รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๖

สุรศักดิ์ ศรีอรุณ หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสมาชิกสภาวุฒิสภา โดยเสนอให้สมาชิกสภาประกอบด้วย 150 คน โดยมีสมาชิกจังหวัดละ 1 คน และสมาชิกที่สรรหา และพูดถึงเหตุผลที่มีวุฒิสภา และข้อดีและข้อเสียของการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา และเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาความไม่คุ้มค่าของการดำเนินการนี้ และให้เผยแพร่หลักการประชาธิปไตยทั้ง ๕ ข้อ และแก้ไขปัญหาการเมืองท้องถิ่นที่ทำให้การตรวจสอบกฎหมายไม่เต็มที่ และการซื้อสิทธิขายเสียง และขอให้ประธานวุฒิสภาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ และพิจารณาอย่างรอบคอบ และแก้ไขเพื่อความโปร่งใสและยุติธรรม และเน้นย้ำว่าสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งไม่ควรอิงพรรคการเมือง และเรียกร้องให้ไม่แบ่งงานให้สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งเพิ่มอีก และระบุว่าข้อความที่ตัดออกไปเป็นส่วนที่สำคัญในการดำเนินการ และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการค้นหาวิธีแก้ปัญหาความหนาแน่นของประชากรในแต่ละภาคส่วนของประเทศไทย

พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กระผม ขออนุญาตต่อนะครับ ท่านประธานครับ ข้อ ๒ ผมได้ขอเพิ่มเติมข้อความต่อไปนี้ เป็นวรรคสอง ของมาตรา ๑๑๑ ของมาตรา ๓ ข้อความมีใจความว่า ในกรณีที่มีการเพิ่มหรือลดจังหวัด ในระหว่างวาระของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิก เท่าที่มีอยู่ ข้อ ๓ ผมให้แก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๑๑๒ ของมาตรา ๓ เป็นดังนี้ มาตรา ๑๑๒ การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในแต่ละจังหวัด ให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งและให้มีสมาชิก วุฒิสภาจังหวัดละหนึ่งคน โดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัคร รับเลือกตั้งได้หนึ่งเสียง และให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ

ต่อไปในวรรคสอง ข้อความเดิมที่เขียนว่าการคํานวณเกณฑ์จํานวนสมาชิก วุฒิสภาที่มาแต่ละจังหวัดจะพึงมีให้คํานวณตามวิธีที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๔ โดยอนุโลม กระผมขอให้ตัดข้อความนี้ทิ้งทั้งหมด วรรคต่อไปผมไม่อ่านนะครับ

ผมขออนุญาตชี้แจงเป็นข้อ ๆ ตั้งแต่ข้อ ๑ นะครับ ข้อ ๑ ที่ผมให้แก้ไข เพิ่มเติมว่า มาตรา ๑๑๑ วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจํานวน ๑๕๐ คน ซึ่งมาจาก การเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด ๆ ละหนึ่งคน และมาจากการสรรหาเท่ากับจํานวนรวมข้างต้น หักด้วยจํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ในข้อความนี้มีคําที่ผมจําเป็นที่จะต้อง อธิบายท่านประธาน ๓ คําด้วยกันนะครับ คําแรกก็คือคําว่า วุฒิสภา คําที่ ๒ ก็เกี่ยวกับ เรื่องจํานวนสมาชิกของวุฒิสภา คําที่ ๓ ก็คือคําว่า สรรหา ท่านประธานครับ วุฒิสภา เมื่อเช้านี้นะครับเพื่อนสมาชิกรัฐสภาก็ได้อธิบายพอสมควรแล้วว่าประเทศไทยเรามี ๒ สภา เป็นสภาคู่ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับว่าเหตุผลที่จําเป็นที่จะต้องมีวุฒิสภานั้นก็ ๑. ด้านโครงสร้างครับ เนื่องจากประเทศไทยเราปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตรงนี้ไม่เหมือนกับประเทศสหรัฐอเมริกา ผมขอย้ํานะครับ ตรงนี้ไม่เหมือนกับประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งหลายท่านมักจะอภิปราย แล้วก็มีวิทยุชุมชน หลายแห่งก็พยายามไปให้ข้อมูลซึ่งผิดพลาดนะครับ เมื่อเราปกครองในระบอบนี้ หลายประเทศ ในต่างประเทศเขาต้องมีวุฒิสภานะครับ

เหตุผลประการที่ ๒ ที่มีวุฒิสภา นอกจากด้านโครงสร้างนะครับ ก็คือเพื่อ เป็นการคานอํานาจ ท่านประธานครับ เพื่อป้องกันการเผด็จการโดยสภาผู้แทนราษฎร และเป็นหลักประกันเสรีภาพและคุ้มครองไม่ให้สภาผู้แทนราษฎรใช้อํานาจโดยมิชอบ ในการออกกฎหมาย อันนี้เป็นเหตุผลประการที่ ๒ ที่มีวุฒิสภานะครับ

เหตุผลประการที่ ๓ ท่านประธานครับ เพื่อให้มีตัวแทนจากชนกลุ่มน้อย หรือผู้ด้อยโอกาส หรือกลุ่มอาชีพต่าง ๆ มีโอกาสในทางการเมือง

เหตุผลประการที่ ๔ ที่ให้มีวุฒิสภานะครับ ก็เพื่อเป็นสภาพี่เลี้ยงช่วยเหลือ สภาผู้แทนราษฎรไม่ให้บัญญัติกฎหมายรีบร้อนเกินไป หรือพิจารณากฎหมายโดยไม่รอบคอบ หรือคล้อยตามข้อเรียกร้องต่าง ๆ ที่มีเหตุผลหรือมีสิ่งยั่วยุทางการเมือง มีสิ่งล่อใจ ทางการเมือง ทั้งหมดนี้ผมไม่ได้คิดเองครับท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้มาจากการที่วุฒิสภา ได้จัดให้มีการเสวนาให้ความรู้แก่ประชาชนที่วุฒิสภานะครับ ซึ่งจัดเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๖ มันมีรายละเอียดเป็นเอกสารซึ่งท่านประธานสามารถที่จะไปสืบค้นดูได้ว่าเหตุผล ที่ผมอ้างมาทั้งหมดนี้มันมีความสําคัญเชื่อมโยง ทําไมผมถึงจึงต้องแปรญัตติในลักษณะนี้ นะครับ

