รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๖

จารุพรรณ กุลดิลก กล่าวถึงบทบาทของรัฐสภาและฝ่ายค้านในการต่างประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน และเรียกร้องให้มีการถ่วงดุลอำนาจในการต่างประเทศ นอกจากนี้ยังพูดถึงความกังวลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและพลังงาน และการดำเนินการของกรรมาธิการในการพิจารณาและแก้ไขปัญหาเหล่านี้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก กรรมาธิการ ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังเพื่อนสมาชิก ขอบพระคุณนะคะสําหรับทุกความเห็น ที่ได้แสดงในมาตรา ๓ ในครั้งนี้ ทุกความเห็นนั้นมีประโยชน์อย่างยิ่ง ในกิจการ การต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง ละเอียดอ่อนมาก ดังนั้นก็เป็นความร่วมมือกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลแล้วก็ฝ่ายค้าน ดิฉันก็ดีใจที่ได้ยินทุกความเห็น จากทุกท่าน แล้วก็ได้ฟังว่าในอนาคตเราก็จะร่วมงานกันในบทบาทอย่างไรกันบ้าง ดิฉัน ยอมรับค่ะว่าในการต่างประเทศนั้นบทบาทของฝ่ายค้านนั้นมีสูงมากในทุก ๆ ประเทศ แล้วก็ เป็นความจําเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องเข้าใจในประเด็นนี้ให้ลึกซึ้ง ในมาตรา ๑๙๐ นั้น ก็จะมีกรรมาธิการได้พิจารณากันอยู่ ๓ ประเด็น ก็คือหนังสือสัญญามีประเภทใดบ้าง แล้วหนังสือสัญญาใดที่จะนําเข้าสู่รัฐสภา แล้วก็การให้มีกฎหมายว่าด้วยหนังสือสัญญา แล้วผู้ใดที่จะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดในการนําหนังสือสัญญานั้นเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ประเด็นทั้งหลายนี้ก็ตรงกับความเห็นของเพื่อนสมาชิกที่ได้แสดงความเห็นไว้นะคะ ก็มีประเด็นใดบ้างที่ท่านห่วงใยแล้วก็กังวลว่าควรจะเป็นประเด็นของประชาชนคนไทย แล้วก็ มีประเด็นของถ้อยคําที่ควรจะพิจารณาแล้วก็คํานึงไว้ ในส่วนของกรรมาธิการนั้นได้มีการ พิจารณาถึงรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในมาตรา ๑๙๐ นี้ถูกบัญญัติไว้ในหมวด คณะรัฐมนตรี ในหนังสือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สัดส่วนของนิติบัญญัติมีอยู่ ประมาณ ๕๐ หน้า คณะรัฐมนตรีมีอยู่ประมาณ ๒๐ หน้าค่ะท่านประธาน แล้วก็ในส่วนของ การตรวจสอบศาลแล้วก็องค์กรอิสระนี้มีอยู่ประมาณ ๗๐ หน้า มาตรา ๑๙๐ นี้อยู่ในส่วน ของคณะรัฐมนตรี แต่เนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นส่วนของรัฐสภานะคะ เราก็มานั่งพิจารณาแล้วก็ กางรัฐธรรมนูญของประเทศต่าง ๆ ก็ไปตรงกับประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีระบบการปกครอง ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระมุข ตรงนี้เราก็ได้เห็นตรงกันว่าการทํา หนังสือสัญญานั้น แล้วก็การลงสัตยาบันอยู่ในส่วนของคณะรัฐมนตรีนะคะ ในส่วนของ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส แล้วก็เกาหลีใต้นี้อยู่ในส่วนของรัฐสภา ก็ทําให้เห็นว่าเราจะต้องมีการ ถ่วงดุลอํานาจให้เหมาะสม ดังนั้นประเด็นในเรื่องหนังสือสัญญาประเภทใดที่จะต้องเข้าสู่ รัฐสภาบ้างนั้น เราก็มีความหมายว่าจะต้องยึดหนังสือสนธิสัญญาตามอนุสัญญากรุงเวียนนา ว่าด้วยสนธิสัญญา คริสตศักราช ๑๙๖๙ และความหมายของสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยทั่วไป ซึ่งก็มีประเภทของหนังสือสัญญาไว้ชัดเจน ดิฉันขอตอบสั้น ๆ นะคะ เพื่อที่เราจะได้ พิจารณากันในประเด็นต่อไป

