รัชดา ธนาดิเรก หารือเรื่องร่างกรอบการเจรจาความตกลงเพื่อความร่วมมือด้านภาษีอากรระหว่างประเทศ และการปฏิบัติตามแฟทกา เพื่อประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกา
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ตามที่รัฐบาล ได้เสนอร่างกรอบการเจรจาความตกลงเพื่อความร่วมมือด้านภาษีอากรระหว่างประเทศ และการปฏิบัติตามแฟทกา เพื่อประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกาจะได้ไปเจรจากันนั้น ดิฉันเห็นด้วยโดยหลักการ แต่ว่าแนวทางในการปฏิบัติจะเป็นไปอย่างไรก็คงต้องใช้เวลา ในการพิจารณาต่อไป ดิฉันมีข้อสังเกตบางประการที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน เพื่อผ่านไปยังทางรัฐบาลนะคะ การที่รัฐบาลมาขออนุมัติกรอบเจรจาในครั้งนี้ เพื่อที่จะให้ สถาบันการเงินไทยได้ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าแฟทกาของสหรัฐอเมริกา เพื่อจะได้ไม่เกิดผลกระทบในทางลบในการดําเนินการธุรกิจ กฎหมายแฟทกาฉบับนี้ได้ผ่าน สภาคองเกรสมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ แต่รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพิ่งจะเอาเรื่องนี้ เข้าคณะรัฐมนตรีในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ถามว่า ๓ ปี หลังจากที่สหรัฐอเมริกาได้ผ่าน กฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ทั่วโลกรับทราบกันดีว่ามันจะมีผลต่อการดําเนินงานของ สถาบันการเงินที่มีลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเป็นชาวสหรัฐอเมริกา เพราะกฎหมายฉบับนี้จะเป็นเงื่อนไขว่าหากสถาบันการเงินไม่ว่าจะเป็นบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจํากัด บริษัทกองทุน ธุรกิจประกันภัย หรือบริษัทธนาคารต่าง ๆ นั้น หากมีลูกค้า เป็นชาวสหรัฐอเมริกานั้นจะต้องส่งรายละเอียดบัญชีลูกค้าไปยังกรมสรรพากร ซึ่งถ้าไม่ ปฏิบัติตาม หากบริษัทเหล่านั้นมีสาขาอยู่ในสหรัฐอเมริกาก็จะต้องถูกหักภาษี ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ณ ที่จ่ายในสหรัฐอเมริกา หรืออาจจะปฏิเสธการทําธุรกรรมจากสถาบันการเงินอื่น ๆ ที่รับรองว่าจะปฏิบัติตามกฎของแฟทกา สิ่งเหล่านี้มันมีผลกระทบค่ะ มันเป็นเรื่องด่วน เป็นเรื่องที่รัฐบาลควรจะพิจารณาตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศ แต่ทําไมบริหารประเทศ ไปแล้ว ๒ ปีเต็ม ๆ ถึงเอาเรื่องนี้เข้าคณะรัฐมนตรี ถามว่าใช้เวลาไปทํา อะไรอยู่ เมื่อเอาเรื่อง เข้าคณะรัฐมนตรีแล้ว เอาเรื่องไปสื่อสารให้กับสถาบันการเงินรับทราบ ไปทําประชาพิจารณ์ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต (Internet) หรือในวิถีทางใดดิฉันไม่ทราบ แต่ดิฉันคิดว่ามันเป็นความ จําเป็นที่รัฐบาลจะต้องเอาผลการรับฟังข้อมูลข่าวสารจากสถาบันการเงินตรงนั้นมารายงาน ให้สมาชิกรัฐสภา วันนี้เราเห็นเพียงเอกสาร ๒-๓ แผ่น ที่พูดถึงความจําเป็นที่เราจะต้องไปทํา และกรอบการเจรจาเพียงแค่ ๔-๕ ข้อ ดังนั้นโดยหลักการดิฉันต้องขอกราบเรียน ท่านประธานว่าดิฉันเห็นถึงความจําเป็น แต่ในทางปฏิบัติข้อมูลเพียงให้มาแค่นี้ ดิฉันไม่แน่ใจ ว่าดําเนินการไปแล้วจะสามารถเดินหน้าต่อไปอย่างรอบคอบและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ต่อสถาบันการเงินได้จริงหรือเปล่า ดิฉันมีข้อคําถามนะคะ ในเมื่อรัฐบาลบอกว่า ๘๐ ประเทศ เขากําลังดําเนินการเจรจาในเรื่องนี้กับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอยู่ แล้วเขามีรูปแบบในการเจรจา อย่างไร ท่านหาข้อมูลเอามาให้พวกเราได้ไหมคะ ท่านบอกว่ามีหลายประเทศเขาได้ ดําเนินการทําข้อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ท่านเอามาให้เราดูได้ไหมคะว่ารูปแบบในการ ทําข้อตกลงนั้นเขาเป็นอย่างไร ท่านขออนุมัติจากสภาไปทําการเจรจา คําว่า เจรจา แปลว่า ทั้ง ๒ ฝ่ายต่างได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ซึ่งกันและกัน วันนี้เราจะได้อะไรจากการเจรจาตรงนี้ เพราะดิฉันไม่อยากให้สุดท้ายแล้วเป็นการที่ประเทศไทยถูกบังคับให้สถาบันการเงินไทย ต้องทําตามกฎหมายสหรัฐอเมริกาแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยที่สถาบันการเงินไทยหรือประเทศไทย ไม่ได้ผลประโยชน์อันใดเลยจากการเจรจาในครั้งนี้ มากไปกว่านั้นนะคะ ณ ช่วงเวลาที่รัฐบาลไม่ได้มีการดําเนินการใด ๆ เลยที่เกี่ยวข้องกับ แฟทกาในเรื่องนี้ มันมีสถาบันการเงินบางแห่งเขาได้ปฏิเสธที่จะรับลูกค้าที่เป็นสัญชาติ สหรัฐอเมริกา เพราะเขาไม่แน่ใจว่าการเจรจาของรัฐบาลจะสําเร็จลุล่วงทันเดือนมกราคม ปี ๒๕๕๗ หรือเปล่า ท่านประธานคะ แฟทกาผ่านสภาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ แล้วเขาจะกําหนด มาตรการลงโทษในเดือนมกราคมปีหน้านี้ ในเมื่อรัฐบาลไม่ได้มีการดําเนินการใด ๆ ในช่วง เวลาที่ผ่านมา สถาบันการเงินบางแห่งเขาได้ปฏิเสธลูกค้าสหรัฐอเมริกาไปแล้ว ท่านได้ไป สอบถามไหมคะว่ามันเกิดความเสียหายอย่างไร มันมีจํานวนลูกค้าคิดเป็นมูลค่าวงเงินเท่าไร ของบัญชีลูกค้าเหล่านั้นที่เขาเสียหาย และมันก็มีสถาบันการเงินบางแห่งที่เขาได้ลงทะเบียน ที่จะตกลงตามข้อตกลงตามกฎหมายของแฟทกาด้วยตัวของเขาเองแล้ว รัฐบาลได้ไปศึกษา ไหมคะว่าเขามีวิธีการที่จะรายงานบัญชีลูกค้าของเขาไปยังกรมสรรพากรสหรัฐอเมริกา อย่างไร มีค่าใช้จ่าย มีต้นทุนในการดําเนินงานอย่างไรบ้าง ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่สําคัญที่ จะประกอบการตัดสินใจของสมาชิกรัฐสภา และดิฉันก็คิดว่าในเมื่อตัวแทนของรัฐบาลจะไป เจรจากับสหรัฐอเมริกาท่านก็ต้องมีข้อมูลในเชิงปฏิบัติเช่นนี้ แล้วทําไมถึงไม่เอามาเสนอให้ สมาชิกรัฐสภาได้รับทราบ ได้เห็น ได้อภิปรายกันบ้างเลย ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่า ณ วันนี้เมื่อไม่มีเอกสารรายละเอียดจากรัฐบาลให้มีเพียงแค่กรอบ ๔-๕ ข้อ จะเป็นไปได้ไหมคะ ที่ทางรัฐบาลจะรวบรวมข้อมูล รวมถึงข้อมูลจากการรับฟังความคิดเห็นจากสถาบันการเงินต่าง ๆ แล้วนํากลับมาให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาอ่านอีกครั้งหนึ่งเพื่อเราจะได้สบายใจ และในโอกาสต่อไป เราจะได้มีการอภิปรายในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการดําเนินงานของรัฐบาลต่อไป ขอบคุณค่ะ