คําต่อไปครับเกี่ยวกับเรื่องจํานวน ที่ท่านกรรมาธิการแก้ไขว่า สมาชิกวุฒิสภา ต่อไปจะมี ๒๐๐ คน มีเพื่อนสมาชิกรัฐสภาหลายท่านได้พยายามอธิบายให้เห็นแล้วว่า ๑. จะต้องสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินเป็นจํานวนมาก เพราะแต่ละท่านจะต้องเสีย ค่าใช้จ่าย รวมทั้งเงินเดือนทั้งหมดประมาณ ๕.๑ ล้านบาทต่อปี แต่เดิมมีอยู่ ๑๕๐ คน ก็สามารถที่จะทําหน้าทีนี้ได้นะครับท่านประธาน เสร็จแล้วเมื่อเพิ่มเป็น ๒๐๐ คน ก็ต้องเอา ๕๐ คูณ ๕.๑ ล้านบาท ขณะนี้ประเทศไทยเราก็เสี่ยงต่อสภาพความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ เมื่อเช้าตัวเลขตกลงมา ไม่ถึง ๔ แล้วนะครับ ๓.๘ จีดีพี (GDP) อันนี้ก็เกือบจะเข้าขีดอันตราย เพราะเมื่อใดที่จีดีพีตกไปต่ํากว่า ๔ เมื่อมันถึง ๓ เมื่อไรมันจบนะครับ ก็อย่าได้ประมาท เพราะฉะนั้นกรรมาธิการก็ไม่ได้ตอบชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องความสิ้นเปลือง ความไม่คุ้มค่า สิ่งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าท่านกรรมาธิการได้ละเลยในสิ่งซึ่งจะทําให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน อย่าลืมว่าตอนที่ท่านยกร่างมานี้นะครับ ท่านอ้างนะครับ เพื่อประโยชน์แก่ประชาชน ประชาชนต้องเสียภาษีครับ ถ้าเกิดภาษีนั้นไม่ได้ถูกใช้ให้เกิดความคุ้มค่านั้นก็จะเป็น ความเสียหายนะครับ ผมก็ขอให้ท่านกรรมาธิการได้กรุณาชี้แจงอีกครั้งหนึ่งว่าอีก ๕๐ คน ที่จะเพิ่มมานั้น ท่านจะแก้ไขหรือว่าทําให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจนี้ได้อย่างไร คําที่ ๓ นะครับ คํานี้ก็มีพูดกันเยอะแล้ว ผมก็มีโอกาสได้ชี้แจงต่อท่านประธานและพี่น้องประชาชน ว่า สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหานั้น ความจริงแล้วก็เป็นกระบวนการเลือกตั้ง โดยทางอ้อมนั่นเลย เพราะว่า ๑. ไม่ได้ไปสมัครได้ใช่ไหมครับ จะต้องผ่านองค์กร สมาคม นิติบุคคล ที่ไม่ได้แสวงประโยชน์ อันนี้เพื่อประหยัดเวลาท่านประธานนะครับ ผมก็จะไม่ต้อง อธิบายมาก คิดว่าท่านประธานคงเข้าใจแล้วว่าพวกสมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ในสภาแห่งนี้นะครับ มาตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ เราไม่ได้ไปขาดความเชื่อมโยงกับประชาชน อันนี้ไม่จริงนะครับ ก็ขอย้ําอีกครั้งนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อเช้านี้นะครับ ก็มีผู้อภิปรายแล้วว่าประเทศไทย เรานี้นะครับ เราปกครองโดยมีวุฒิสภามาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ในสมัยนั้นเขาก็เรียกชื่อว่า พฤฒสภา ต่อไปรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๔๙๐-๒๕๓๔ วุฒิสภานี้จะประกอบด้วยสมาชิกนะครับ ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีความรู้ความชํานาญในอาชีพต่าง ๆ ปี ๒๕๓๔ มีข่าวเรื่องการซื้อขายตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งนะครับ เพราะฉะนั้นก็เป็นที่มาว่าทําไมในปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จึงถูกออกแบบมาให้แก้ไข โดยให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้งนี้นะครับ จํานวน ๒๐๐ คน ผลก็ปรากฏมาว่า ถูกแทรกแซง อันนี้หลายคนพูดแล้ว ผมจะไม่อภิปรายซ้ําในประเด็นนี้ให้เกิดมีผู้ประท้วง หรือหาว่าผมอภิปรายซ้ําซาก บทเรียนซึ่งมันสร้างปัญหาให้แก่ประเทศนี้นะครับ ผมคิดว่า เราควรจะพยายามหลีกเลี่ยงตรงนี้เสียนะครับ เพราะว่า ๑. มันไม่มีประโยชน์ในการที่จะ พาประเทศชาติถอยกลับไปในทางที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเกิดทําให้พี่น้องประชาชน เสียโอกาส แล้วก็เป็นปัจจัยหนึ่งนะครับ ทุกคนก็คงจะไม่ปฏิเสธ ว่าที่เขาออกมาปฏิวัติ รัฐประหารอะไรต่าง ๆ นี้ มันก็มีส่วนด้วยจากการที่วุฒิสภาถูกแทรกแซง ท่านประธานครับ ผมก็ไม่ชอบการปฏิวัติรัฐประหาร ถึงแม้ผมเป็นทหารเพราะเขาไม่เคยมาบอกผม เพราะเขา ไม่เคยมาเชิญผมไปร่วมอะไรทั้งสิ้น ผมมีโอกาสได้ทุนไปเรียนต่างประเทศด้วย เพราะฉะนั้น ก็จะเห็นว่าในต่างประเทศเขาไม่ทํากันเรื่องนี้ ผมยังยินดีนะครับ ที่จะให้ทหารอยู่ภายใต้ การควบคุมของพลเรือน ทั้งหมดนี้นะครับก็เพื่อจะให้ความแตกแยกระหว่างทหารกับ พลเรือนในประเทศไทยมันสูญสลายไปเสียทีหนึ่ง อย่าได้ไปโจมตีเลยนะครับ ว่าประเทศไทย เราประชาธิปไตยมันล้มลุกคลุกคลาน ทหารมาปฏิวัติทําให้ประชาธิปไตยล้มลุกคลุกคลาน อันนี้มันเป็นข้อกล่าวหา ซึ่งไม่ครบถ้วน ความจริงแล้วผมจะตําหนิทหารเสียด้วยนะครับ เขาไม่ควรเลย ไปเรียนนอกตั้งยังเยาว์วัย แล้วคบใครก็ไม่รู้ที่ร้านกาแฟในปารีส กลับมา ก็มาทําการปฏิวัติ ไปแย่งอํานาจมาจากพระมหากษัตริย์ เสร็จแล้วก็ไปไม่รอดสร้างปัญหา จนบัดนี้ ทหารผิดครับ เพราะฉะนั้นจึงมีประเพณีอย่างไร ท่านประธานครับ ว่าทําไม นักเรียนทหารที่ไปจบนอกเขาถึงไม่ให้เป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ เพราะเขากลัวว่าไปเอาสิ่งที่ มันไม่เหมาะสมมาใช้กับประเทศ ประเทศไทยเราเป็นประชาธิปไตยแบบนําเข้าครับ ท่านประธานครับ เราไม่เหมือนประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ ซึ่งเขาเป็นประชาธิปไตย เกิดจากความคับแค้นใจนะครับ จากการปกครองในระบอบกษัตริย์ ซึ่งเขาไม่ชอบแล้วก็ หนีไปอยู่ที่โน่น ทุกคนมีความรู้สึกกดดันตรงนี้เป็นประเทศซึ่งตั้งใหม่ แล้วประเทศนั้น มันกว้างครับท่านประธานครับ มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลมากจะปกครองแบบรัฐเดียว แบบประเทศไทยเราก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันก็ต้องเป็นอย่างนี้ ผมต้องการเรียนให้ท่านประธาน ทราบว่าประเทศไทยเรานั้น เรามีความจําเป็นที่จะต้องออกแบบประชาธิปไตยนี่ครับ รวมทั้งวุฒิสภาให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับประวัติศาสตร์ จารีตประเพณี และลักษณะนิสัยประจําชาติของคนไทย ท่านประธานคงทราบนะครับว่าลักษณะนิสัยประจําชาติของคนไทยเรานั้นเราก็ไม่เหมือนฝรั่ง ท่านประธานคงเห็นใช่ไหมครับ เมื่อวันอังคารเราเกิดปัญหาวุ่นวายมาก เมื่อวานนี้ด้วย ความขอบคุณท่านประธานอีกครั้ง ท่านประธานใช้ความอดทนและอดกลั้น ท่านผ่อนปรน เมื่อวานนี้ไหลลื่นไม่มีอะไรนะครับ วันที่ประท้วงมากไปหน่อยก็ทําให้เสียเวลาไป เพราะฉะนั้นในการที่จะออกแบบประชาธิปไตยที่เหมาะสมนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งวุฒิสภา เรามีความจําเป็นที่จะต้องให้เหมาะสมนะครับ เราได้เรียนมาตั้งแต่ปี ๒๔๙๘-๒๕๕๐ แล้ว สิ่งใดไม่เหมาะสมเราไม่ควรไปลองทําอยู่ เพราะมันไม่มีทางเกิดประโยชน์ ถ้าเผื่อท่านจะ แก้ไข ถ้าเป็นห่วงว่าในการสรรหาสมาชิกวุฒิสภานั้น หรือว่าการเลือกตั้งทางอ้อมยังไม่ เหมาะสมหรือยังไม่ถูกใจ ท่านจะต้องทําในสิ่งซึ่งพี่น้องประชาชนมีโอกาสที่จะได้สิ่งที่ดีกว่า ไม่ใช่ถอยไปตามแบบเดิมแล้วสุ่มเสี่ยงทําให้เกิดปัญหา เดี๋ยวรถถังก็จะออกมาอีก ออกมานี่ ท่านประธานผมก็เดือดร้อน พี่น้องประชาชนก็เดือดร้อน คนที่ไปยุให้คนเขาทะเลาะกันนี่ ไม่เดือดร้อนนะครับ ทั้งหมดผมทราบท่านประธานเป็นนักประชาธิปไตยท่านไม่อยากให้ บ้านเมืองเกิดความไม่สงบ ท่านอยากเห็นความปรองดอง เมื่อเช้าผมกราบเรียนท่านประธาน ไปนิดหนึ่งนะครับว่าเมื่อวานผมเห็นแสงแวบ ๆ ของความปรองดองในสภาแห่งนี้ บังเอิญ วันนี้แสงมันน้อยไปหน่อยครับ มันหายไปแล้วนะครับ เดี๋ยววันต่อ ๆ ไปเรายังมีอยู่อีก เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ถ้าเผื่อในสภานี้เราสร้างความปรองดองได้ปัญหาข้างนอก ก็จบนะครับ ปัญหาบางอย่างที่คนที่เขาอยู่ต่างประเทศไม่อยากจะแก้นี่ บางทีอาจจะมี เส้นผมบังภูเขา เดี๋ยวขออนุญาตนอกเรื่องไปนิดหนึ่ง ฝากท่านประธานไปนะครับ ท่านประธานครับ ก็มีผู้กล่าวแล้วว่าถ้าเผื่อเราไปเดินทางเดิมโดยเปิดโอกาสแผนแบบ ประชาธิปไตยให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยตรงนี่นะครับ อันนี้เพื่อความชัดเจน เพราะว่าเราพูดกันมาก ฝ่ายที่เห็นด้วยว่าควรจะมาจากการเลือกตั้ง อีกฝ่ายหนึ่งก็เห็นว่า ไม่ควรจะมาจากการเลือกตั้ง มันมีเอกสารทางวิชาการครับท่านประธาน มีตารางเปรียบเทียบ ข้อดี ข้อเสียของวิธีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

ท่านประธานครับ โดยวิธีการเลือกตั้ง ข้อดีนะครับ คือ ๑. คือที่มาของ สมาชิกวุฒิสภาจากการเลือกตั้งสอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยที่วุฒิสภาต้องเป็น ตัวแทนของปวงชนชาวไทย หลักประชาธิปไตยเมื่อกี้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาก็ได้อธิบายแล้ว มันมี ๕ ข้อ ไปแค่กาบัตรเลือกตั้งอันเดียวนี่นะครับ อันนั้นไม่ถูกต้อง ก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานด้วยว่าในการที่จะเผยแพร่เรื่องหลักการประชาธิปไตยผ่านวิทยุรัฐสภา ต้องครบทั้ง ๕ ข้อครับ เพราะว่ามันไปอยู่ข้อ ๑ ข้อเดียว ก็จะเลือกตั้งลูกเดียวนะครับ

ข้อดีประการที่ ๒ ประชาชนทราบที่มา ข้อมูล แนวคิด อุดมการณ์ ทัศนะ ในทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และลักษณะของสมาชิกวุฒิสภาที่เสนอตัวเข้ามารับ การเลือกตั้ง

ข้อดีประการที่ ๓ ท่านประธานครับ มีบทบาท มีส่วนร่วมกับประชาชน ให้ความสําคัญกับประชาชน ทั้งหมดเป็นตัวอย่างง่าย ๆ ซึ่งในการเสวนานั้นเราได้สรุปมา คนที่มีส่วนร่วมมาให้ข้อคิดตรงนี้นะครับ

ข้อเสียท่านประธานครับ สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งนี้นะครับ

