รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ หารือเรื่องข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา และยอมรับผลการพิพากษาของศาลโลกในเรื่องปราสาทพระวิหาร

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอขอบพระคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาข้อพิพาทระหว่างประเทศไทย กับประเทศกัมพูชา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองนั้นเพิ่งจะเกิดครับเมื่อปี ๒๕๐๕ แต่พอได้เรียนรู้ในหนังสือก็พอจะมีบทสรุปจากครูบาอาจารย์ว่าเขาพระวิหารที่จังหวัด ศรีสะเกษนั้นถูกศาลโลกพิพากษาว่าเป็นของประเทศกัมพูชา คนที่จังหวัดนครราชสีมาหรือ โคราชบ้านผมเขาเรียกว่าประเทศเขมร ปราสาทพระวิหารนั้นตกเป็นของเขมรเนื่องจากการ พิพากษาของศาลโลก จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ จะไปโทษทีมทนายไม่เก่งหรือค่าใช้จ่าย เราไม่พอเพียงอะไรก็แล้วแต่ แต่นั่นเราต้องยอมรับว่าเป็นคําพิพากษาของศาลโลก และก็เป็น เวลา ๕๐ กว่าปีที่ผ่านไปแล้ว ก็เป็นที่ต้องยอมรับครับยอมรับในคําพิพากษาของศาลโลก ประเทศไทยเราครับ มีเพื่อนบ้านอยู่ล้อมรอบ ทางใต้ติดมาเลเซีย ทางตะวันตก พม่า ทางเหนือ ลาว ตะวันออกทั้งลาว ทั้งเขมร ถามว่าตามบริเวณชายแดนมีการกระทบกระทั่ง กันหรือไม่ ทุกด้านครับในอดีต ที่มาเลเซีย ปาดังเบซาร์ก็มีเขตโนแมนแลนด์ (No Man Land) ก็เพิ่งจะแก้ปัญหาเจรจากันแล้วก็ยุติปัญหากันไปได้ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางด้านชายแดน พม่าวันดีคืนดีก็มีกระทบกระทั่งกัน ลาวละครับ ร่มเกล้าก็ยังคาราคาซังอยู่ ก็ไม่ได้จบ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นสงบด้วยการเจรจา เฉกเช่นเดียวกันครับ วันนี้ที่มันมีปัญหาชายแดน เขมรและชายแดนไทย ต้องบอกว่าปราสาทพระวิหารมันมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นโบราณสถาน แล้วถึงขนาดจดทะเบียนเป็นมรดกโลกได้ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้ นั่นหมายความว่าโบราณสถานแห่งนี้จะสามารถเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของชาวโลก และชาวโลกก็จะมาท่องเที่ยว ด้วยผลประโยชน์ตรงนี้ละครับถึงเกิดข้อพิพาทกันขึ้นมา ถามว่าพิพาทกันขึ้นมาแล้วใครเดือดร้อน ผมเองไม่อยากจะเห็นภาพครับ คนภาคอื่นจังหวัดอื่น โดยเฉพาะคนในกรุงเทพมหานครที่มีความรู้สึกคลั่งชาติ เอาไปเป็นประเด็นทางการเมือง แล้วผลกระทบกระทั่งตรงนั้นใครเดือดร้อนครับ พี่น้องภูมิซรอล พอเป็นข่าว กินไม่ได้นอนไม่หลับ ลูกเล็กเด็กแดงต้องอพยพไปอยู่ในหลุมหลบภัย เมื่อวันที่ ๑๑ ที่ผ่านมาครับ เห็นรอยยิ้มของ พี่น้อง ผู้นําท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ให้สัมภาษณ์ด้วยรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มแห่งความสุข ตรงนี้ละครับเราจะยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก เราจะใช้วิธีการเจรจา โดยเฉพาะภาพความสวยงามของเขมร ของทหารกัมพูชาและทหารไทย หลังจากรู้ผล คําพิพากษาของศาลโลกแล้ว เดินข้ามเขตแดนมาจับมือกันด้วยรอยยิ้มและภาพแห่งความสุข วันนี้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้เรานําเรื่องนี้มาวิพากษ์วิจารณ์ มาแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็น ทั้งในอดีตและในอนาคตครับ ผมเองไม่อยากจะไปโทษและไปปรักปรําว่าใครมีเจตนาจะทํา ให้เราสูญเสียดินแดน คนไทยครับ ไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนไหน ที่มีหน้าที่ ไม่มีฝ่ายทหารที่เป็นผู้รับผิดชอบ ไม่มีนายกรัฐมนตรี ไม่มีรัฐบาลไหน ๆ ครับ ที่อยากจะเสียดินแดนให้กับต่างชาติ ฉะนั้นแล้วการกล่าวหาว่าใครไปทําอะไร อย่างไร ทําให้เสียโอกาส ทําให้เรามีหลักฐานอ่อนในการที่จะไปเจรจาต่อรองผมเชื่อว่าทุกคนมีเจตนาดี อย่าไปปรักปรํากันเลยครับ วันนี้ผมเองติดตาม นั่งฟังดูการอ่านคําพิพากษาเมื่อเย็นวันที่ ๑๑ ที่ผ่านมา ลุ้นระทึกครับ คนไทยทั้งประเทศลุ้นระทึกกลัวว่าผลการพิพากษานั้นจะออกมา ในด้านที่ไม่เป็นคุณกับประเทศไทย แต่วันนี้คนไทยทุกคนมีความสุขครับ ความสุขที่ศาลโลก นั้นอ่านคําพิพากษา ไม่มีใครได้ ไม่มีใครเสีย