จิรายุ ห่วงทรัพย์ เสนอแปรญัตติแก้ไขมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ไขปัญหาการแก้ไขสัญญาที่เปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศไทย และให้ความชัดเจนในการแก้ไข เพื่อป้องกันการขายแผ่นดินให้กับต่างประเทศ นอกจากนี้ยังระบุความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ฟังเพื่อนสมาชิกอย่างท่านอดีตรัฐมนตรี อลงกรณ์ พลบุตร ได้อภิปราย ได้ความรู้เยอะครับ และผมเชื่อว่าท่านคณะกรรมาธิการคงจะ ได้ไปแก้ไขปรับปรุงกันในโอกาสต่อไป เป็นความรู้ที่บางทีผมก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนนะครับ ต้องชื่นชมท่านในฐานะผู้ปฏิรูปพรรค ท่านประธานที่เคารพครับ ผมแปลกใจอยู่เรื่องเดียว ครับว่าตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎรมานั้นแล้วก็เป็นสมาชิกรัฐสภา หลายครั้งครับ ผมเป็นวิป รัฐบาลอยู่ด้วย เวลาที่ข้าราชการเข้าไปในห้องประชุมที่ทําเนียบรัฐบาล ที่ตึกบัญชาการ ผม ประชุมอยู่ทุกครั้ง ผมยังงงท่านประธานครับว่าเรื่องบางเรื่องระดับเจ้าหน้าที่เขาทํากันได้ ทําไมไม่ทํา ก็เพิ่งมาถึงบางอ้อก่อนจะไปถึงบางเขนนี่ละท่านประธานครับว่า เป็นเพราะว่า ข้าราชการทั้งหลายแหล่เขาไม่มั่นใจครับว่าคิดในมุมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศแล้วจะ สามารถดําเนินการได้เลยหรือไม่ ดําเนินการไปแล้วจะติดคุกไหม ผมไม่อยากให้เกิดกรณีเป็น เหยื่อทางด้านการเมืองเกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ เหมือนอดีตท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศ ท่านนพดล ปัทมะ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านอยู่ภายนอกแต่ว่าไม่เสียหายนะ ครับ ถ้าเรามีการเขียน หรือว่าแก้ไข แปรญัตติกันอย่างชัดเจน และเห็นด้วยในเสียงส่วนใหญ่ ของสมาชิกผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ผมเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาประเทศนี้ มันจะขับเคลื่อนไปได้ครับ แล้วก็ไม่อยากเห็นข้าราชการเช่นเดียวกันครับที่จะเกิดภาวะวังเวง วิเวกโหวงเหวง คือไม่รู้จะทําอะไรดี จะบอกใช่ก็ไม่กล้า ก็บอกไปกลาง ๆ อยู่เรื่อยไปครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะไปบอกว่าทําไมผมต้องแปรญัตติคําว่า ทุกกรณี เข้าไป ในวรรคสอง มีครั้งหนึ่งครับในห้องประชุมที่ทําเนียบรัฐบาลครับ ข้าราชการมาขออนุมัติ วิปรัฐบาลในตึกบัญชาการที่ผมนั่งอยู่ในห้องประชุมครับว่า ขอเอาเรื่องเข้าสู่รัฐสภาในการ จัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ขออนุมัติงบ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ท่านประธานครับ เข้าไปขอในห้องวิปเพื่อจะเอากฎหมายนี้เข้า แล้วเราก็พิจารณา กฎหมายนี้ไปเมื่อปีกว่าที่แล้ว เมื่อ ๑ ปีที่ผ่านมาครับท่านประธาน นี่ละครับผมจึงบอกว่า มาตรา ๑๙๐ มันมีปัญหา ถ้าไม่มีปัญหา ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน ท่านก็คงจะไม่แก้ไขครับ แต่มันคนละมุมมอง กาลเวลามันเปลี่ยนผ่าน ท่านประธานครับ ตอนสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์อาจจะเห็นว่ามาตรา ๑๙๐ มันมี ปัญหาจากรัฐบาลท่าน แต่พอเวลามันผ่านไปแล้ว ๒-๓ ปี เวลามันเปลี่ยน นายกรัฐมนตรีจีน ยังมานั่งตรงท่านประธานได้เลยครับ นายกรัฐมนตรีจีนยังบอกเลยว่าแค่ถนนจะเชื่อมต่อมา เมืองไทย จะไปลาว เวียดนาม เขมร พม่า ยังต้องเข้าสู่รัฐสภา สุดท้ายพอท่านนายกรัฐมนตรี จีนเดินผ่านพ้นประตู ท่านประธานกดออดโหวตปุ๊บผ่านเลย อย่างนี้ต้องให้ท่าน นายกรัฐมนตรีจีนมาบ่อย ๆ ครับท่านประธาน แต่ที่น่าสนใจก็คือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๑๙๐ ที่มาตรา ๓ บอกว่าให้ไปยกเลิกแก้ไข จะให้มองว่าโลกมันกว้างนะครับ การเจรจาธุรกิจถ้าสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ปี ๑๙๔๐ เขาเอาอาวุธไปถล่มกัน เขาไปยึด ดินแดนกัน ญี่ปุ่นบุกเข้าไปประเทศนั้น ยึดโลก เป็นสงครามโลกครั้งที่ ๒ อันนั้นเสียดินแดน เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วท่านประธานครับประเภทที่ ชนอ. ท่านประธานรู้จักไหมครับที่ ชนอ. ชี้นิ้วเอา เขาเรียกที่ ชนอ. คือประเทศใหญ่โต เขาบอก ชนอ. ที่ฉัน ขีดเลย ไม่มีแล้วท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้มันต้องใช้ กฎหมายบังคับ เพราะฉะนั้นที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไขนี่นะครับ ถ้าภาษาวัยรุ่น เขาบอกว่า ต้องกดไลค์ (Like) ๑๐๐ ครั้งท่านประธานครับ เพราะอะไรครับ เขียนชัดเจน ครับ บอกว่าหนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หรือมีเขตอํานาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมาย ระหว่างประเทศโดยชัดแจ้ง หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติ และหนังสือสัญญาที่มีบทบาท ในการเปิดการค้าเสรี การค้าการลงทุนต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ผมเติมให้ ท่านประธานครับ บอกทุกกรณี มันจะได้ไม่ต้องเอาไปหากินกันทางด้านการเมืองอย่างไร ท่านประธานครับ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็เดี๋ยวก็เสียแผ่นดิน ทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา มันไม่มี ประโยชน์อะไรเลยท่านประธานครับ