ข้อเสียประการที่ ๑ มีการกระจุกตัวในบางมิติค่อนข้างสูง เช่น สาขาอาชีพ วุฒิการศึกษา ท่านประธานก็คงทราบใช่ไหมครับว่าประเทศไทยเรานั้นอาชีพต่าง ๆ เราแบ่งไปเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ความจริงมันเกินกว่า ๕ กลุ่มนะครับที่ทาง กกต. ได้แบ่งสมาชิก วุฒิสภาที่มาจากการสรรหา ใช้ เหตุผลที่แบ่งเป็น ๕ กลุ่มก็เพราะว่าข้อมูลที่มาจากกระทรวง แรงงานก็ดี อะไรต่าง ๆ ก็ดีมันกระจัดกระจาย เราไม่มีข้อมูลที่จะแม่นยําว่าเราควรจะให้ อาชีพแต่ละกลุ่มควรจะมีเท่าไร ตัวนี้เป็นปัญหาโลกแตกสําหรับประเทศไทย ประเทศอื่น ไม่มีนะครับ เพราะเขาจะเก็บข้อมูลแน่ชัดว่าแต่ละอาชีพจะมีจํานวนเท่าไร ใน ๕ ปีข้างหน้า เขาจะมีตาราง

ข้อเสียประการที่ ๒ มีความสัมพันธ์กับนักการเมืองท้องถิ่นและพรรค การเมือง ทําให้การกลั่นกรองกฎหมาย การตรวจสอบไม่ทําอย่างเต็มที่ หรือกระทํา ในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ให้แก่นักการเมืองท้องถิ่น อันนี้เป็นความจริง เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะว่าขณะนี้เราได้กระจายอํานาจไปสู่การเมืองท้องถิ่น นะครับ หลายแห่งก็มีปัญหาในเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง การไปหลอกลวงพี่น้องประชาชน บางจังหวัดหัวคะแนนก็ไปหลอกประชาชนอีกทีหนึ่ง คนที่สนใจสมัครแล้วก็เสียเงินฟรีไป ประชาชนเป็นแพะลูกเดียว ไม่ใช่ประชาชนหลอกผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งไม่ใช่ครับ หัวคะแนนไปหลอกนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ถ้าเผื่อท่านแก้ตามที่กรรมาธิการเสนอมันจะมี โอกาสเกิดเยอะ

ข้อเสียประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ถูกครอบงําทางการเมือง ทําให้ วุฒิสภาไม่มีความเป็นอิสระ มีคนอภิปรายมากแล้ว และผมคิดว่าท่านประธานถ่ายทอด อย่างนี้ผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนคงจะเห็นว่า ๑. มันเป็นข้อเสียซึ่งพี่น้องประชาชนจะต้อง ชั่งใจ รวมทั้งกรรมาธิการด้วยครับ ประเทศชาติขึ้นอยู่กับท่านนะครับ ขณะนี้ท่านมีโอกาส ที่จะพาให้ประเทศชาติไปรอดหรือสิ่งที่จะไปตกเหว

ต่อไปท่านประธานครับ สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาก็มีทั้งข้อดี และข้อเสีย

ข้อดีครับ ได้สมาชิกวุฒิสภาที่มีความหลากหลายในสาขาอาชีพ ทําให้ การพิจารณากฎหมายเกิดความรอบคอบ อันนี้ผมก็ไม่อยากประเมินตัวเองนะครับท่านประธาน ให้สถาบันพระปกเกล้าไปประเมินพวกผมที่มาตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มา ๒ ซีกอย่างนี้ ดูสิว่าทําหน้าที่ตรงนี้มีปัญหา มีข้อบกพร่องอะไรไหม

ข้อดีประการที่ ๒ ได้สมาชิกวุฒิสภาที่ไม่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองหรือ พรรคการเมือง ทําให้การพิจารณากฎหมายเป็นไปเพื่อสังคมโดยแท้จริง อันนี้ท่านประธาน ก็ควรจะต้องยอมรับถูกไหมครับ เพราะว่าเมื่อไม่ต้องไปพึ่งพรรคการเมือง นักการเมือง สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาก็มีความเป็นอิสระคือหมายความว่า ๖ ปีเราหมดวาระ แน่นอนแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อใกล้ ๆ มี พ.ร.บ. ซึ่งผ่านมา ซึ่งถ้าสมมุติว่าไปออกเสียงยกมือ ก็จะทําให้ประชาชนที่เลือกมาเขาไม่เลือก การมีอยู่ ๒ ซีกตรงนี้มันก็ช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ไปได้ นะครับ

ท่านประธานครับ ข้อเสียของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาก็มี คณะกรรมการสรรหาพิจารณารายชื่อของผู้ที่จะมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาสรรหา จากการเสนอชื่อ ขององค์กรต่าง ๆ นับพันชื่อ ซึ่งคณะกรรมการไม่สามารถรู้จักบุคคลเหล่านั้นได้ทั้งหมด การตัดสินใจเลือกโดยการอ่านประวัติในเอกสาร ให้อํานาจคณะกรรมการใช้ดุลยพินิจแทน ประชาชนทั้งประเทศจึงไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อันนี้เป็นข้อเสีย ผมอธิบายนะครับ

