สุชาติ ธาดาธํารงเวช อภิปรายเรื่องความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับชิลี โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ของการเปิดตลาดและลดต้นทุนการผลิต เพื่อเพิ่มผลผลิตและจ้างงานให้มากขึ้น และพูดถึงการเซ็นเขตการค้าเสรีกับประเทศชิลี ซึ่งจะส่งผลดีต่อการค้าขายระหว่างสองประเทศ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธํารงเวช สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมจะขอ อนุญาตอภิปรายในเรื่องความตกลงการค้าเสรีระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลชิลีใน ๓ หัวข้อ นะครับ ประกอบด้วย เรื่องของการทําการค้าเสรี เรื่องของประเทศชิลี แล้วก็เรื่องของ ประโยชน์ในการทําข้อตกลงครั้งนี้ต่อประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ แล้วก็หวังว่าการอภิปรายครั้งนี้จะบันทึกไว้เพื่อเป็นนโยบายของรัฐบาลประเทศไทยต่อ ๆ ไป โดยปกติประเทศไทยก็เป็นประเทศเล็กผลิตสินค้าไม่มาก แต่ต้องการตลาดจํานวนมาก เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพื่อลดต้นทุนการผลิต นั้นคือเหตุผลที่สําคัญว่า ประเทศเล็กทั้งหลายจะมีปริมาณการส่งออกสินค้าเป็นสัดส่วนของผลผลิตของชาติที่เรียกว่า จีดีพี (GDP) สูงกว่าประเทศใหญ่ ๆ โดยทั่วไป ของประเทศไทยก็ประมาณร้อยละ ๗๐ ของผลผลิตของชาติ เหมือน ๆ กับประเทศอื่น อย่างเช่นประเทศสิงคโปร์ส่งออกก็ประมาณ ร้อยละ ๑๒๐ ของจีดีพีของเขา บางท่านอาจจะสงสัยว่าทําไมส่งออกตั้งเยอะแยะแล้วเอา ที่ไหนกิน คือสินค้าส่วนใหญ่เราผลิตขึ้นมาแล้วเราก็ส่งไปขาย เราได้เงินตราต่างประเทศมา เราก็เอาไปซื้อเข้ามาใช้จ่าย เพราะฉะนั้นการนําเข้าของประเทศไทยก็ประมาณร้อยละ ๗๐ เช่นเดียวกันนะครับ เหตุที่ผมอยากจะส่งเสริมให้รัฐบาลทั่ว ๆ ไปได้มุ่งเน้นเรื่องของการทํา เขตการค้าเสรี ซึ่งมี ๒ รูปแบบ คือเขตการค้าเสรีแบบหลายประเทศ กับเขตการค้าเสรีแบบ ๒ ประเทศ โดยปกติถ้าเป็นการเจรจาผ่านองค์กรการค้าโลกดับเบิ้ลยูทีโอก็จะเป็นเขตการค้าเสรี โดยทั่วไปหลาย ๆ ประเทศ หลาย ๆ ประเทศในโลกมาตกลงร่วมกันว่าจะเปิดตลาดให้แก่กัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้ง ๒ ฝ่าย เช่น ประเทศไทยเราก็จะส่งจํานวนสินค้าไปขาย ในปริมาณที่มากขึ้นในโลก ทําให้ต้นทุนต่อหน่วยของการผลิตลดลง ขณะเดียวกันเมื่อเราได้ เงินมาเราก็จะไปซื้อสินค้าจากหลายประเทศทั่วโลกในอัตราภาษีที่ต่ําหรือไม่ต้องเสียภาษีเลย ก็จะทําให้เราได้สินค้าในราคาที่ถูกลง ซึ่งจะทําให้คุณภาพชีวิตที่เรียกว่ามาตรการการครองชีพ ของประชาชนคนไทยดีขึ้น นี่คือข้อพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจของประเทศที่เจริญแล้ว โดยทั่วไป เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาจะเก็บภาษีต่อประเทศต่าง ๆ ในโลกไม่มาก ประมาณ ไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าประเทศเหล่านั้นเซ็นเขตการค้าเสรีกับเขาหรือไม่ เพราะเขา ต้องการต่าง ๆ ทั่วโลกในราคาที่ถูก ๆ ต่อประชาชนของเขาเพื่อยกระดับมาตรฐานการครองชีพ ดังนั้นการเซ็นเขตการค้าเสรีกับประเทศชิลีและบางประเทศที่เราได้เซ็นมาแล้วก็จะเป็น ประโยชน์ทําให้พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งส่งสินค้าออกผ่านระบบต่าง ๆ มีฐานะ ความเป็นอยู่ดีขึ้น ผลผลิตมากขึ้น เพราะฉะนั้นต้นทุนต่อหน่วยก็ลดลง ประเทศเราก็จะมี การจ้างงานมากขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น ประเทศก็จะเจริญเติบโต
ส่วนที่ ๒ ก็จะพูดเรื่องของประเทศชิลีกับประเทศไทยนะครับ ที่ต้องพูดส่วนนี้ เพื่อให้เป็นหลักฐาน เป็นบันทึกซึ่งจะใช้เป็นประโยชน์ต่อไปในการบริหารราชการแผ่นดิน ของรัฐบาลต่าง ๆ ในอนาคตนะครับ ประเทศชิลีมีเนื้อที่ใหญ่กว่าประเทศไทยประมาณ ๑.๕ เท่า ก็คือประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร ประชากรของเขาก็ประมาณ ๑๘ ล้านคน อาจจะดูน้อยกว่าประเทศไทย แต่ว่ารายได้ต่อหัวของเขามากกว่ารายได้ต่อหัว ของคนไทยกว่าหนึ่งเท่าตัว ของไทยก็ประมาณ ๖,๐๐๐ เหรียญต่อคนต่อปี ก็ใกล้ ๆ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ของเขาประมาณ ๑๕,๐๐๐-๑๖,๐๐๐ เหรียญ เพราะฉะนั้นเป็นประเทศ ที่มีฐานะ มีความเป็นอยู่ที่ดี ที่สําคัญก็คือประเทศชิลีเป็นประเทศในอเมริกาใต้ที่ทํา เขตการค้าเสรีมากที่สุด ในประเทศเหล่านั้น คือได้ทําเขตการค้าเสรีกับประเทศต่าง ๆ แล้ว กว่า ๖๐ ประเทศ ประเทศใหญ่ ๆ นี่ทําหมดในเอเชีย แม้ประเทศในกลุ่มอาเซียนก็ได้ทําแล้ว ก็คือประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศเวียดนาม ประเทศในเอเชียตะวันออกก็ได้ ทําเขตการค้าเสรีแล้ว มีผลแล้วกับประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีใต้ ดังนั้นในนี้ มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจะเพิกเฉยไม่ได้ บังเอิญในช่วงนี้เรามีปัญหา ภายในประเทศมาก เราก็เลยลืมที่จะมองออกไปทํามาค้าขายกับนอกบ้าน ดังนั้นปัญหา ในประเทศเหล่านี้ถ้ายืดเยื้อต่อไปการสร้างขนาดเศรษฐกิจ สร้างชาติให้เจริญก็จะมีปัญหา ยิ่งขึ้น ทีนี้ดูประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับนะครับ จริง ๆ แล้วการเซ็นเขตการค้าเสรี คราวนี้เราจะได้ประโยชน์จํานวนมากทีเดียว เป็นประโยชน์ที่เป็นสินค้าที่เราส่งไปขายอยู่แล้ว สินค้าเหล่านั้นได้แก่ยานยนต์ซึ่งประเทศชิลีไม่มีวัตถุประสงค์ที่ผลิตสินค้าเหล่านี้นะครับ เนื่องจากเป็นประเทศที่เปิดเขตการค้าเสรีแข่งขัน ดังนั้นของอะไรที่เขาทําแล้วไม่ถนัดเขาก็ไป ซื้อมาใช้ดีกว่า จะได้ของที่ดีกว่า เราสามารถส่งปลากระป๋องไปขายได้ โพลิเมอร์ (Polymer) เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์ เม็ดพลาสติก เป็นต้นนะครับ แม้กระทั่งสินค้าทางการเกษตรเอง เช่น ข้าวภาษีก็จะถูกยกเลิกไปภายใน ๕ ปีนะครับ สิ่งที่สําคัญก็คือเรามีจุดแข็งทางภาคบริการ เช่น สปา ร้านอาหารไทย บริการสุภาพ อันนี้ เราก็สามารถเปิดตลาดชิลี โดยเข้าไปทํากิจการเหล่านี้ในอนาคตอันไม่ไกลนะครับ เมื่อแสดง