รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๖

ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร อภิปรายเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้รัฐสภามีส่วนร่วมในการพิจารณาและตัดสินใจเกี่ยวกับสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศ นอกจากนี้ยังต้องการให้ประชาชนมีสิทธิ์เข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญาและให้รัฐมนตรีดำเนินการแก้ไขหรือเยียวยาผลกระทบต่อประชาชนอย่างรวดเร็ว และยังตั้งคำถามถึงผลกระทบของการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประชาชนและประเทศชาติ

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมก็จะใช้เวลา แล้วก็จะอภิปรายอยู่ในข้อบังคับ เพราะว่าเมื่อผมพิจารณาตามรายงานของคณะกรรมาธิการ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว การแก้ไขเพิ่มเติมของคณะกรรมาธิการดังกล่าว ได้กําหนดประเภทของหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาไว้เพียง ๔ ประเภท

๑. หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย

๒. หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทย มีสิทธิอธิปไตย หรือมีเขตอํานาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยชัดแจ้ง ซึ่งคณะกรรมาธิการได้เพิ่มคําว่า โดยชัดแจ้ง ลงไปในหนังสือสัญญาประเภทนี้

๓. หนังสือสัญญาที่จะต้องออกพระราชบัญญัติให้การเป็นไปตามหนังสือ สัญญา

๔. หนังสือสัญญาที่มีบทเปิดเสรีด้านการค้า การลงทุน

ซึ่งตามร่างแก้ไขเพิ่มเติมท่านได้ยกเลิกสัญญา ๒ ประเภท ซึ่งผมจะต้องเอ่ยถึง นั่นคือหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศ อย่างกว้างขวาง และหนังสือสัญญาประเภทที่มีผลผูกพันด้านการค้าการลงทุน หรือ งบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งสมาชิกรัฐสภาหลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า กรณีการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อรัฐบาลจะกู้เงินจากต่างประเทศจะให้คนไทย เป็นหนี้แล้ว ท่านจะเลี่ยงไม่ให้รัฐสภาได้รับทราบหรือเปล่า เพราะคณะกรรมาธิการ เอาเฉพาะหนังสือสัญญาที่มีบทเปิดเสรีด้านการค้า การลงทุนเท่านั้น กระผมจึงได้ขอ แปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความในวรรคสอง โดยตัดคําว่า โดยชัดแจ้ง ออก และเพิ่มเติม บทหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญต้อง ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้รัฐสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่องดังกล่าว ก็เพราะว่าเพื่อให้ครอบคลุมเพียงพอในการทําหนังสือสัญญา ระหว่างประเทศ ผมเรียนผ่านท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยังคณะกรรมาธิการและพี่น้อง ประชาชนทางบ้านว่า ปัจจุบันและอนาคตข้างหน้านั้นมีแนวโน้มและแน่นอนครับว่าการทํา สนธิสัญญาต่าง ๆ เพื่อเปิดเสรีด้านการค้า การลงทุนจะมีจํานวนที่มากขึ้น และมั่นใจว่า การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงาน ถ้าต้องมีการทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ ที่มีบทเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงไปซึ่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น พลังงานปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ หรือแม้แต่ทรัพยากรน้ํา เรื่องสําคัญเหล่านี้ครับ ท่านประธานครับ ไม่ผ่านรัฐสภาได้อย่างไรครับ ไม่ผ่านฝ่ายนิติบัญญัติในฐานะผู้แทนปวงชน ให้มีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณา ในกระบวนการตัดสินใจได้อย่างไรครับ เพราะทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวมานี้มันใช้แล้วหมดไป และเป็นที่ประจักษ์ว่า ต่อไปฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลชุดนี้ละครับ จะต้องไปทําหนังสือสัญญาที่มีผลผูกพัน และมีผลกระทบต่อการเงิน การคลังของประเทศอย่างแน่นอน เช่น การทําหนังสือสัญญา กู้เงินจากต่างประเทศจํานวนมาก และเมื่อต้องใช้คืนเงินกู้ใครกระทบครับ ก็กระทบต่อ งบประมาณของประเทศ กระทบต่อประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างไม่มีทาง หลีกเลี่ยงครับ จําเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ฝ่ายนิติบัญญัติในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยจะต้องมี ส่วนร่วมในการพิจารณา หรือพูดง่าย ๆ ครับสภาแห่งนี้ รัฐสภาต้องสามารถใช้อํานาจถ่วงดุล อํานาจของฝ่ายบริหาร ท่านประธานครับ การพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า พวกผมในฐานะฝ่ายค้าน ถ้าจะยกทั้งมือทั้งเท้าละครับ ยกอย่างไรก็แพ้พวกท่าน และถ้าท่าน มาแก้ว่ามาไม่ให้สภารับทราบ ไม่ไปกันใหญ่หรือครับ แล้วบ้านเมืองประเทศไทยเราจะเป็น อย่างไรครับ การตรวจสอบการใช้อํานาจของฝ่ายบริหารจะไม่สามารถตรวจสอบได้เลยครับ

