รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๖

เกียรติ สิทธีอมร แสดงความไม่พอใจต่อการลงคะแนนเสียงของสภาแห่งนี้ที่ตัดทอนสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมในกระบวนการ และลดอํานาจของสมาชิกสภาให้ถูกตัดทอนลงไป

นายเกียรติ สิทธีอมร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร สมาชิกรัฐสภา กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ผมไม่ทราบว่าวันนี้ประชาชนทางบ้านรู้หรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้นในสภาแห่งนี้ เข้าใจหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้นในสภาแห่งนี้ เรากําลังพิจารณาการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แล้วหัวใจ ที่สําคัญที่สุดของมาตรา ๑๙๐ ก็คือมาตรา ๓ ที่ได้มีการลงมติไปเมื่อกี้นี้เอง แต่การลงมติ เมื่อกี้นี้วันนี้ต้องจารึกในประวัติศาสตร์ของรัฐสภาไทยนะครับ ผมเองอยู่ในสภาอาจจะ ไม่กี่สมัยครับ แต่ติดตามการเมืองมามากกว่า ๒๐ ปี ผมเรียนท่านประธานครับ ไม่เคยเห็น แม้แต่ครั้งเดียวที่รัฐสภาทําหน้าที่เช่นนี้ การทํางานของกรรมาธิการประชุมกันหลายเดือน ๑๘ ครั้ง ครั้งหนึ่ง ๖ ชั่วโมง ๘ ชั่วโมงก็มี วันนี้ครับกรรมาธิการเอาหน้าไปอยู่ไหนครับ ท่านประธานกรรมาธิการไปนั่งที่ไหนแล้วครับ สิ่งที่กรรมาธิการเสนอเข้ามาซึ่งเป็นหัวใจ ที่สําคัญที่สุดของมาตรานี้โดนหักดิบครับ หักดิบโดยเสียงข้างมาก ถ้าเป็นเรื่องที่มันเข้าใจง่าย ผมก็พอจะเข้าใจได้ว่า ส.ส. ส.ว. สมาชิกรัฐสภาคงใช้วิจารณญาณอย่างถี่ถ้วนไตร่ตรองอย่าง ถี่ถ้วน แต่เรื่องนี้ครับเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง แม้กระทั่งในกรรมาธิการเอง เรียกผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้ข้อมูล หลายเรื่องก็เป็นการเรียนรู้ในระหว่างการทํางาน เพิ่ม ความเข้าใจให้กรรมาธิการหลายท่าน ผมไม่เชื่อเลยครับว่าวันนี้การลงคะแนนทั้งหมดเพื่อให้ มาตรา ๓ มันออกมาหน้าตาเป็นอย่างนี้ เป็นการลงคะแนนโดยใช้หลักเหตุและผล ผมไม่เชื่อครับ และผมไม่เชื่อเลยครับว่าประธานที่ทําหน้าที่เมื่อกี้นี้เข้าใจด้วยซ้ําไปว่าเมื่อลงคะแนนไปแล้ว หน้าตาของมาตรา ๓ ที่ได้มาคืออะไร เมื่อกี้ถึงถามท่านประธาน ท่านประธานตอบไม่ได้ต้องให้เลขาธิการเป็นคนไล่ให้ฟัง รัฐสภาไทยเป็นอย่างนี้แล้วหรือครับ ทําได้ดีที่สุดแค่นี้หรือครับ ผมหาคําอื่นไม่ได้นอกจาก อัปยศครับ แต่ความรู้สึกมันแย่กว่านั้น มีด้วยหรือครับว่าการเสนอญัตติมาเป็นชุด ๆ ของแต่ละคนร้อยเรียงกันมาตั้งแต่วรรคหนึ่งไปจนถึงวรรคสุดท้าย แต่วันนี้สภามาจัดซื้อจัด จ้างแบบช็อปปิ้งลิสต์ (Shopping List) เลือกมันทีละวรรค เอาวรรคที่ชอบ มีหรือครับ ท่านประธานครับ ประวัติศาสตร์ประเทศไทยนี่ครับเคยเห็นไหมครับ ผมไม่เคยครับ ๒๐ กว่าปี ไม่เคยครับ ผิด ถูก ในที่สุดคงต้องมีการวินิจฉัย แต่ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยวันนี้ผม ต้องตั้งคําถามกับคนที่ลงคะแนนให้มาตรา ๓ ออกมาเป็นเช่นนี้นะครับ ซึ่งหมายถึงอะไรครับ วันนี้สิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมในกระบวนการถูกตัดทอนลงไป อํานาจของสมาชิก รัฐสภาแห่งนี้ถูกตัดทอนลงไป มีไหมครับในประวัติศาสตร์ของประเทศทั่วโลกสภาโหวตเสียง เพื่อลดเสียงประชาชนซึ่งตัวเองเป็นผู้แทน สภาลงคะแนนเพื่อตัดสิทธิตัวเองในการไปกํากับ ดูแลถ่วงดุลการใช้อํานาจของฝ่ายบริหาร ผมไม่เคยเห็นครับท่านประธาน น่าเสียใจที่สุด น่าอายที่สุด ผมก็ไม่ทราบว่าวันนี้สมาชิกที่ลงคะแนนให้มาตรา ๓ ถูกตัดสิทธิประชาชนลงไป ตัดสิทธิตัวเองลงไป