สมชาย แสวงการ กล่าวถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลและรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเจรจาสนธิสัญญากับต่างประเทศ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามคำแนะนำของสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกา ในขณะเดียวกันเขายังหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 การเข้าร่วมเป็นภาคีไอซีซี และการแก้ไขสัญญาเกี่ยวกับอาณาเขตไทย-กัมพูชา พร้อมกับเรียกร้องให้กรมชลประทานดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภาแบบสรรหาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่น ผมคงต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึงข้อชี้แจงที่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ ยืนยันว่าเวลาท่านไปทําสนธิสัญญาหรือไปทําสัญญา ไปประชุมร่วมกับต่างประเทศแล้ว เสียหายขายหน้า อันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานเลยครับว่าไม่เป็นความจริง แม้ในต่างประเทศก็ตาม ก็ใช้รัฐสภาเป็นการทํางานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ กรมการค้า กระทรวงการพาณิชย์ แล้วก็รัฐบาลในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ หลายกรณีครับ ผมยกตัวอย่างกรณีที่สนธิสัญญาหรือร่างต่าง ๆ เข้ามาตามมาตรา ๑๙๐ หลายร้อยเรื่อง เข้ามาสู่สภา ๙๙ เปอร์เซ็นต์ผ่านจากสภาออกไปอย่างไม่มีที่ติ และเราให้ความร่วมมือกัน อย่างดีนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ท่านแจ้งความเร่งด่วน อย่างเช่นกรณีไซเตส (CITES) บอกว่าเหลืออีก ๒-๓ วันแล้วจะหมดเวลา แต่ความจริงไปตรวจเอกสารแล้วไปดองไว้ ที่กระทรวงกับที่คณะรัฐมนตรี ๗ เดือน ส่งเข้าสภามาทันทีวันรุ่งขึ้นต้องเอาให้ได้ เราก็ผ่าน ครับท่านประธาน ไม่รวมถึงสิ่งที่เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเคยบอกพวกเราเอง เสียด้วยซ้ําไปว่าอยากให้ช่วยในเรื่องของการเซ็นเจเทปป้า การเจรจากับไทย ญี่ปุ่น เพราะ ตอนนั้นมีเรื่องปัญหาขยะพิษเข้ามา เราใช้สภาในการดึงเรื่องนี้ไว้ ทําให้เจ้าหน้าที่นั้น ไม่ต้องตกปากรับคําแล้วไปหลงในเรื่องขยะพิษนะครับ ก็เป็นสิ่งที่ได้กราบเรียนเพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้ทราบว่าสิ่งเหล่านี้สภายังมีความสําคัญในการช่วย ในการดูแล ในฐานะ ตัวแทนของประชาชนต่อสิ่งที่ฝ่ายบริหารอาจต้องใช้สภาเป็นเครื่องมือเช่นเดียวกันครับ งานวิจัยชัดเจนครับในของคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยในประเทศต่าง ๆ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพียงแค่ของดอกเตอร์เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ที่พูดถึงสหรัฐอเมริกาว่า ในหลักนี้สหรัฐอเมริกาใช้เป็นประจํานะครับ แล้วก็ใช้เสียงของวุฒิสภาในการที่ต้องผ่าน สนธิสัญญาภายใต้คําแนะนําและความเห็นชอบของสภาคองเกรส (Congress) เรื่องนี้ไม่ใช่ เรื่องผิดปกติอะไร เพียงแต่ว่าเมื่อท่านจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ พอแก้แล้วแทนที่จะดีขึ้น ผมกราบเรียนเลยครับว่ามีคําถามที่ถามอยู่ในใจว่ามันจะดีขึ้นจริงหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ ตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ หลังจากการทําประชามติแล้วนะครับ บัญญัติให้ทํา กฎหมายลูก จนบัดนี้ผ่านมา ๕ ปี ท่านก็ไม่ทํา อันนี้เป็นคําถามใหญ่ครับ คําถามที่ว่า ท่านเขียนไว้ในนี้ว่าอีก ๑ ปีท่านจะทํา ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทําจริงหรือไม่ ประการหนึ่ง