เรื่องต่อมา ที่น่าสนใจแล้วก็ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนนะครับท่านประธานครับ ผมคัดแบบเร็ว ๆ นะครับ สภาผู้แทนราษฎรในสมัยนี้ประชุมกันมา ๒ ปีกว่าครับ มีเรื่อง บางเรื่องซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเข้าสู่รัฐสภาแห่งนี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเสียดินแดน นะครับ ท่านกังวลบอกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านอยู่ไกลครับ บอกว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกัมพูชาในการลงทุน ยืนยันมาไม่รู้กี่ครั้งท่านประธานครับ บอกว่าถ้ามีนี่ ให้ ๑๐๐ ล้านบาท ใครอยากรวยไปหามาเลยครับ ถ้าเกิดท่านอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณลงทุนในกัมพูชาเรื่องพลังงานอะไรที่ท่านว่ากันนี้ ให้ ๑๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าใครไม่เอาก็มอบให้โรงเรียนปัญญาอ่อนท่านประธานครับ ก็เขาก็ประกาศชัดเจนมา หลายปีแล้วนะ แล้วก็พูดเรื่องนี้ตั้งแต่ปฏิวัติรัฐประหาร วนกันอยู่กับทักษิณ ทักษิณ ทักษิณ นอนไม่หลับ ตื่นมาตีสาม จะลุกไปฉี่ ทักษิณอยู่ไหนจะจับ ก็เป็นอย่างนี้ท่านประธานครับ ประเทศมันถึงไปไหนไม่ได้สักที ข้อตกลงหลายฉบับ ท่านประธานครับ เช่นข้อตกเรื่องของ การยอมรับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียน นี่ข้าราชการก็ทํากันเองได้ แต่ก็เอาเข้าสู่ รัฐสภา เชิญท่านสมาชิกวุฒิภามานั่งประชุมด้วยอีก ท่านประธานก็บอกว่า โอ้โห เรื่องบาง เรื่องคุยกันเถอะข้าราชการ เหมือนแค่ไปเจรจา ท่านประธานครับ เช่น จัดตั้งศูนย์ ประสานงานอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย นี่ก็ต้องเข้าสู่รัฐสภา ตามมาตรา ๑๙๐ ตั้งกองทุนเพื่อ การพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานอาเซียน เพื่อศึกษา ก็เข้าสู่รัฐสภา ข้อตกลงเพื่อที่จะทําบันทึก ความเข้าใจ เพื่อส่งเสริมการลงทุนคูเวตก็เข้าสู่รัฐสภา แค่ทําการตกลงครับว่าจะทําโน่น จะทํานี่ ก็เข้าสู่รัฐสภาอีก เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่งท่านประธานครับ แล้วที่ผม ต้องแปลคําว่า ทุกกรณี เข้าไปในมาตรา ๑๙๐ วรรคสองนี่นะครับ ก็เพราะว่าท่านจะได้ ไม่ต้องเคลือบแคลงใจครับว่าเวลาจะเสียดินแดน โอ้โห เขาพระวิหารจะเป็นจะตายกัน ท่านประธานครับ ตอนนี้เป็นอย่างไรครับ พอผ่านมาแล้ว ๕ ปี เราก็นั่งทบทวนว่า เราทะเลาะกันเพื่ออะไร ทําไมเราไม่ค้าขายกับกัมพูชานี่ละครับ แล้วชีวิตนี้มันจะเป็นอะไร กันนักกันหนากับประเทศกัมพูชานี้นะครับ มันมีตั้งหลายประเทศนะท่านประธานครับ ประเทศไทยซ้าย ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ขวาประเทศพม่า ใต้ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศบรูไน ๑๐ ประเทศอาเซียน นี่ถ้าเกิดคนแดนไกลเขาบอกว่าเขาอยากจะไปอยู่ที่สิงคโปร์บ้าง ท่านไม่ต้องทะเลาะกับสิงคโปร์กันอีกหรือ หรือถ้าเขาบอกว่าจะไปประชุมที่มาเลเซีย ไม่ต้อง ทะเลาะกับมาเลเซียกันอีกหรือ ยกท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณออกไปนอกประเทศก่อน แล้วเอาความที่เป็นเหตุเป็นผลในมาตรา ๑๙๐ ท่านประธานครับ ว่าทําไมมันจะต้องมีการ แก้ไข เพื่อไม่ให้มันเกิดการตีความที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่ใช่เอะอะอะไร ก็โอย เอาอีกแล้ว มันแก้เพื่อที่จะไปลงทุนธุรกิจพลังงานอย่างโน้นอย่างนี้ ผมจึงเห็นด้วย ท่านประธานครับ แล้ววันที่แปรญัตติไม่ต้องแปรญัตติเยอะ เอาแบบประเภทแบบทุกกรณี ถ้า ท่านจะไปเซ็นสัญญาเรื่องของอธิปไตย อย่างนี้ไม่ได้ รัฐมนตรีคนไหนที่เป็นฝ่ายต่างประเทศ เจรจาความเมือง จะไปเจรจากับพม่า แม้ตารางนิ้วเดียวผมก็ไม่ให้ ถ้ารัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทําเช่นนั้นผมก็ขอลาออก มันอยู่ไม่ได้ท่านประธานครับ เพราะมันไม่ใช่สมัยเอาปืนใหญ่ ยิงข้ามแม่น้ําสะโตงแล้วท่านประธานครับ บุกไปเมื่อไรไปชี้ที่ ชนอ. กัน มันไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ หลักการต่อมาก็คือว่าการเจรจาต่าง ๆ ในส่วน ราชการเขาก็ควรจะเจรจาไป ผมมองอีกมุมหนึ่ง ท่านประธานครับ ว่าหลายท่านบอกว่า เรื่องบางเรื่องมันต้องเข้าสู่รัฐสภา ประชาชนจะได้รู้ ผมบอกท่านประธานหลายครั้งครับว่า วันที่ลอยตัวค่าเงินบาท ผมขออภัยท่านประธานนะครับ ถ้าท่านประธานเป็นคนประกาศ ท่านประธานนอนคิดมาจากบ้านแล้ว พรุ่งนี้ท่านประธานจะประกาศลอยตัวค่าเงินบาทจาก ๒๕ บาทเป็น ๓๕ บาท ท่านประธานกระซิบผมหน่อยเถอะ ผมรวยลืมบ้านเลขที่เลยนะ กลับ บ้านไม่ถูกนะ ถือเงินอยู่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ วันนี้ ๒๕ ล้านบาท พรุ่งนี้ตื่นมารวย เฉยเลย นี่ครับ บางเรื่องมันต้องทําเป็นความลับ ท่านประธานครับ ผมบอกนักข่าวหลายคน มาถามผม ท่าน ส.ส. จิรายุ เวลาที่ประชุมขึ้นจอว่าประชุมลับนี้ ทําไมนักข่าวข้างล่างรู้ตลอด คือมันลับตรงไหน ท่านประธานครับ แล้วท่านไปถามเลยนะครับ ประชุมลับในห้องประชุมรัฐสภานี้ ท่านขึ้นจอ เมื่อไร ประชุมลับเมื่อไรเสียงมันลงไปข้างล่างแล้ว ไม่ได้ยิน แต่แป๊บเดียวเขียนกันละเอียดยิบ เลย ท่านประธานพูดอย่างนี้ ส.ว. พูดอย่างนั้น ส.ส. ฝ่ายนั้นพูดอย่างนี้ แล้วมันลับตรงไหน ความลับไม่มีในโลกท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นกาลเวลาเท่านั้นละครับที่จะอธิบายได้ว่า ความลับมันมีจริงหรือไม่ เรื่องที่ท่านบอกว่าบางเรื่องไม่ควรจะเปิดเผยก็ไม่เป็นไร ก็ประชุม ลับ ผมไม่เห็นด้วยครับ เพราะบางเรื่องนี้มันต้องเจรจาความกันในกลุ่มโดยเฉพาะ เช่น ส่วนงานราชการไปเจรจาความลับทางเรื่องของการทหาร สุดท้ายมาเข้าฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารพิจารณาแล้ว แล้วก็ตัดสินใจ ถ้าคิดว่ามันเป็นความมั่นคงของประเทศก็เข้าสู่ รัฐสภา อย่างนี้พอไหว แต่ถ้าทุกเรื่องบอกเข้าสภาหมด ตั้งแต่ภาษาโบราณเขาเรียกไม้จิ้มฟัน ยันเรือรบ ท่านประธานครับ เรื่องแค่ไม้จิ้มฟันแค่นี้ให้เขาพิจารณาไป