วันนี้เดินกลับพื้นที่ที่บ้าน วันนี้เดินไปบอกประชาชนอย่างไรครับ พี่น้อง วันนี้ผมเพิ่งลงคะแนนตัดสิทธิไม่ให้พี่น้องรับรู้อะไรอีกแล้ว พี่น้องจะมีส่วนร่วมก็ไม่ต้อง มีแล้ว ผมจะไปทําสนธิสัญญาอะไรลับก็ได้ ผมจะไปทําอะไรไม่ต้องศึกษาแล้วมาบอกพี่น้อง ก็ได้ นี่คือผลของการที่มาตรา ๓ มันหน้าตาออกอย่างนี้ครับ ท่านจะเดินไปบอกประชาชน ในพื้นที่ของท่านอย่างไรครับ กรรมาธิการบางท่านฝ่ายรัฐบาลนี่ครับเป็นผู้เดินไปประสานงาน กับเอฟทีเอ วอช กลุ่มที่เขาติดตามเรื่องนี้ ผมถามท่านครับวันนี้ท่านเดินไปคุยกับเอฟทีเอ วอช อย่างไรครับ อายเขาไหมครับ เสียชื่อไหมครับ เสียศักดิ์ศรีไหมครับ เสียความน่าเชื่อถือ ไหมครับ ที่ประสานไว้ทั้งหมดหักดิบหมดเลยครับ วันนี้ท่านไม่ต้องเดินไปหรอกครับ เดินไปเดี๋ยวเขาด่าบิดามารดาเอา ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ครับว่ามีสภาแห่งไหน ในขณะที่ทั่วโลก มีความพยายามที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น มีความพยายามที่จะให้มีการตรวจสอบ ถ่วงดุลได้มากขึ้น มีการพยายามใส่ในรัฐธรรมนูญให้มีหลักธรรมาภิบาลมากขึ้น วันนี้รัฐสภา แห่งนี้ครับลงคะแนนเสียงให้ทุกอย่างถูกตัดทอนลงไป ให้อํานาจฝ่ายบริหารมากขึ้น ไม่ต้อง ตรวจสอบถ่วงดุล ไม่ต้องชี้แจง ไม่ต้องทําประชาพิจารณ์ ไม่ต้องศึกษา เริ่มต้นไปทํา การเจรจาเสร็จเยียวยาเลย เยียวยาอย่างไรก็ไม่ต้องพูด เดิมบอกให้ทําให้เร็ว เดิมบอกให้ทํา ให้มีความเป็นธรรม เดิมบอกให้ช่วยดูแลผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อมเป็นพิเศษ ตัดทอนออกหมดเลย ตัดทิ้งหมดเลยครับ นี่หรือครับคือความก้าวหน้าของประเทศไทยครับ นี่หรือครับคือประชาธิปไตยของประเทศไทย ผมมีหน้าที่ลุกขึ้นมาเพื่อที่จะชี้แจงมาตรา ๔ แต่มาตรา ๔ มันเกิดขึ้นเพราะร่างของกรรมาธิการครับ ร่างของกรรมาธิการที่มีการปรับปรุง ไปเพื่อให้มีข้อกําหนดว่าระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายลูกจะให้ดําเนินการอย่างไร ในเมื่อ มาตรา ๓ หน้าตาเป็นอย่างนี้ ถ้าวันนี้กรรมาธิการหรือวันนี้รัฐสภาแห่งนี้ลงคะแนนให้ร่างของ กรรมาธิการ กฎหมายนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ตลกมากเลยครับ ตลกมากก็คือว่าระหว่างที่ยังไม่มี กฎหมายลูกการดําเนินการมันรอบคอบกว่า ถี่ถ้วนกว่า ถูกต้องกว่า ครบถ้วนกว่า แต่มี กฎหมายลูกเมื่อไรไม่ต้องทําเลย ตลกไหมครับท่านประธาน ตลกไหมครับ จากนี้เป็นต้นไปผมก็ไม่ทราบว่าการเจรจาทุกเรื่องมีเจ้าหน้าที่มาบอกนะครับ อันนี้ในชั้นกรรมาธิการ ไม่ใช่กรรมาธิการที่พิจารณารัฐธรรมนูญนี้ครับ กรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สิน ทางปัญญาครับ เขาบอกว่าการเจรจาเอฟทีเอหรือเขตการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปเป็นเรื่องลับ ท่านประธานครับ ผมเป็นคนไปเริ่มพูดคุยกับสหภาพยุโรปกับคณะผู้เจรจาของเขา ผมตั้งคําถามกับเขาแต่ต้นเลยครับ เพราะเรามีบทเรียนตอนที่เราไปเจรจากับสหรัฐ ผมบอกว่า มีหรือครับเป็นเงื่อนไขที่คุณเขียนไว้ว่าต้องลับ เขาบอกไม่มีครับ ระหว่างการเจรจาไม่มี เรื่องลับครับ ท่านมีอะไรต้องซ่อนครับ ตอนนี้รัฐบาลสั่งเจ้าหน้าที่ว่าเป็นข้อตกลงระหว่าง ผู้เจรจาว่าขอให้ดําเนินการเป็นเรื่องลับ วันนี้ผมถึงบางอ้อเลยครับ สอดคล้องกับที่เกิดขึ้น ในรัฐสภาแห่งนี้เลยครับ ท่านไม่ต้องการให้ประชาชนรับรู้ นี่หรือครับประชาธิปไตย ประชาธิปไตยแบบไหนครับ ต้นแบบของประเทศไหนครับ ผมไม่ทราบคนที่ลงคะแนนเสียง ไปยืนอยู่ไม่มีความละอายใจได้อย่างไรเลยครับ ท่านทํากับพี่น้องประชาชนที่ท่านเป็นตัวแทนครับ