ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 วรรคสอง และเรียกร้องให้รัฐสภาแห่งนี้มีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงเพื่อป้องกันผลกระทบต่อความมั่นคงทางสังคม
ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงคําอภิปรายของผมนะครับท่านประธาน ถ้าคนที่มี ความรักในประเทศ รักในผลประโยชน์ของชาติ จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ผมอภิปรายนั้นได้มีเหตุ ได้มีผล ได้ชี้ให้กรรมาธิการและรัฐสภานี้เห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ ขนาดมี รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ยังไปดําเนินการที่ทําให้ประเทศชาติอาจจะเสียแผ่นดิน ผมให้ท่านประธานดูต่อครับ รัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ ให้ความเห็นชอบการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ทั้งนี้โดยผลสืบเนื่องต่อมา วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายนพดล ปัทมะ ได้กระทําการแทนรัฐบาล ลงนามในแถลงการณ์ร่วมให้ความเห็นชอบขึ้นทะเบียนมรดกโลก ของประเทศกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว ตลอดจนการรับรองสิทธิบางประการของประเทศไทย ในแถลงการณ์ดังกล่าว ตลอดจนการรับรองและจํากัดสิทธิบางประการของประเทศไทย ในแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวจึงเป็นเหตุเกิดการประท้วง โต้แย้ง คัดค้านการดําเนินการของ รัฐบาล ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นนี่ครับ ครม. มีมติวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ วันที่ ๑๘ ไปลงแถลงการณ์ร่วมหมายความว่าอะไรครับ หมายความว่าไม่เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ได้รับทราบ แต่สิ่งที่ผมจะชี้ให้เห็นก็คือว่าเจตนาไม่สุจริตครับท่านประธาน ถ้าพี่น้อง ประชาชนหรือคนที่เขารักแผ่นดินเขารู้ว่ามีมติ ครม. แบบนี้ เขาไม่ยอมให้ไปเซ็นแถลงการณ์ ร่วมกับกัมพูชาหรอกครับ ถึงต้องไปวันรุ่งขึ้นครับท่านประธาน ทํากันให้เสร็จ แล้วท้ายที่สุด คดีนี้อยู่ที่ศาล ศาลโลกครับ แล้วผมจะบอกท่านประธานว่าวันนี้ท่านเอาเรื่องนี้เข้ามาสู่ ความเห็นชอบของรัฐสภา ผมจะตั้งข้อสังเกตอีกเรื่องหนึ่งครับ มีการเลื่อนการอ่าน คําพิพากษาของศาลโลกไปเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ผมไม่ทราบว่ามีขบวนการอะไรไปทําให้ การอ่านคําพิพากษานี้เลื่อนออกไปหรือไม่ แต่ผมมีข้อสังเกตครับว่ารัฐสภากําลังพิจารณา เรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และถ้ารัฐสภาแห่งนี้มีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง อย่างที่ผมได้อภิปราย นักกฎหมายทั้งประเทศเขาก็หวาดวิตกครับ ว่าคําพิพากษาคดี ๒๓ และ ๒๔/๒๕๕๑ ที่ผมอ่านให้ท่านประธานฟังนี่ยังจะมีผลบังคับ อีกต่อไปหรือไม่ เพราะศาลไปได้พิพากษาโดยคํานึงถึงผลกระทบความมั่นคงทางสังคม อย่างกว้างขวางครับ แล้วมันก็ตรงกับที่ท่านไปตัดคํานี้ออกจากมาตรา ๑๙๐ วรรคสองครับ เท่านั้นยังไม่พอ ศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาว่าหนังสือสัญญาดังกล่าวอาจมีบทเปลี่ยนแปลง ประเทศ ท่านก็เลยไปใส่ว่า ต้องมีความชัดแจ้งครับ ท่านถึงต้องย้ําครับ เพื่อให้คําพิพากษา ของรัฐธรรมนูญที่ตัดสินไปแล้วเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะคําพิพากษาที่มีอยู่เดิมนั้น ในปัจจุบันรัฐธรรมนูญได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้ว เพราะฉะนั้นคนที่จะได้รับสิทธิในเรื่อง นี้คือจําเลยในคดีครับ ร้องขอต่อศาลว่าปัจจุบันรัฐธรรมนูญที่ลงโทษเขาด้วยข้อหา ด้วยพฤติกรรม ด้วยผลกระทบ ปัจจุบันนี้รัฐธรรมนูญแก้ไขแล้ว ไม่มีเรื่องพฤติกรรมอย่างนี้ เป็นความผิดอีกแล้ว เพราะฉะนั้นคําพิพากษาจึงจะมีผลอยู่อีกต่อไปหรือไม่ เป็นเรื่องที่ผม เชื่อว่ามีคนคิด แต่เรื่องคําพิพากษาคดีนี้ผมไม่สนใจครับท่านประธาน กับคน ๆ เดียว ผมไม่สนใจ แต่ผมสนใจว่าจะมีเอาคําเห็นชอบของรัฐสภาในวันนี้เอาไปใช้ในศาลโลกด้วย หรือเปล่าครับ อาจจะไม่ได้หยิบยกจากประเทศไทย แต่หยิบยกจากทางฝ่ายกัมพูชาแล้วเขาได้ประโยชน์ ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่งผมมีสิทธิที่จะเรียกร้องท่านประธานและกรรมาธิการวิสามัญว่า ท่านคิดดีแล้วหรือครับ แล้วถ้าเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ศาลโลกพิพากษาให้ประเทศไทย ต้องเสียดินแดนจากการทําจอยท์ คอมมูนิเก หรือทําสนธิสัญญาเมื่อปี ๒๕๕๑ แล้วเรามาแก้ รัฐธรรมนูญ ทําให้มีคนเอาไปหยิบยกใช้ประโยชน์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ ท่านจะ มองหน้าลูกหลานได้อย่างไร สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานมาทั้งหมด รัฐบาลมองแต่ปัญหา ของตัวเอง มองแต่ปัญหาของพวกพ้อง มีหลายคนพูดครับ ไปตัดที่มีผลกระทบกับ งบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ โครงการข้อตกลงเมื่อเร็ว ๆ นี้นะครับท่านประธาน เอาข้าวไปขายหรือไปตกลงแลกเปลี่ยนหรืออะไรก็แล้วแต่ แล้วโครงการที่รัฐบาลทําอยู่ มีปัญหา ไปขายข้าวเท่าไรไม่บอก ซึ่งจะมีผลกระทบต่องบประมาณของประเทศอย่าง มีนัยสําคัญหรือไม่ รัฐบาลหลายคนเป็นห่วงเหมือนกันว่าเรื่องนี้จะเข้ามาตรา ๑๙๐ ถึงแก้ ออกไปครับท่านประธาน แล้วสรุปว่าเราจะแก้มาตรา ๑๙๐ เพื่อปัญหาของรัฐบาลหรือเพื่อ ปัญหาของประเทศครับท่านประธาน ถ้าต้องเลือกระหว่างรัฐบาลกับประเทศ กรรมาธิการ วิสามัญต้องเลือกประเทศ เพราะรัฐบาลอยู่แล้วไป แต่ถ้าได้รัฐบาลไม่ดีเมื่อไหร่ประเทศชาติ เสียหายทันที แล้วเราก็จะกลายว่าเป็นเครื่องมือทําให้คนอื่นมาแสวงหาผลประโยชน์และทํา ให้ประเทศชาติเสียหาย ผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้วครับว่าปัญหาของรัฐบาลเอง แต่กลับไม่ยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในนามคณะรัฐมนตรี นั่นคือการแสดงเจตนาที่เคลือบแฝง การแก้ไขทุกเรื่องสมาชิกหลายคนพูดว่าทําไมต้องใส่คําว่า ชัดแจ้ง ผมตอบให้ท่านประธาน แล้วครับ เพราะมันไปงัดเอาคําพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญได้ การที่ไปตัดเรื่องกระทบต่อ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพราะมันดันไปอยู่ในคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญท่านถึงต้องตัดครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอภิปรายมาทั้งหมดวันนี้ ท่านประธานครับ ผมไม่สบายใจจริง ๆ ว่าในฐานะเป็นคนไทย ถ้าต้องให้เลือกสิ่งที่ผมพูดมา ทั้งหมด ไม่ต้องใช้วิจารณญาณมากเลยครับ ถ้าจะต้องทําให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทํางานมากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น แต่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ ถ้ามันเสียไปแล้วเอาคืนมาไม่ได้ครับ เราเสียพระวิหารไม่ได้เพราะสัญญาข้อตกลงนะครับ เสียเพราะพฤติกรรมในอดีตของ ผู้นําประเทศ หรือผู้มีความสําคัญของประเทศไปยอมรับในสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ของอธิปไตย กัมพูชา ศาลถึงเอามาเป็นคําพิพากษาให้ไทยเสียปราสาทพระวิหาร วันนี้ทําแม้กระทั่ง ออกแถลงการณ์ร่วม จนกระทั่งไปสู่ศาล และท้ายที่สุดกัมพูชานําแถลงการณ์ร่วมไปออกสิทธิ ในการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร เพราะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าถ้าพี่น้อง ประชาชน สมาชิกรัฐสภาได้ฟังคําอภิปรายของผม ผมเชื่อว่าจะเข้าใจดีว่าทําไมพรรคฝ่ายค้าน สมาชิกวุฒิสภาบางส่วนถึงต้องออกมาลุกขึ้นต่อสู้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ที่ประชุมนี้ได้รับทราบ เพราะนี่เรากําลังสู้เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ดินแดนของประเทศชาติ สิทธิประโยชน์ทับซ้อนที่ประเทศชาติพึงมี ในอดีตอาจจะต้องจับดาบไปสู้รบ แต่วันนี้ต้อง ทําหน้าที่ตรงนี้ ถ้าไม่ทําวันนี้ประเทศชาติเสียหายอีกมาก เพราะฉะนั้นผมกราบไปยัง กรรมาธิการวิสามัญและสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ถ้าท่านจะได้มีใจที่จะนึกถึงประเทศชาติ สิ่งที่ผมอภิปรายมาทั้งหมด ผมอภิปรายอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล แต่ถ้าที่ประชุมรัฐสภา แห่งนี้ยังเดินหน้าโดยนึกถึงปัญหาของรัฐบาลมากกว่าปัญหาของประเทศ ท่านต้องรับผิดชอบ ขอบคุณครับ