เพราะฉะนั้นขอบข่ายที่ เขาเขียน ท่านประธานครับ ถ้าของมันดีแล้วผมว่าไม่ต้องแก้หรอก แต่ถ้าของมันไม่ดี ใช้มัน แล้วมันมีปัญหา แล้วเรามองโลกแบบแคบ ๆ วันดีคืนดีทําอะไรหน่อยก็ต้องคุณทักษิณ ๆ ไม่เบื่อกันบ้างหรืออย่างไร นี่จะ ๗ ปีแล้วท่านประธานครับ ปีหน้าปี ๒๕๕๗ ปฏิวัติปี ๒๕๔๙ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แกอยู่ต่างประเทศ มันเป็นอะไรกันวนเวียนกันอยู่อย่างนี้
เรื่องต่อมาท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมแปรญัตติไว้ทุกกรณีในวรรคสองนี้ นะครับ เพราะผมให้ความสําคัญในคําว่าพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หรือมีเขตอํานาจหนังสือสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศโดยชัดแจ้ง หมายความว่าพื้นที่ โนแมน (No Man) โนแลนด์ (No Land) ภาษาอังกฤษเขาว่าอย่างนั้นก็คือไม่มีใครเป็น เจ้าของ ในภาคใต้ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ ที่ติดกับประเทศมาเลเซียรู้สึกว่าจะมี พื้นที่บางจุดที่ เป็นรอยต่อระหว่างด่านพรมแดนมันจะมีเว้นวรรคตรงกลาง เหมือนท่านประธานไปชายแดน จ๊อบ พาสปอร์ต (Job Passport) จากฝั่งไทยปุ๊บ ระหว่างเดินไปฝั่งเพื่อนบ้าน เช่น ลาว แล้วตรงนั้นใครเป็นเจ้าของ ถ้าอย่างนี้ท่านบอกว่าทําข้อตกลงร่วมกัน อย่างนี้เข้ารัฐสภา เพราะมันขีดเส้นกันไว้ครับ ระหว่างแม่น้ํา ๒ แม่น้ํา กั้นกลางเดินไปตรงสะพาน เหมือนเวลา ประเทศเกาหลีใต้กับประเทศเกาหลีเหนือเขาแลกนักโทษกัน ท่านประธานเคยเห็นในหนัง ไหมครับ ครึ่งสะพาน อย่างนี้ถามว่าต้องถามรัฐสภาไหมละ ก็เมื่อครึ่งสะพาน วัดเท่าไรมันก็ เท่านั้น ข้าราชการก็ไปวัด ส.ส. ไม่มีหน้าที่ ส.ว. ไม่มีหน้าที่ไปวัด นี่หลักการง่าย ๆ ครับ เวลามันผ่านไปอะไรไม่ดีก็ต้องแก้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องอาณาเขต นอกประเทศ การจะไปลงทุนอะไรต่าง ๆ ถ้าท่านเขียนครอบคลุมไปทุกอย่าง เจ้าสัวเมืองไทย ที่ติดอันดับ ๑ ใน ๒๐ จะไปลงทุนกับรัฐบาลต่างชาติ ต้องทําให้นามคนไทยไหมครับ บอกว่า กระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไหม เพราะเขารวยระดับโลก ทรัพย์สมบัติเขาเผลอ ๆ มากกว่างบประมาณประจําปีของประเทศไทย แล้วถ้าเกิดเขาไปลงทุนกับต่างประเทศ เขาเจ๊งขึ้นมา มันกระทบต่อสถาบันการเงิน อย่างนี้ต้องเอาเขาเข้าไปอยู่ ๑๙๐ ด้วยไหม ละครับ ท่านประธานครับ บางทีมันเหมือนกับหว่านแหไปในคลองที่มันไม่มีปลา หว่านไปเรื่อย เดี๋ยวเหวี่ยง ๆ ดึงขึ้นมาก็สาวแหเปล่า ปลาไม่มีสักที เพราะฉะนั้นผมจึงบอก ท่านประธานครับว่า บางทีการแก้ไขกฎหมายถ้าพูดกันแบบตรงไปตรงมา เสียเวลา และก็ สร้างเทา ๆ นัว ๆ ว่าแก้เพื่อทักษิณ พรรคเพื่อไทยจะได้ประโยชน์ เดี๋ยวจะต้องไปลงทุน ในต่างชาติอย่างโน้นอย่างนี้ สุดท้ายผ่านมา ๖ ปี จับได้คดีเดียว ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีผม ภรรยาซื้อที่ดิน เซ็นให้ แค่นั้นเอง คตส. ตั้งโดย คมช. ช่วยกันแล้วช่วยกันอีกก็ได้คดีเดียว จริง ๆ ถ้าอย่างนี้ถ้าเกิดผมเป็นรัฐบาลในสมัยท่านอภิสิทธิ์ ผมตรวจสอบยิบเลย นี่ไปลงทุน ใช่ไหม แก๊สในทะเล ทับซ้อน คตส. ตั้งมาแล้ว จัดการเลยด่วน ป.