ข้อเสียประการที่ ๒ ความหลากหลายของสมาชิกวุฒิสภาถูกกําหนดจาก คนกลุ่มเดียว โดยเฉพาะในกรณีซึ่งรัฐบาลหรือพรรคการเมืองควบคุมกรรมการสรรหาได้ จึงอาจไม่ถือว่าเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยได้อย่างแท้จริง ตรงนี้ท่านประธานและ ท่านกรรมาธิการอ่านลึก ๆ นะครับ และท่านก็มองไปไกล ๆ ด้วย ผมอ่านซ้ําอีกครั้งนะครับ ข้อเสียประการที่ ๒ ความหลากหลายของสมาชิกวุฒิสภาถูกกําหนดจากคนกลุ่มเดียว โดยเฉพาะในกรณีที่รัฐบาลหรือพรรคการเมืองควบคุมการคัดเลือกกรรมการสรรได้จึง ไม่อาจถือเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยได้อย่างแท้จริง แต่ในทางตรงข้ามถ้าสมมุติว่า พรรคการเมืองไม่สามารถจะแทรกแซงกรรมการสรรหาได้ปัญหาเรื่องนี้ก็จะไม่มี แต่มันจะมี ถ้าสมมุติว่ากรรมการสรรหานั้นถูกแทรกแซง

ข้อเสียประการที่ ๓ ประชาชนไม่ทราบที่มา ข้อมูล แนวความคิด อุดมการณ์ ทัศนะในทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของตัวสมาชิกวุฒิสภาสรรหา ทั้งหมดนี้เป็น การเปรียบเทียบซึ่งยุติธรรม เพราะว่าผมไม่ได้คิดเอง มาจากการเสวนา

ท่านประธานครับ คราวนี้เราไปดูสิว่ากรรมการสรรหานั้นเป็นที่น่าไว้วางใจ ได้หรือไม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานครับ กรรมการสรรหาก็จะประกอบด้วย ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานกรรมการตรวจเงิน แผ่นดิน ผู้พิพากษาในศาลฎีกาที่คัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ในศาลฎีกา และท่านสุดท้ายคือ ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ท่านประธานครับ ประเทศไทยเรานะครับ องค์กรฝ่ายตุลาการ เป็นองค์กรที่ถูกแทรกแซงน้อยที่สุด เพราะอะไรจึงน้อยที่สุดครับ เพราะ ๑. ประเทศไทยเรา เราต้องมาด้วยการถ่วงดุลระหว่าง อํานาจทั้ง ๓ อํานาจ บริหาร อํานาจนิติบัญญัติ และอํานาจตุลาการ เราไม่เหมือนประเทศ สหรัฐอเมริกานะครับ ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ท่านประธานก็คงทราบใช่ไหมครับ ประธานาธิบดีเขามีความเป็นอิสระจากพรรคการเมืองนะครับ แล้วก็สมาชิกวุฒิสภา ของประเทศสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายค้านด้วยซ้ําไป ประธานาธิบดีจะเอาอะไร ก็อาจจะต้องไปเจรจา ไปอธิบายความให้สมาชิวุฒิสภาเขามาก ทั้งหมดมันมีความสมดุล เพราะฉะนั้นก็กลับไปตอบคําถามที่ผมได้เสนอท่านประธานตั้งแต่ต้นนะครับ ว่า ๑. ในการที่ กรรมาธิการจะแก้องค์ประกอบของสมาชิกวุฒิสภา ท่านจะต้องคํานึงเรื่องนี้ให้ละเอียด อย่างลึกซึ้งนะครับ ผมมั่นใจในความรู้ความสามารถของท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ถามว่า ๗ คนนี้ จะโปร่งใสหรือจะยุติธรรมไหม ผมมั่นใจนะครับ ว่าทั้งหมด ๗ ท่านนี้ ท่านก็คงประหวั่นพรั่นพรึงอยู่พอสมควร ท่านก็คงไม่อยากจะเลือกคน ซึ่งเข้ามาแล้วไปรับเงิน เวลาจะโหวตไปยกมือ เพราะ ๑. ทําให้ท่านมัวหมองไปด้วย เพราะในอาชีพที่อยู่ในองค์กร ทั้งหมด อยู่ด้วยประวัติซึ่งขาวสะอาด แล้วมันมีสําคัญอีกอันท่านประธานครับ เป็นห่วงว่า เหมือนกับเป็นผลโยชน์ตอบแทนว่ากรรมการทั้ง ๗ ท่านนี้เป็นคนสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ต่อไปสมาชิกวุฒิสภาจะไม่ใช่ถอดถอน มันมีเงื่อนของกาลเวลาอยู่ด้วยครับ เพราะส่วนใหญ่แล้ว กรรมการสรรหาท่านก็จะมีวาระ มีอายุนะครับ ท่านสรรหาสมาชิวุฒิสภามาก็จะทยอย เกษียณออกไป เพราะฉะนั้นโอกาสที่วงจรตรงนี้มันจะมาผลประโยชน์ตอบแทนค่อนข้าง จะยาก เพราะท่านสังเกตใช่ไหมครับว่าที่เราผ่านมาทั้งหมดทําหน้าที่มาไม่ว่าจะเป็น การแต่งตั้งหรือการถอดถอนก็ดีจะทําได้ยาก ถามว่าทําได้ยากดีหรือไม่ดี อันนี้เป็นสิ่งที่สําคัญ นะครับ เพราะ ๑. ถ้าสมมุติว่าการแต่งตั้งและถอดถอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถอดถอน ออกจากตําแหน่งทําได้ง่ายมันเหมือนดาบสองคม เมื่อใดที่สมาชิกวุฒิสภาถูกครอบงําแล้ว อํานาจนี้อาจจะถูกนําไปใช้ในทางที่มิชอบ เราก็เห็นใช่ไหมครับ ว่ามีองค์กรบางองค์กรอยู่กับ รัฐบาลนี้ทําตัวแบบนี้ พอเปลี่ยนอีกรัฐบาลหนึ่งสิ่งที่ตัวเองเคยพูดก็ไม่ทําตามนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าทั้งหมดที่ผ่านมาถ้าเผื่อคณะกรรมาธิการยังไม่สามารถชี้ว่าองค์ประกอบ ของสมาชิกวุฒิสภาที่มีอยู่ ๒ ส่วน มีข้อเสียหายที่ร้ายแรงอะไรนะครับ ท่านก็ควรที่จะแก้ไข ตามที่กระผมได้กราบเรียนดีกว่าที่ท่านจะนําประเทศไปสู่ความสุ่มเสี่ยงต่อความเสียหาย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตย้อนไปนิดหนึ่งครับ เกี่ยวกับเรื่องหลักการและเหตุผล ซึ่งเรา พูดในวาระที่หนึ่ง แต่มันเชื่อมโยงตรงนี้นะครับ เพราะว่าในสิ่งที่ท่านกรรมาธิการได้แก้ไขมา ท่านเขียนว่า วิธีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภามีลักษณะเช่นเดียวกับวิธีการได้มาซึ่งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ท่านเขียนมาในส่วนเหตุผลนะครับ ท่านเขียนอย่างนี้หมายความว่า ความจริงแล้วผมก็ไม่เห็นด้วยในตอนที่มันผ่านวาระที่หนึ่งนะครับ

ข้อ ๑ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขามีพรรคนะครับ ถ้าเขียนแบบนี้เวลา ไปตีความแล้วมันก็เหมือนกับทําให้สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งต่อไปต้องไปอิงพรรค หรือมีพรรคนะครับ เมื่อเช้าท่านประธานก็เห็นใช่ไหมครับ ว่ามีเพื่อนสมาชิกสภาซึ่งมาจาก การเลือกตั้งชุดนี้ ท่านก็ไม่สบายใจ ท่านมายืนยันต่อที่ประชุมแล้ว ว่าท่านได้มาในการ เลือกตั้งครั้งนี้ ท่านไม่ได้ไปอิงพรรคการเมืองเลย ผมเชื่อครับ ท่านไม่อิงนะครับ แน่นอนครับ เพราะว่า ๑. รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เที่ยวนี้มันกําหนดเงื่อนไขอะไรไว้มากทําให้สมาชิก วุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งท่านบริสุทธิ์ผุดผ่องเกิน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ นะครับ เพราะฉะนั้น กฎเกณฑ์ทั้งหมดนี้ทําให้ท่านสามารถยืนได้อย่างสง่างาม และท่านประธานครับ ผมมีโอกาส ไปดูงานและไปปฏิบัติการร่วมกับเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง จังหวัดละ ๑ คน ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงครับ เพราะว่าเพื่อนผมที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นหนึ่งเดียวในจังหวัด เป็นตัวแทนจังหวัดครับ มันมีความภูมิใจมากกว่าจังหวัดละ ๕ คน คือไปแล้วผมก็ไม่สามารถจะยืดอกได้ว่าคนที่เดินข้าง ๆ ผม พาผมไปดูพี่น้องประชาชนเขา เป็นหนึ่งในจังหวัดนั้น เขาอาจจะเป็น ๓ ๒ อะไรต่าง ๆ พวกนี้ อันนี้ผมเสียดายนะครับ และเมื่อเช้านี้นะครับ ก็มีผู้ที่อธิบายความต่อท่านประธานแล้วว่าขณะนี้ในการปกครองของ ประเทศไทยเรานี่นะครับ เราได้กระจายอํานาจ เรามีผู้แทนตั้งแต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรามีผู้แทนเหล่านี้มาเพียงพอแล้ว มันไม่มีความจําเป็น ที่จะต้องมีผู้แทนอีก ๒๐๐ ท่านที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะมันจะไปซ้ําซ้อน แล้วต่อไป ประชาชนก็จะไม่รู้ว่าเมื่อมีเรื่องทุกข์ร้อนควรจะไปแจ้งใครดี ทั้งหมดนี่นะครับ ถ้าสมมุติว่า เราไม่แบ่งงานกันทํา ๑. ก็สิ้นเปลืองภาษีอากรของประเทศ

