานใช้อํานาจบาตรใหญ่อย่างนี้อีก ถ้าเกิดขึ้นอีกท่านประธาน ลองนึกดู ถ้าเกิดกับคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ซึ่งน้ําหนักไม่มาก จะเกิดอะไรขึ้น และถ้าเกิดกับ สมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นสุภาพสตรีจะเกิดอะไรขึ้น ท่านประธานครับ ผมทราบว่าท่านได้ทําการ ฝึกซ้อมตํารวจสภาในการอุ้มสมาชิกออกจากห้องประชุมรัฐสภามาเป็นเวลาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ท่านประธานสั่งก็ไม่สําเร็จครับ ไม่สําเร็จเพราะอะไรครับ เพราะตํารวจสภา เขากระซิบข้างหูผมบอกว่าเขาจําเป็นต้องทําหน้าที่ตามคําสั่งของเผด็จการคือท่าน และท่าน อย่าใช้วิธีการอย่างนี้กับสมาชิกรัฐสภาท่านใด ๆ อีกแม้แต่ท่านเดียว ขอให้ครั้งนี้เป็น ครั้งสุดท้าย ผมจะอโหสิกรรมให้ท่าน แต่ถ้าท่านใช้อํานาจเผด็จการอีก ผมคนหนึ่งครับ จะไม่ยินยอมให้ท่านกระทําการดังกล่าวกับเพื่อนสมาชิกรัฐสภาไม่ว่าคนหนึ่งคนใด และผมขอ มอบเงิน ๑,๐๐๐ บาท เป็นค่าซ่อมไมโครโฟนรัฐสภาให้กับท่านประธานผ่านเจ้าหน้าที่สภา กรุณามารับไปด้วย ขอขอบคุณ