ประการถัดมาก็คือว่า การไม่ทํากฎหมายลูกแล้วมาอาศัยในการแก้ไข รัฐธรรมนูญเสียให้เกิดช่องว่างช่องโหว่ ให้เกิดความสะดวกสบายง่ายต่อการทํางานของ เจ้าหน้าที่หรือฝ่ายบริหารนั้น เป็นการเอาอํานาจจากสภาไปเสียเกือบทั้งหมดใช่หรือไม่ วันหนึ่งสิ่งที่เคยเยียวยา สิ่งที่เคยสอบถามความคิดเห็นของพี่น้องที่จะได้รับผลกระทบ มันหายไปหมดใช่หรือไม่นะครับ ผมก็มีสิ่งที่ต้องถามคณะกรรมาธิการหลายประเด็น แล้วก็อยากให้ท่านได้ช่วยกรุณาตอบก่อนที่เราจะต้องลงมติอย่างหนึ่งอย่างใดนะครับ มีคําถามที่คาใจมากครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่เราต้องไปดําเนินการ เกี่ยวกับการให้สัตยาบันซึ่งค้างอยู่ ในการที่ประเทศไทยจะเข้าเป็นภาคีไอซีซี (ICC) ซึ่งก่อตั้งขึ้นตามธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยการพิจารณาคดีอันเป็นการกระทําความผิดร้ายแรง ๔ ฐานความผิด ได้แก่ อาชญากรรมอันเป็นการทําลายล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรม ต่อมนุษยชาติ อาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมอันเป็นการรุกราน ซึ่งประเทศไทยนั้น เคยได้ไปลงนามไว้เมื่อปี ๒๕๔๒ เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม แต่ผมกราบเรียนว่ายังไม่ได้ให้ สัตยาบันในที่ประชุมรัฐสภา แล้วก็มีการไปร้องเรียนต่อไอซีซี ซึ่งผมกับคณะกรรมาธิการการ ต่างประเทศได้เดินทางไปพบท่านประธานศาลไอซีซี ศาลอาญาระหว่างประเทศนะครับ ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ก็ได้พูดคุยและประชุมกันเรื่องนี้ ได้สอบถามความคิดเห็นมากมาย มีกลุ่มผู้ไปร้องเรียนไม่ว่าจะเป็นการร้องเรียนท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทั้ง ๒ คน อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ กรณีเหตุจับกุมทารุณกรรมที่ตากใบและก็ที่กรือเซะ เหตุการณ์ สลายการชุมนุมของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาครับว่าเราจะให้การ รับรองสัตยาบันแล้ว เมื่อท่านแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ ไปสิ่งเหล่านี้ยังต้องเข้าสภาอีก หรือไม่ เป็นคําถามใหญ่ครับ เพราะอะไรครับ เพราะถ้าเราปล่อยให้เรื่องนี้เดินหน้าต่อไป โดยไม่ต้องผ่านสภา ความกังวลในเรื่องสําคัญอย่างยิ่งครับ ซึ่งหน่วยงานที่พิจารณาในขณะนี้ กรรมาธิการได้เชิญมาชี้แจงต่อที่ประชุมกรรมาธิการการต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศก็ดี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สํานักงาน อัยการสูงสุด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สภาความมั่นคงแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ต่างมีความกังวลใจแบบเดียวกันครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเมื่อเราให้สัตยาบันไอซีซี (ICC) หรือถ้ารัฐบาล ไปดําเนินการแล้วนี่นะครับ ปัญหาที่ตามมาก็คือว่ามันมีกฎหมายว่า เขาจะต้องเข้ามา ดําเนินการ เอาละ ถ้าไอซีซีบอกว่าส่งอัยการมาในชั้นที่สอบสวน ไม่มีผลผูกพันใด ๆ ก็ตาม สอบสวนเบื้องต้น เพราะมีคนไปร้องเรียน แต่ประเทศไทยมีการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ความหมายนี้ไม่ได้แยกออกจาก พระมหากษัตริย์ของเรา และเขาไม่แยกว่า ประมุขนั้นจะสั่งการหรือไม่สั่งการก็ตาม แต่จะต้องมีการดําเนินการสอบสวน ประการที่ ๒ ครับ พระเจ้าอยู่หัวเราเป็นจอมทัพไทย อันนี้ละครับก็จะมีคน บุคคลที่เป็นนอมินี (Nominee) ก็ตาม หรือเป็นบุคคลที่ อยู่ในต่างประเทศก็ตาม หรือจ้างบริษัทต่างประเทศก็ตามไปดําเนินการฟ้องร้อง สิ่งเหล่านี้ที่ ตามมาคือปัญหาใหญ่ว่าจะเป็นการจาบจ้วงล่วงละเมิด และพวกเราคงยอมไม่ได้ คําถามนี้ อยากฝากไปยังกรรมาธิการครับ เพราะว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ว่าเมื่อท่านแก้ไขร่าง มาตรา ๑๙๐ ตรงนี้ไปแล้วนี่ สิ่งที่ผมทักท้วงเรื่องศาลอาญาระหว่างประเทศ ไอซีซีนี้ ยังจะต้องเข้ามาอีกหรือไม่ หรือท่านดําเนินการไปได้เลย และก็จะเป็นปัญหา เพราะจะต้องมี การแก้กฎหมายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๘ ที่เกี่ยวข้องกับองค์พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะ ละเมิดมิได้ มาตรา ๑๐ พระมหากษัตริย์ทรงดํารงตําแหน่งจอมทัพไทย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ อยากฝากกรรมาธิการให้ช่วย ได้ตอบด้วยนะครับ และก็ให้คลายความกังวลด้วยนะครับ
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ สิ่งที่กรรมาธิการไปแก้ไขและเกินอย่างที่ท่าน สมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้ว ก็คือการที่ระบุว่าหนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณา เขต หรือเขต พืนที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หรือมีเขตอํานาจตาม หนังสือสัญญา หรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ คือถ้าความแค่นี้พอ แต่ท่านไปเติมคําว่า โดยชัดแจ้ง ครับ สิ่งเหล่านี้พอโดยชัดแจ้งแล้วมีปัญหามากมายครับท่านประธาน เรามีปัญหา เรื่องอาณาเขตรอบประเทศเลยครับ เรามีปัญหาบ้านร่มเกล้า เรามีปัญหา ๓ หมู่บ้าน ระหว่างไทยกับลาวที่ไม่มีความชัดแจ้ง จนบัดนี้ก็ไม่มีความชัดแจ้ง เรามีปัญหาระหว่างไทยกับพม่า ไม่ว่าจะเป็นเนิน ๔๙๑ ที่ชุมพร หรือบริเวณร่องน้ํา เราก็ยังมีปัญหาไม่ชัดแจ้งครับ กัมพูชา ยิ่งแล้วใหญ่ท่านประธานครับ ปัญหาของปราสาทพระวิหารและปราสาทหลาย ๆ ปราสาท ริมชายแดนทั้งหมด ลงมาตั้งแต่ด้านบนลงมาถึงจังหวัดตราด มีหมดเลยครับ รวมถึงปัญหาที่ เกิดจากทางทะเล เซ็นเอ็มโอยู ๒๕๔๔ ซึ่งทําให้พื้นที่ของเรา ๒๖๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ถูกอยู่ในสิ่งที่กัมพูชาเรียกร้องให้มีการเจรจาแบ่งปัน ท่านประธานครับ ในนั้นมีอะไรครับ มีข้อสรุปชัดเจนครับ ว่ามีการสํารวจพบทรัพยากรก๊าซธรรมชาติจํานวนมาก สิ่งเหล่านี้เป็น ปัญหาครับว่า ถ้าเราไม่ต้องเอาเข้าที่ประชุมรัฐสภา เรามอบอํานาจจากสภาไปให้ฝ่ายบริหาร ดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเสียแล้ว ผมไม่เอาหรอกครับว่าจะไปพูดถึงว่าจะมีบุคคลอื่นคนใด ได้ประโยชน์สัมปทานหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่รัฐบาลไปตัดสินใจ และเกิดความผิดพลาด ในเรื่องของการตกลงกับประเทศอย่างกัมพูชา โดยเฉพาะตามเอ็มโอยูที่ว่านี่ ใครจะรับผิดชอบครับ สิ่งที่จะเกิดปัญหาขึ้นก็คือประเทศชาติเสียหาย เรามีพื้นที่ ๒๖๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร อยู่ในทางทะเลอยู่แล้ว มีทรัพยากรอยู่แล้ว ๙๙ เปอร์เซ็นต์เป็นของประเทศไทยอยู่แล้ว อยู่ ๆ ก็มีการเคลม (Claim) ในอาณาเขตทางทะเล แล้วขีดเส้นใหม่ ขีดเส้นทับเกาะกูดไปด้วย เส้นเหล่านี้เป็นปัญหาในเรื่องของการแบ่งปันทรัพยากร ซึ่งผมเรียนว่าเป็นปัญหาที่สภาต้อง ร่วมรับผิดชอบครับ ไม่ใช่ปล่อยให้รัฐบาลดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามใจชอบ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เพราะว่าด้วยความเป็นห่วงว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว ความรับผิดชอบ คําว่า โดยแจ้งชัดนี่ มันมีความหมายเยอะแยะมากมาย ถ้าท่านปล่อย อํานาจตรงนี้ไปว่า ถ้าต้องโดยแจ้งชัดเท่านั้นจึงจะเอาเข้าสภา ถ้าไม่ใช่ ไม่ต้องปัญหาตรงนี้ มันบานปลายแน่นอนครับ แล้วโดยเฉพาะการตัดสินของศาลโลกซึ่งกําลังจะเกิดขึ้นในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ตามที่เพื่อน