กลับไปสู่สถานภาพเมื่อปี ๒๕๐๕ แล้วก็ให้ โอกาสความเป็นพี่เป็นน้อง ความที่เรามีชายแดนประเทศเพื่อนบ้านติดกัน ไปพูดไปคุยกันว่า เราจะจัดสรรปันประโยชน์จากมรดกโลกตรงนี้อย่างไร เพราะประเทศกัมพูชาไปขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลกแล้ว นั่นหมายความว่าปราสาทพระวิหารนั้นเป็นของชาวโลก เราในฐานะเป็น เพื่อนบ้านก็เสมือนหนึ่งที่จะต้องเป็นเจ้าภาพ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตรงนี้ละครับให้เป็นที่ ยอมรับของชาวโลก ถ้าเรายังมัวแต่ห้ําหั่น โดยเฉพาะใครบอกว่าถ้ารบกับประเทศกัมพูชา รบกับเขมรเมื่อไร ไม่มีทางที่เขมรจะสู้เราได้เพราะความพร้อมในเรื่องยุทโธปกรณ์ ในเรื่อง ยุทธภัณฑ์ ศักยภาพในการรบ เครื่องบินรบ เขมรไม่มีทางมาสู้รบ ไม่มีทางมาต่อกรกับทหารไทยได้ ถามว่ารบกันแล้วใครชนะ ความสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่มีใครชนะ เขมรตายหนึ่งคน เขมรตายร้อยคนมีค่าเท่ากันครับ ไม่มีว่าจะเป็นคนไทยตายหนึ่งคน เขมรตายร้อยคน มีค่าเท่ากัน นั่นคือความสูญเสียเท่ากันครับ ไม่มีใครมายกย่องชมเชยว่าพี่น้อง ๒ คนนี้อยู่ บ้านใกล้เรือนเคียงกันทะเลาะกันแล้วไม่มีใครมายกย่องว่าใครชนะ มีแต่เขาจะดูถูกเหยียด หยามครับ ชาวโลกนี้เขาดูถูกครับ ประเทศไทยด้อยพัฒนา ประเทศกัมพูชาด้อยพัฒนา เรื่องแค่นี้ควรจะเจรจา ควรจะพูดคุยกัน แต่ทําไมไม่คุยกัน รบราฆ่าฟันกันทําไม วันนี้ต้องบอกว่าเป็นโอกาสดีแล้วครับ โดยเฉพาะในเรื่องสัมพันธไมตรี ระหว่างประเทศ รัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา โดยเฉพาะ ฯพณฯ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นงานวัฒนธรรม ประเพณี ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้นํารัฐบาล กัมพูชาก็เป็นไปด้วยดี โอกาสอย่างนี้ละครับ ในเมื่อปัญหาข้อพิพาทคลี่คลายไป ผมเชื่อว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะทําให้การเจรจาใช้พื้นที่ที่ศาลโลกบอกว่าน้อยนิด พื้นที่ เพียงเล็กน้อย ตรงนี้ละครับไปพูดไปคุยกัน ไปพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ชาวโลกมาครับ ผมเองเคยไปเห็นนครวัด นครธม คนไปเยี่ยมไปชมครับ ไปเห็นใครเขาก็ทึ่ง วันนี้ ถ้าคนอยากจะมาเที่ยวเขาพระวิหารครับผมเชื่อว่าถ้าเป็นชาวต่างชาติไม่มีใครไปนอนพักที่ ประเทศกัมพูชาแล้วมาเที่ยวเขาพระวิหารครับ เขาพักเมืองไทยครับแล้วเขาก็จะไปเยี่ยมชม เขาพระวิหาร เรามีแต่ได้ประโยชน์ แต่วิธีการทางการทูต วิธีการที่เราจะไปเจรจาเราจะเจรจา อย่างไรครับ ไม่มีอะไรครับในการเจรจาที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้อย่างเดียวครับ ต้องมีการ แลกเปลี่ยนครับ ให้วินวินทั้งคู่คือทั้งคู่ได้ครับ ถ้าเราจะเอาแต่ได้เราจะไม่มีโอกาสได้ แต่ถ้าเรา มีการรู้จักแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันผมเชื่อว่าเราสองพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียงกันนี้จะได้ทั้งคู่ ดังนั้นแล้วผมเองในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่งแล้วก็ติดตามประวัติศาสตร์เรื่องนี้มายาวนาน ๕๐ กว่าปี ผมเองต้องขอแสดงความชื่นชมกับทีมงานที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลไทย ผู้นําส่วน ราชการที่ท่านได้ค้นคว้านําพยานหลักฐาน โดยเฉพาะท่านทูตวีรชัยที่ท่านเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ที่คนทั้งประเทศนั้นกล่าวคําชื่นชมท่าน ท่านสามารถทําหน้าที่ของท่านได้อย่างสมบูรณ์และ วันนี้ท่านก็ทําให้คนไทยทุกคนนั้นมีความสุข ผมเองในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่งและมีโอกาส ได้มาเป็นสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ขอแสดงความชื่นชมและขอให้ท่านทําหน้าที่โดยการเจรจาแล้ว ก็พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตรงนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นมรดกที่อยู่ในเขตแดนของประเทศกัมพูชา แต่ถ้าท่านใช้ความสามารถในทางการทูตที่ท่านมีอยู่ ผมเชื่อว่าพี่น้อง ๒ ประเทศนี้จะอยู่ ด้วยกันอย่างมีความสุข โดยเฉพาะคนไทยชายแดนกัมพูชาและไทย ขอบคุณท่านครับ