สุทัศน์ จันทร์แสงศรี แสดงความไม่พอใจต่อการกล่าวหาและพาดพิงที่เกิดขึ้นในสมัยที่เขาเป็นสมาชิกวุฒิสภา และเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาและวุฒิสภาให้ฟังข้อมูลที่แท้จริงและตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนพูด
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๑ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ปกติผมไม่ได้เคยลุกขึ้นประท้วง เพราะผมคิดว่าเป็นความเห็น ของแต่ละท่านซึ่งมีมุมมองในแต่ละสภาต่างกัน แม้บางท่านอาจจะเป็นสมาชิกวุฒิสภาอยู่ ในขณะนี้ก็ตาม แต่ในสมัยที่ผมเป็นสมาชิกวุฒิสภามีคนกล่าวพาดพิงถึงผมในทางเสียหาย หลายครั้งในสภาผมก็ไม่เดือดร้อนใจ เพราะผมเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าตัวผมเองปฏิบัติด้วยดี ถามพี่นิพนธ์ได้ ผมกล้าให้พี่นิพนธ์เป็นสักขีพยานได้ การปฏิบัติของผมด้วยดีผมถึงบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจากการอภิปรายคนอื่น ผมไม่เดือดร้อน ไม่รู้สึกกระทบกระเทือน เพราะคนที่มองมาไม่ทราบถึงความเป็นจริง แต่พอพี่นิพนธ์ท่านลุกขึ้นมาพูด ท่านอยู่กับสภาเช่นเดียวกับผม คํากล่าวที่ท่านอยู่ในสภาท่านพูดนั้นมันส่อถึงความสร้าง ความเชื่อถือได้ค่อนข้างเยอะ ผมเองอยากจะถามความเห็นของท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ ทั้งหลายว่า ผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกวุฒิสภาใน พ.ศ. ๒๕๔๓ เมื่อท่านนิพนธ์พูดว่า สภาเสียหายอย่างนั้นแล้วนะครับท่านประธาน ท่านนิพนธ์ท่านเป็นรองประธานวุฒิสภา ท่านสมัครประธานวุฒิสภาในขณะนั้นท่านบอกท่านถูกแทรกแซง กระทั่งท่านยังถูก แทรกแซงได้ แล้วความเชื่อถือของท่านจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมสิครับท่านประธาน ใครก็แทรกแซงไม่ได้ ผมมีจุดยืนของผม ผมจะทําทุกอย่างเพื่อความถูกต้อง เพื่อความเป็น ตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง ผมไม่เคยประท้วงครับท่านประธาน ฝากท่านสมาชิกวุฒิสภา ที่ประท้วงผมด้วย ผมไม่เคยประท้วงเพราะผมคิดว่าสิ่งที่เราจะนําไปสู่สาธารณะ สังคม เขารับทราบ ต้องพูดสิ่งที่มันเป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อที่เราทราบข่าวมา ถ้าพี่นิพนธ์คิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ทําไมตอนท่านเป็นรองประธานวุฒิสภาท่านไม่ดําเนินการ ท่านละเว้น หรือเปล่า ผมเองก็ได้ข่าวสิ่งนั้นมาตลอด แต่ว่าผมจะพยายามสืบค้นก็ไม่เจอ สิ่งที่เรา โดนตําหนิและเราค้นไม่เจอเราสรุปว่าอะไรครับท่านประธาน วันนี้ถึงไม่ได้กล่าวชื่อผมก็ตาม แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าเวลาเอ่ยถึงสภาทาส ผมเจ็บปวดใจ ผมกล้าพูดต่อหน้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในที่นี้ว่าผมไม่เคยเป็นทาสใคร พี่นิพนธ์อาจจะยอมรับก็เรื่องของพี่เขา เพื่อนสมาชิกวุฒิสภาที่ผมไปพบปะมาในหลาย ๆ จังหวัดฝากผมมาพูดกับพี่นิพนธ์ พี่อย่าได้ กล่าวพาดพิงไป เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาหลายที ฝากว่าวันนี้เขาเหล่านั้นไม่มีโอกาสมาพูดมาแสดง ข้อเท็จจริง ผมอยากจะรู้ว่าวันนี้พี่นิพนธ์ครับ ถ้าพี่พบว่า พี่ทราบ มีข้อมูลเท็จจริงอย่างไร