ป.ช. ก็มี แล้วมีอะไร ๗ ปี สวัสดีประเทศไทย นั่งด่าท่านทักษิณกันอยู่อย่างนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายปลายทางก็คือ ผมอยากให้มองในภาพรวมนะครับ มองโลกกว้างผ่านความเป็นจริง กันบ้าง โลกเขาทําธุรกิจการค้ากันเยอะแยะมากมาย ที่ประเภทที่จะไปแย่งชิงพื้นที่แบบ ซาราเยโว ฉนวนกาซา มันแทบจะไม่มีแล้ว ลองหือเข้าไปยึดพื้นที่สักตารางเมตรเดียวที่ ประเทศพม่าสิครับ โสร่งปลิวท่านประธานครับ ขีปนาวุธยิงกันหูดับตับไหม้ ลองแพลมเข้าไป ที่ประเทศลาวสักนิดเดียวสิครับ ไปดูถูกเขาว่าอาวุธเขาว่าไม่พร้อมหรือเปล่าละ ไม่ได้หรอก แล้วอยู่ดี ๆ ไทยจะไปยกแผ่นดินให้เขา ๑ ตารางเมตรมันก็ทําไม่ได้เช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นผมสนับสนุนครับกับการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ท่านประธานครับ และเขียนเข้าไป อย่างชัดเจนครับว่าทุกกรณี ถ้าเป็นเรื่องของอาณาเขตประเทศไทยครับ เพื่อเป็นการยืนยัน ชัดเจนครับว่าพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนําจัดตั้งรัฐบาลนี้ไม่มีใครคิดชั่วคิดเลวจะขาย แผ่นดินให้กับต่างชาติครับ การเจรจาความกัน ไปเจริญสัมพันธไมตรีของท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ก็ดี ของใครก็แล้วแต่ก็เป็นการเจรจาความเพื่อความสัมพันธไมตรีครับ ค้าขาย ย่อมมีขาดทุน มีกําไรบ้างเป็นเรื่องปกติ จะต้องให้ขาดทุนกับเพื่อนบ้านทุกประเทศตลอด หรือครับ หรือจะต้องให้กําไรกับเขาตลอด บางทีเราขาดทุนเรื่องเงินแต่เรากําไร ทางวัฒนธรรม มันก็ทําได้ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ ว่าผมเห็นชอบนะครับว่าที่คณะกรรมาธิการได้กรุณาไปแก้ไขปรับปรุงมามันชัดเจนครับ วรรคสามผมไม่อยากพูดถึงครับก็เป็นหน้าที่ของท่านที่ท่านจะไปรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน แต่บางเรื่องมันละเอียดมากเกินไปท่านประธานครับ จุกจิก ๆ เดี๋ยวเอาเข้าสภา ส.ว. ท่านก็เหนื่อย แทนที่ท่านจะได้กลับบ้านก็ต้องมานั่งประชุมเรื่องที่มันไม่เป็นเรื่อง ท่านประธานครับ
สุดท้ายครับผมเห็นด้วยนะครับที่มีการแก้ไขปรับปรุงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งใช้กันมาอย่างยาวนาน ปีนี้เข้าสู่ปีที่ ๗ ขอให้แก้ไขอย่างโดยด่วนครับเพื่อรัฐบาล และประชาชนคนไทย ๖๐ กว่าล้านคนได้ทํามาค้าขายกินดีอยู่ดี ลืมตาอ้าปากได้ หน้าใส ทั้งประเทศ ขอบพระคุณท่านประธานครับ