ในส่วนประเด็นที่ท่านกรรมาธิการท่านได้ห่วงใยในเรื่องประเด็นสิ่งแวดล้อม และพลังงานเราก็ห่วงค่ะ แล้วเราก็มาดูว่าหนังสือสัญญาประเภทสิ่งแวดล้อมนั้นมีอะไรบ้าง ก็มีความตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน พิธีสารเกียวโต อนุสัญญาบาเซล ว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายและการกําจัดของเสียอันตรายข้ามแดนสนธิสัญญา ระหว่างประเทศว่าด้วยทรัพยากรพันธุกรรมพืชเพื่ออาหารและการเกษตร อนุสัญญา รอตเตอร์ดัมว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีลงหน้าอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครอง มรดกโลก เหล่านี้ส่วนใหญ่จะต้องนําสู่รัฐสภาอยู่แล้ว เพราะเป็นในหมวดของสนธิสัญญา ก็เข้าตรงกับความหมายของหนังสือสัญญา ดังนั้นก็ทําให้เห็นว่าในประเด็นที่ท่านห่วงกังวล นั้นว่าจะไม่ได้ถูกพิจารณานั้นก็ไม่ต้องกังวล เพราะว่าเป็นประเภทของหนังสือสัญญาที่จะต้อง เข้ารัฐสภาอยู่แล้ว ส่วนประเด็นที่กรรมาธิการได้พิจารณาก็คือเรื่องความหมาย เราก็มี ข้อตกลงกันว่าในมาตรา ๑๙๐ นี้เราจะเขียนให้สั้น กระชับ แล้วก็เข้าใจง่าย ไม่เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งทั่วไป เพื่อที่จะทําให้เรื่องประเด็นต่างประเทศเป็นประเด็น ร่วมกันจริง ๆ ดังนั้นในสัดส่วนที่จะนําเข้าไปพิจารณาในกฎหมายต่อไปนั้นก็เป็นความหมาย ที่ยังมีพลวัต คือมีการเปลี่ยนแปลงความหมายไปได้ยังไม่ชัดเจน อย่างเช่น เรื่องสิ่งแวดล้อม และพลังงาน เป็นต้น ทุกวันนี้ดิฉันเองก็เห็นว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมและพลังงานนั้นก็มี ความหมายกว้างขวาง เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะฉะนั้นในเมื่อเรายังไม่สามารถที่จะระบุได้ชัด แจ้งว่าความหมายนั้นจะตายตัวได้อย่างไร ก็จึงไปอยู่ในระดับพระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้น จึงเป็นที่มาของคณะกรรมาธิการ แล้วก็เนื้อหาในมาตรา ๓ ที่คณะกรรมาธิการได้พิจาณา เอาไว้ว่าความหมายที่ชัดเจน ชัดแจ้ง เราก็จะใส่ไว้ ส่วนที่ยังมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ ในอนาคตก็จะไปอยู่ในระดับพระราชบัญญัติต่อไปค่ะท่านประธาน ตรงนี้ก็เป็นการทํางาน ของคณะกรรมาธิการ แล้วก็เป็นการตอบคําถามข้อห่วงใย ความกังวลในถ้อยคําต่าง ๆ ว่า หลักคิดของกรรมาธิการเป็นอย่างไร ดิฉันเชื่อมั่นว่ากรรมาธิการทุกท่านมีความห่วงใย แล้วก็ เข้าใจถึงประเด็นในกิจการการต่างประเทศ แล้วก็ความสําคัญของการร่วมมือกันระหว่าง ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ขอบพระคุณค่ะ