สมาชิกได้กล่าวมาแล้วนั้นเราไม่อยากให้ผู้หนึ่งผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการของกระทรวงการ ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการทหารที่ต้องมีหน้าที่ปกปักรักษาแผ่นดินไทย ไม่ว่าจะเป็น คณะรัฐมนตรี รวมถึงนายกรัฐมนตรีถูกกล่าวหา ถูกพาดพิงว่าเราทําให้เสียดินแดนหรือเรา เป็นคนขายชาติ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ามีความจําเป็นอย่างยิ่งครับว่าถ้ากรรมาธิการนั้น รับฟังด้วยเหตุด้วยผลจากเพื่อนสมาชิกมาตลอด ๒ วันแล้ว ท่านควรได้แล้วครับ ควรตัดคํานี้ ออกไปครับ ให้เหลือแต่ความชัดเจนครับ ตัดคําว่า โดยชัดแจ้ง ออกไปอย่าให้เกิด ความคลุมเครือขึ้นอีกให้อนาคต มิฉะนั้นแล้วท่านประธานครับเราจะรับไม่ไหว ในอนาคต กรณีนี้เกิดขึ้นได้ไม่ยาก แล้วก็เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ มันเป็นการ ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะก่อให้เกิดการตีความขึ้นในอนาคต ถ้าท่านกรรมาธิการไม่ดื้อดึง แล้วผมคิดว่าท่านฟังสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่เห็นพ้องไปในทางเดียวกันว่าเห็นควรให้ตัดถ้อย ความตรงนี้ออกไป ถ้าตัดแล้วผมเชื่อว่าสมาชิกก็จะให้ความเห็นชอบได้ด้วยความสบายใจ ผมไม่กังวลครับ แล้วก็ยังไม่เห็นช่องทางว่าท่านสมาชิกจะนําคดีนี้ขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้หรือไม่อย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญเองท่านปิดช่องไว้แล้วตามมาตรา ๑๕๔ แต่อาจจะมี สมาชิกครับบอกว่ายังไปตามมาตรา ๖๘ ได้ ผมเองไม่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในกรณีนี้ แตกต่างจากมาตรา ๖๘ แล้วก็แก้ไขที่มาของ ส.ว. แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้ใหญ่เกินกว่า ท่านกรรมาธิการและสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้จะรับไหว แล้วผมเองก็อยากให้พี่น้องประชาชนว่า ถ้าเรามีเสียงข้างมากในสภาแล้วเราเดินหน้าแก้ไขออกไปอย่างนี้โดยความไม่รับผิดชอบ ของเรา แล้วมีการเสียหายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาณาเขต เรื่องของปัญหาการไป สมยอมทางด้านเศรษฐกิจ เรื่องสัมปทาน หรืออะไรในอนาคต ซึ่งพิสูจน์ไม่ยากครับ วันหนึ่ง พี่น้องประชาชนก็จะลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาล แล้วก็จะลุกขึ้นมาชี้หน้าตราหน้าสมาชิกรัฐสภา ว่าพวกเราเป็นคนขายชาติ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าในอดีตที่ผ่านมานั้น ฮิตเลอร์ (Hitler) เคยใช้วิธีแบบเดียวกัน ใช้รัฐสภาโดยเสียงข้างมากแก้ไขรัฐธรรมนูญ โอนอํานาจจากสภาให้ไปเป็นอํานาจของฮิตเลอร์ แล้วเปลี่ยนสถานะตัวเองเป็นท่านผู้นํา วันนั้นเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธานครับ โอนอํานาจจากสภานิติบัญญัติทั้งหมดไปอยู่ ท่านผู้นํา ประเทศเข้าสู่สงครามโลก จากนั้นเยอรมันได้รับบทเรียนแล้วก็เป็นความเจ็บปวด ของชาวโลกทั้งสิ้น แบบเดียวกันครับผมคิดว่าเราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อันใกล้ และมันส่งผลกระทบมากมายครับ ท่านประธานครับ อยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ครั้งนี้ของท่านเป็นการแก้ครั้งที่ ๒ แล้ว สามารถแก้ไขครับ แต่แก้แล้วต้องให้ รอบคอบ แก้แล้วท่านกรรมาธิการฟังพวกเราเถอะครับ เราก็รักชาติ ผมก็เชื่อว่า ท่านกรรมาธิการ ท่านประธานก็รักชาติเหมือนกัน เราไม่อยากถูกกล่าวหาในอนาคต อยากทําแล้วทําให้ดีที่สุดก็ขออนุญาตฝากไว้นะครับ แล้วถ้าเผื่อท่านกรรมาธิการช่วยกรุณา รับฟังเสียงพวกเราแล้วก็ดําเนินการแก้ไขก็จะขอบพระคุณ ขอบพระคุณครับท่านประธาน