ท่านประธานครับ ไปข้อที่ ๒ ที่ผมเพิ่มเติมว่า ในกรณีที่มีการเพิ่มหรือลดจังหวัด ในระหว่างวาระของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิก เท่าที่มีอยู่ แต่ท่านกรรมาธิการได้ตัดข้อความนี้ออกไปนะครับ ไปอยู่ในส่วนไหนไม่ทราบ ข้อความนี้เป็นส่วนที่สําคัญนะครับ ถ้าเผื่อมันไม่อยู่ตรงจุดนี้ตามที่ผมแปรญัตติไว้นี่นะครับ มันก็ไม่สามารถที่จะเชื่อมโยงแล้วทําให้วาระในการดํารงตําแหน่งนี่ไหลลื่นนะครับ

ข้อ ๓ ท่านประธานครับ ที่ผมขอแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๑๑๒ นะครับ แต่เดิมมันขาดคําว่า การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในแต่ละจังหวัด มันขาดคําว่าตรงนี้ไป นะครับ เมื่อขาดตรงนี้ไปนี่นะครับ ในการที่จะตีความไปปฏิบัตินี่นะครับ จะทําให้เกิดปัญหา แก่ผู้ที่ปฏิบัติ เพราะว่าผู้ที่เวลาเขาสมัครเข้ารับเลือกตั้งแล้วนี่นะครับ เวลาไม่ได้แล้วนี่เขาจะ ถือโอกาสร้องเรียนอะไรต่าง ๆ นะครับ แล้วผมก็เพิ่มข้อความว่า และให้มีสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดละหนึ่งคน อันนี้ก็เพื่อจะให้สอดคล้องกับสิ่งที่ผมเสนอในวรรคแรกนะครับ วรรคสอง ที่ผมตัดไปนะครับ ก็คือการคํานวณเกณฑ์จํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาแต่ละจังหวัดจะพึงมี ให้คํานวณตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๔ โดยอนุโลม คือทั้งหมดนี่ในมาตรา ๙๔ โดยอนุโลม นี่นะครับ ตรงนี้ใช้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นเกณฑ์ในการคํานวณ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจังหวัดหรืออะไรต่าง ๆ ผมเกรงว่าจะทําให้เกิดความสับสน ในการที่จะไปออกกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ มันมีปัญหาสําคัญอีก นะครับ กรรมาธิการก็ไม่เคยพูดนะครับ ประเทศไทยเรานี่นะครับ มันมีความหนาแน่น ของแต่ละจังหวัดไม่เหมือนกัน ในภาคอีสานก็จะมีจํานวนจังหวัดนี่มาก จํานวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรก็มาก แล้วต่อไปจํานวนสมาชิก เนื่องจากพลเมืองตรงนั้นเยอะนะครับ เพราะฉะนั้นจํานวนสัดส่วนตรงนี้ก็จะมาก ก็จะทําให้ผู้ที่ได้รับการสรรหาเข้ามาเป็น องค์ประกอบของวุฒิสภามันเกิดปัญหา อันนี้ครับ ทําให้สหรัฐอเมริกาเขาได้ออกแบบของเขา เขาถึงได้มีอิเล็กโทรอล โหวต (Electoral Vote) เพื่อให้รัฐใหญ่กับรัฐเล็กมีความเสมอภาค ทั้งหมดท่านออกไปอย่างนี้นะครับ ก็ขัดกับหลักประชาธิปไตย ฝากท่านกรรมาธิการท่านไป คํานวณใหม่อีกครั้งหนึ่ง ท่านต้องแก้ปัญหาในเรื่องความหนาแน่นของประชากรซึ่งมีอยู่ ในแต่ละภาคส่วนของประเทศไทยนั้นไม่เท่ากัน ผมขอย้ําอีกทีนะครับ ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ตั้งประเทศเขาตระหนักดีว่ารัฐใหญ่ที่มีประชากรมาก ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ถ้าเผื่อปล่อยโดยไม่มีการคานและถ่วงดุลอํานาจนี่นะครับ มันจะทําให้เกิดการเบี่ยงเบน และผลเสียก็จะเกิดแก่ประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็ขอให้ตัดสิ่งนี้นะครับ

ท่านประธานครับ ในวรรคสุดท้ายของมาตรา ๑๑๒ ในร่างของกรรมาธิการ นะครับ เขียนว่า หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการเลือกตั้งและการหาเสียงเลือกตั้งของ สมาชิกวุฒิสภาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ผมไปเปิดดูแล้วพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีนะครับ ไม่มีนะครับ มันมีแต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ทั้งหมด มันจะอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๘ (๑) ซึ่งท่านกรรมาธิการไม่ได้บอกให้แก้ไข