ท่านประธานครับ ผมยังได้ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความในวรรคสามก่อน การดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศตาม วรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น วรรคที่สี่ผมได้เพิ่มเติมความไปอีกครับ เมื่อลงนามในหนังสือสัญญาตามวรรคสองแล้ว ก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน คณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญานั้น และในกรณี ที่การปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน หรือผู้ประกอบการ ขนาดกลาง ขนาดย่อม คณะรัฐมนตรีต้องดําเนินการแก้ไขหรือเยียวยาผลกระทบนั้น อย่างรวดเร็ว เหมาะสม และเป็นธรรม ท่านประธานครับ ผมเรียนไปยังท่านคณะกรรมาธิการ ว่าการที่ท่านได้ตัดเนื้อหาสาระที่สําคัญเช่นนี้ ท่านตัดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ออกไป ท่านตัดกระบวนการที่ประชาชนจะได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญา ออกไปเกือบทั้งสิ้น เท่ากับว่ากรรมาธิการไม่ให้ความสําคัญกับประชาชนในฐานะที่เป็น องค์ประกอบของรัฐ และในฐานะเจ้าของอธิปไตยที่แท้จริง ท่านได้ตัดสิทธิภาคประชาสังคม ท่านได้ตัดรากเหง้าของประชาธิปไตยที่เป็นเจ้าของอํานาจแห่งอธิปไตยแห่งประเทศนี้ และที่สําคัญคนที่ท่านตัดไปเป็นเจ้านายของพวกเราทุกคนที่อยู่ในทีนี้ หลายประเทศที่เขา เจริญแล้วไม่ว่าจะเป็นประเทศในสมาคมยุโรป ประเทศออสเตรเลีย หรือประเทศในแทบ สแกนดิเนเวีย ไม่ว่าจะเป็นฟินแลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน หรือเดนมาร์ก เขาก็มีบทบัญญัติ เรื่องเหล่านี้ครับในการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน แม้แต่ประเทศแอฟริกาใต้เขายังมีเลย ครับท่านประธาน แล้วเหตุใดครับกรรมาธิการถึงตัดองค์ประกอบที่มีความสําคัญเหล่านี้ ออกไป ทั้งนี้เพราะท่านเห็นว่าประชาชนไม่ใช่องค์กระประกอบที่สําคัญหรืออย่างไรครับ กรรมาธิการครับ เท่ากับว่าความสําคัญของประชาชนมีน้อยกว่ารัฐบาลหรือครับ แปลก แต่ก็จริงนะครับท่าน เวลาเมื่อครั้งที่ท่านจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ การได้มาซึ่ง ส.ว. กล่าวอ้างกัน เหลือเกินครับ ต้องยึดโยงกับประชาชน ต้องให้ประชาชนต้องมีส่วนร่วม แต่พอมาแก้ไขเรื่อง เหล่านี้ท่านตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนออกไปทําไมละครับ ช่วยตอบด้วยครับ

การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามร่างของคณะกรรมาธิการเท่ากับว่าต่อไป ท่านจะให้อํานาจฝ่ายบริหารอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ท่านจะปิดพื้นที่ของภาคประชาชน ท่านจะไม่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมและตัดบทบาทของรัฐสภาออกไปอย่างสิ้นเชิง ท่านประธานครับ ในขณะนี้พี่น้องประชาชนคนยากคนจน คนรากหญ้าเขาเป็นหนี้ เขาลําบากจากราคาสินค้าแพง จากไม่มีที่ทํากิน รัฐบาลผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ไม่ได้แก้ไข อย่างเต็มที่ เราก็มัวแต่ตะบี้ตะบันที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ยังไม่มีคําตอบว่าผลสุดท้าย แล้วประชาชนของประเทศนี้จะได้รับประโยชน์อย่างไรบ้าง และที่สําคัญสิ่งที่ผมต้อง แปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมไว้แบบนี้เพราะผมกังวลครับ ที่ผ่านมาครับ ผมไม่ได้นึกขึ้นเอง มีตัวอย่างให้เห็นชัดเจน ผมกลัวว่าคนบางกลุ่มหรือฝ่ายบริหารบางคนจะนําผลประโยชน์ของ ประชาชน ผลประโยชน์ของชาติไปต่อรองแลกเปลี่ยนกับธุรกิจครอบครัวตนเอง ผมกลัวครับ และผมเชื่อว่าคงหนีไม่พ้นวงจรเหล่านี้ ทุกวันนี้ก่อนที่ผมจะอภิปรายผมเจอพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนคนที่เขาเดือดร้อนเรื่องที่ทํากินเขาก็บ่นครับ พระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๘๑ ตั้งนานแล้วครับที่เป็นปัญหา เรายังไม่แก้ไขเลย กี่ปีแล้วครับ นี่รัฐธรรมนูญท่านพลิกผ่ามือ ท่านก็แก้ได้แล้ว และยังไม่สามารถตอบข้อสงสัยให้แก่กระผมและพี่น้องประชาชนได้เลยว่า แก้ไขมาตรา ๑๙๐ แล้วพี่น้องประชาชนประเทศชาติเราจะได้รับประโยชน์อย่างไรบ้าง ผมจึงขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๓ ตามที่ผมกล่าวมา และผมก็ไม่สามารถ เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณครับ