รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๖

บุญยอด สุขถิ่นไทย อภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา จากการสรรหาเป็นการเลือกตั้งโดยตรง และไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ก็ดีแล้วครับ ท่านคงไปเล่นเกมแล้วก็ไปบอกว่ากับนักข่าวว่าเล่นเกมไม่เป็น แต่ว่าถือไอแพด (iPad) ตัวเดียวกันเลยครับ แหวนวงเดียวกัน นาฬิกาวงเดียวกันนะครับ ผมขออนุญาตที่จะ อภิปรายต่อท่านประธานกรรมาธิการนะครับว่าสิ่งที่ท่านจะได้เห็นในรายงานของท่านเอง คือความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาที่หลากหลาย มันเป็นตัวสะท้อนที่ชัดเจนครับว่าสิ่งที่ เข้ามาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ผ่านวิธีการในการฟังความให้รอบข้างหรือ ฟังความเห็นของคนต่าง ๆ เลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่แรกที่เข้ามาและรวมไปจนถึงชั้นของ กรรมาธิการเอง จึงมีคนแปรญัตติจํานวนมาก ผมแปรญัตติไว้ดังต่อไปนี้ครับ มาตรา ๔ ผมตัด คําว่า ยกเลิก มาตรา ๑๑๓ และมาตรา ๑๑๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ออก นะครับ ผมใช้คําว่า ให้มีสมาชิกวุฒิสภาแบบสรรหาซึ่งมาจากการคัดเลือก โดยที่ประชุม ของรัฐสภาจํานวนยี่สิบสองคนตามสัดส่วนที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชน ผู้เชี่ยวชาญรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ และผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดินหรือการร่างรัฐธรรมนูญตามหลักเกณฑ์ที่ประชุมรัฐสภากําหนด ข้อความเกือบทั้งหมดผมลอกมาจากการแก้ไขเรื่อง สสร. ของท่านนะครับ มาตรา ๒๙๑ ที่ท่านเคยแก้ไว้ แต่ผมไม่ได้ให้อํานาจต่อประธานรัฐสภาเท่านั้นเอง ผมให้อํานาจที่ประชุมของรัฐสภาเป็นผู้ที่ กําหนดวิธีการและการเลือกบรรดาสมาชิกในส่วนนี้ คําถามของผมที่มีต่อท่านประธานก็คือว่า ท่านประธานคนนี้ ท่านสามารถ แก้วมีชัย ก็เป็นประธานกรรมาธิการชุดนั้น เราประชุมกัน ๑๕ วัน ๑๕ คืนยังจําได้ไม่ลืมครับ สมาชิกทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ขอให้ท่านได้แก้ไขในบางเรื่อง บางมาตราท่านไม่แก้ไขเลยแม้แต่ตัวเดียว และเราก็ต้องส่งเรื่องนี้ไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญก็มีคําสั่งที่บอกว่าต้องทําให้ถูกต้อง นั่นก็คือถ้าจะแก้ทั้งฉบับต้องไปถาม ประชาชนก่อน ไปขอประชามติก่อน หรือถ้าอย่างนั้นก็มาแก้รายมาตรา ท่านประธานครับ ผมไม่เคยเห็นความรับผิดชอบใดของประธานที่ชื่อสามารถ แก้วมีชัย เลยแม้แต่น้อย หลังจาก แพ้ในศาลรัฐธรรมนูญมาท่านก็มานั่งเป็นประธานชุดนี้อีก แล้วท่านก็จึงไปนั่งเป็นประธาน กฎหมายนิรโทษกรรมที่มาจากการชุมนุมทางการเมืองอีก ผมจึงขอทวงถามท่านว่าผมแปรญัตติ แบบนี้ครับ แบบที่ท่านคิดว่ามันดีมากแล้วในวันนั้น สสร. มาแค่ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องมี ๙๙ คน ๗๗ คนเลือกมาจากจังหวัด ๒๒ คนมาจากการสรรหาเหมือนกัน ทําไมวันนั้นท่านยืน ล่ะครับ ทําไมต้องยืนว่าต้องมี ๒ ระบบ ต้องมี ๒ แบบจึงจะนําเสนอความต้องการของพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศได้ จึงจะมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่กันได้ วันนี้คนเป็น ส.ว. อํานาจหน้าที่พอ ๆ กัน ส.ว. มีทั้งการกลั่นกรองกฎหมาย การพิจารณาบุคคลเข้าสู่ตําแหน่ง การถอดถอนคนออกจาก ตําแหน่ง การพิจารณากฎหมายสําคัญที่เกิดขึ้นกับประเทศนี้ ทําไมไม่ทําแบบเดิมละครับ ทําไมจึงให้มีการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ผมเรียนต่อท่านนะครับว่าไม่ใช่มีผมคนเดียว หรือว่าสมาชิกในสภาแห่งนี้ที่ขอยับยั้งท่านว่าขอให้มีการสรรหาเกิดขึ้น เพราะไม่อย่างนั้น มันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสําคัญ และนําไปสู่ความถดถอยครับ เปลี่ยนแล้วไม่ดีขึ้น ทําทําไมครับ ท่านประธานครับ คปก. คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายรายงานนะครับ ผมอ่านย่อ ๆ นิดเดียวเท่านั้น หน้า ๒ บอกว่า เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ บางส่วน ถูกครอบงําจากฝ่ายบริหารและมีความใกล้ชิดกับสภาผู้แทนราษฎรในลักษณะเครือญาติ รัฐธรรมนูญในปี ๒๕๕๐ จึงได้แก้ไขปัญหาโดยการกําหนดที่มาของสมาชิกวุฒิสภาใหม่ คาดหวังให้วุฒิสภาสามารถทํางานได้เป็นอิสระอย่างแท้จริง กําหนดให้มีสมาชิกวุฒิสภา ๒ ประเภทคือ สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนและ สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหา ในขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับนี้มีข้อเสนอในการเปลี่ยนแปลง กําหนดให้สมาชิกวุฒิสภามาจาก การเลือกตั้งเพื่อให้วิธีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภามีลักษณะเช่นเดียวกับการได้มาซึ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยการรับเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน รวมทั้งกําหนด กระบวนการในการกําหนดเขตเลือกตั้งทั้งหมด การคํานวณสมาชิกวุฒิสภาในแต่ละเขต เลือกตั้งคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม และหลักเกณฑ์เบื้องต้นในการหาเสียงเลือกตั้งของ สมาชิกวุฒิสภา รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมวาระการดํารงตําแหน่งของสมาชิกวุฒิสภาให้สามารถ ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกิน ๑ วาระได้เช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ นี่เป็น ข้อวิเคราะห์กฎหมายของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หน้า ๙ มีการไปรับฟังความคิดเห็นมาครับ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้จัดโครงการเสวนาทางวิชาการเพื่อรับฟังความคิดเห็นและ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การได้มาซึ่ง สมาชิกวุฒิสภาขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๖ ณ ห้องประชุมสํานักงาน คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย อยู่ที่อําเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีครับ ได้เชิญผู้แทน คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้ครับ มีความเห็นที่ได้ จากการเสวนาทางวิชาการในครั้งนี้ได้นํามาใช้ประกอบการจัดทําบันทึกความเห็นและ ข้อเสนอแนะเรื่องร่างรัฐธรรมนูญการแก้ไขฉบับนี้นะครับ โดยมีความเห็นเป็นข้อสังเกต ประการหนึ่งว่าคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๑๑๓ ของรัฐธรรมนูญนั้นอาจไม่สอดคล้องเหมาะสม หากจะปรับปรุงก็เห็นควรปรับปรุงในส่วน คณะกรรมการสรรหาให้มีความเชื่อมโยงกับประชาชนในกลุ่มวิชาชีพและสาขาอาชีพต่าง ๆ เพื่อให้เป็นหลักประกันว่าคณะกรรมการสรรหาดังกล่าวจะได้ทําหน้าที่ในการสรรหาผู้ที่มีความรู้ ประสบการณ์และมีความหลากหลายเพื่อให้วุฒิสภามีความเป็นกลาง โปร่งใส และปลอดจาก การแทรกแซงใด ๆ เห็นไหมครับว่าการสัมมนา การพูดคุยกันที่เกิดขึ้นระหว่างการรับฟัง ความคิดเห็นนั้นยังมีอยู่ เพียงแต่ปรับเปลี่ยนรูปร่างไปบ้างนะครับ เพื่อให้เชื่อมโยงกับประชาชนในกลุ่มวิชาชีพต่าง ๆ การสรรหาจึงจะมีความโปร่งใส เป็นกลาง ได้คนที่เก่งมีความสามารถมากยิ่งขึ้น ทําไมท่าน ไม่ฟังล่ะครับ หน้า ๑๕ การแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นการแก้ไขที่มา คุณสมบัติและลักษณะ ต้องห้ามของสมาชิกวุฒิสภาในครั้งนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อดุลยภาพของระบบรัฐสภาที่มีศาล รัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรในการถ่วงดุลยภาพ อย่างมีนัยสําคัญยิ่ง ผมไม่ต้องอ่านจนหมดหน้านี้นะครับ แต่ความหมายก็คือว่าการแก้ไข เปลี่ยนแปลงที่มาจากเลือกตั้งอย่างเดียวไม่มีสรรหา ย่อมกระทบต่อดุลยภาพขององค์กรต่าง ๆ ที่เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญครับ นอกจากนั้นครับ ท่านประธานครับ ตั้งแต่ร่างแรก ที่ส่งเข้ามาในรัฐสภาแห่งนี้ ไม่ได้แก้ไขมาตรา ๒๔๐ ครับ มาตรา ๒๔๐ มีคณะกรรมการสรรหา อยู่ในมาตรานี้ จะตอบอย่างไรล่ะครับ จะตอบกันอย่างไรว่าจะเดินกันต่อไปอย่างไร แก้แล้ว แก้ไม่ครบ แก้ให้จบให้ผ่านมาอย่างที่ท่านต้องการปรารถนานี่นะครับ มาตรา ๒๔๐ ยังมี กรรมการสรรหาอยู่ แล้วถ้าเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้น จะไปเอากรรมการสรรหามาจากไหนครับ ในเมื่อท่านตัดในมาตรานี้ครับ ท่านบอกว่าไม่เป็นไรในมาตรา ๑๐ มี มาตรา ๑๐ บอกว่า ไม่ต้องสรรหาใหม่ ในขณะที่กําลังเดินทางอยู่ยังไม่ประกาศใช้ แค่นี้ก็ผิดแล้ว แต่ถ้า ประกาศใช้ไปแล้วก็ยังขัดอยู่ดีก็มาตรา ๒๔๐ มันยังมีครับ ให้แก้ไขให้ได้ตามมาตรา ๑๐ ประกาศใช้ไปเลยครับ แล้วเป็นไปตามที่ท่านขอมา มาตรา ๒๔๐ เขายังมีครับ ผมเชื่อว่าเรื่องนี้ เดินต่อไม่ได้แน่ ๆ กลัดกระดุมเม็ดแรกผิด เม็ดต่อไปผิดหมดเสมอ เสียเวลาต่อรัฐสภาแห่งนี้ ที่จะทําคุณประโยชน์กับประเทศชาติ เสียเวลา เสียสุขภาพของคนทุกคนที่อยู่ในที่นี้ เสียสุขภาพของนักข่าวทุกคนที่อยู่ในที่นี้ เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ต้องมาดูแลการประชุมครั้งนี้ ผมเรียกร้องต่อท่านกรรมาธิการว่าท่านต้องกลับไปทํามาใหม่ เอาออกไปครับในเรื่องต่าง ๆ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเรามาคัดค้านอย่างไม่มีเหตุมีผล อย่างที่ ท่านประธานวิปได้อธิบายไว้ กฎหมายไหนเข้ามามีประโยชน์ ๖๐ ฉบับ เรายกมือให้ท่าน ๕๐ กว่าฉบับครับที่ผ่านมา ไม่เคยมีปัญหาใด ๆ เลย แต่อย่าเอาร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้เข้ามา อย่า เอาเรื่องของกู้เงินเข้ามา อย่าเอานิรโทษกรรมหรือปรองดองจอมปลอมเข้ามามันจะเป็น ปัญหา เราอยู่กันมา ๒ ปีครับ ในขณะนี้ไม่เคยมีปัญหา จนกระทั่งกฎหมายแบบนี้เข้ามา ผมยืนยันต่อพี่น้องประชาชนว่าผมและพรรคประชาธิปัตย์จะต่อสู้อย่างเต็มที่ อย่างสุดกําลัง เพื่อไม่ให้ประเทศชาตินี้เดินไปสู่หายนะครับ ขอบพระคุณครับ