ว่าใครได้รับการให้สตางค์ ผมจดไว้ ๕ ประเด็นครับพี่ พี่นิพนธ์เขียนว่า ๑. มีการแทรกแซง ผ่านสมาชิกวุฒิสภาโดยญาติ เป็นไปได้ครับ ข้อนี้ผมไม่เถียง เพราะในการเลือกตั้งทุกครั้งนะครับ การเลือกตั้งต้องฝากญาติมาบอกกล่าวกันว่าใครรู้จักใครหรือไม่ อย่างไร สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในวันนี้องค์ประกอบมีความเป็นไปได้ในทางเที่ยงธรรม แต่ว่าในสิ่งที่ท่านบอกว่ามีการให้สตางค์ ผมพยายามสืบค้น ใครให้สตางค์ใคร ใครรับสตางค์ใคร ผมกล้าพูดต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ผมเองไม่เคยรับสตางค์จากการแทรกแซงเหล่านั้น ผมอยากบอกฝากท่านสมาชิกรัฐสภา ที่เคารพทั้งหลาย การฟังนะครับ ฟังนะครับ กาลามสูตร ๑๐ นะครับ ฟังอย่างเดียวนะครับ ต้องตรึกตรองสิ่งที่เป็นจริง ถึงแม้กาลามสูตร ๑๐ จะพูดถึงธรรมของพุทธองค์ก็ตาม แต่เรา นํามาปรับใช้ได้กับรัฐสภาแห่งนี้ วันนี้ผมอยากจะฝากครับว่าการจะพูดสิ่งใดในสถานที่ อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้นะครับ ต้องตรวจสอบข้อมูลที่แท้จริงถึงนํามาพูด ผมเองขอทักท้วง พี่นิพนธ์ที่ผมเคารพยิ่ง ผมเองมีความกตัญญู ผมมีความรู้คุณคน ท่านใดที่มีคุณกับผม ทุกครั้ง ผมให้ความเคารพตลอด วันนี้ครับผมเองก็เคารพองค์กรผม ผมเคารพสภาผม แม้บางท่าน ที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาท่านไม่รักองค์กรท่านก็ตาม แต่ผมรัก ผมรักวุฒิสภาของผม เพราะถ้า ใครกระทบกระเทียบ และทําร้ายวุฒิสภาของผมที่ผมเคยเป็นอยู่ผมขออนุญาตปกป้อง ผมเป็นหนึ่งในอดีตสมาชิกวุฒิสภา ๒๕๔๓ นั้น กราบขอร้องครับท่านสมาชิกรัฐสภาทั้งหลาย ท่านฟังแต่เพียงข่าว ท่านไม่รู้ข้อเท็จจริง ท่านพิสูจน์ไม่ได้ ท่านพูดกันเป็นตุเป็นตะ ทําให้ผม เสียหาย วุฒิสภายุคผมเสียหายมาก จริงอยู่ครับอาจจะมีข่าวเหล่านั้นเกิดขึ้นก็ตาม แต่ว่า ท่านหาหลักฐานได้หรือไม่ การหาหลักฐานไม่ได้แล้วท่านจะไปตําหนิติเตียนเขาผมว่า เป็นเรื่องยาก มุมมองของผมนะครับท่านประธาน ท่านถามสมาชิกวุฒิสภายุคปี ๒๕๔๓ ได้ว่า ผมเป็นคนอย่างไร ผมกล้าพิสูจน์ตัวเองครับ นําคนที่คิดว่าบริสุทธิ์ครับไปกราบพระ ไหว้พระ ด้วยกัน ว่าใครที่จะไม่ถูกแทรกแซง ใครที่ทํางานเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง เรามาสาบานกันได้ ผมถือว่าวันนี้ผมไม่อยากให้เราพูดตําหนิสภาอื่นโดยที่เราไม่ได้รับรู้ โดยที่เราไม่รู้ข้อเท็จจริง เป็นการตําหนิเพียงแต่ฟังเขาบอกว่า เขาเล่าว่าเท่านั้นเอง ผมใช้สิทธิในการประท้วงนะครับ แต่ว่าเมื่อกี้ท่านสมาชิกบอกให้ผมใช้สิทธิในการพาดพิงก็เท่ากับเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ปกติ ถ้าประท้วงประท้วงข้อ ๔๕ ยกมือขึ้น แล้วก็ยืน แล้วก็ประท้วงในการเสียหายในวรรคสอง ในเมื่อท่านให้ผมพาดพิงในส่วนนี้โดยการใช้อนุโลมผมก็ถือโอกาสว่าเป็นการชี้แจงว่าขอกราบ ขอร้องครับท่าน สมาชิกรัฐสภาที่เคารพรักทุกท่านครับ ท่านจะตําหนิติเตียนองค์กรใดก็ตามครับ พยายามหาข้อมูลข้อเท็จจริง หรือว่าท่านที่เคยอยู่ในองค์กรนั้นให้หาให้ถ่องแท้ว่าจริงเท็จ อย่างไร ท่านอยู่แล้วท่านออกไปแล้วท่านถีบหัวเรือส่ง ผมว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าชื่นชมเลยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