เขตการค้าเสรีแล้วประมาณร้อยละ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของสินค้าจะลดภาษีเป็น ๐ ทันที คือเปิดตลาดออกหมดทันทีนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่เราจะต้องพิจารณา ประเทศ ซึ่งบางทีแล้วดูเหมือนอยู่หางไกลกับเรามาก ในอเมริกาใต้ใช้เวลาเดินทางนานมาก แต่เมื่อเปิดการค้าเสรีอันนี้แล้วเราก็จะมีเหมือนกับจุดเป็นตลาดสินค้าที่เรียกว่าเอาท์เลท (Outlet) ก็คือไปสถานที่เป็นตลาดในต่างประเทศ ซึ่งเดิมก็เคยเป็นนโยบายของรัฐบาล ก่อน ๆ นั้น ว่าเราจะอยู่ในภูมิภาคนี้อย่างเดียวไม่ได้ เราจะต้องไปเปิดช่องทางการจําหน่าย นะครับ เพราะฉะนั้นช่องทางการจําหน่ายสินค้าที่จะเปิดขึ้น ที่ชิลีก็จะกระจายไปในประเทศ ต่าง ๆ ทั่วอเมริกาใต้นะครับ สิ่งที่เราจะทํานี้ ผมเพียงแต่เสียดายว่าการเจรจาเขตการค้าเสรี กับประเทศชิลีทํามาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๖ แล้วนะครับ สมัยนั้นผมก็เป็นที่ปรึกษารัฐบาล ผมก็ได้ ร่วมเจรจาด้วย ได้ไปปรึกษาหารือกับท่านทูตชิลีหลายครั้ง ที่บ้านท่านเองที่สถานทูตก็ดี การเซ็นสัญญานี้น่าจะเกิดขึ้นก่อน ปี ๒๕๔๙ ด้วยซ้ําไป คือก่อนการปฏิวัตินะครับ เสียดาย ที่ว่ามีปัญหาภายใน มีการปฏิวัติ แล้วประเทศก็มีสิ่งที่จะต้องแก้ไข มีปัญหามากมาย ในประเทศนะครับ สิ่งเหล่านี้ก็เลยล่วงเลยมาเป็นเวลานานนะครับ อย่างไรก็ตามถ้าเราดูยอด การค้าระหว่างกัน จากปี ๒๕๕๑ ถึง ปี ๒๕๕๕ สินค้าหลายชนิดที่เราส่งไปขายที่ชิลี เพิ่มขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวนะครับ วันนี้มูลค่าทางการค้าก็ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เราส่งออกประมาณ ๗๐๐ ล้านเหรียญ นําเข้าประมาณ ๓๐๐ ล้านเหรียญ สินค้าทางการเกษตรเองเพิ่มขึ้นเกือบ ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ปี ๒๕๕๑ นี้ เราส่งออกประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ เหรียญ ก็เพิ่มเป็นกว่า ๑๐ ล้านเหรียญ นะครับ สิ่งเหล่านี้จึงขออภิปรายไว้ว่าในอนาคตก็หวังว่ารัฐบาลจะมีความมุ่งเน้นที่จะกลับมาดู เรื่องเขตการค้าเสรีในแง่พหุภาคีก็ดี ในแง่ทวิภาคีก็ดี จากการดูเอกสาร ๔ เล่มนี้ที่ทาง เจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ผมก็เห็นว่า ทางเจ้าหน้าที่ คือข้าราชการนี้นะครับ ได้อุตสาหะ เพียรพยายามทํามาอย่างดียิ่งนะครับ เป็นแบบอย่างของการบริหารประเทศที่ดี และผมก็เข้าใจว่าการเจรจาเขตการค้าเสรีใด ๆ ของรัฐบาลไทยก็ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักเวลามีปัญหากัน แน่นอนถ้าเป็นประเทศที่ไม่ใช่ พูดภาษาอังกฤษเป็นแม่บท ต่างคนต่างก็หวังว่าจะมีปัญหาของตนเอง เช่นประเทศไทย ก็มีภาษาไทย ชิลีก็มีภาษาสเปน เพื่อที่ว่านักธุรกิจของเขาและของเราจะได้ทําความเข้าใจ ได้ง่ายนะครับ เป็นเพราะว่าไม่ใช่นักธุรกิจใหญ่ ๆ เท่านั้น ที่จะได้ประโยชน์จากเขตการค้าเสรี ความจริงเกษตรกรชาวไร่ ชาวนาต่าง ๆ ซึ่งส่งเข้าออกผ่านระบบกลไกต่าง ๆ โรงสีก็ดี ผู้ส่งออกก็ดีก็จะได้ประโยชน์เหล่านี้ในแง่ราคาข้าวที่สูงขึ้น ในแง่ต้นทุนการผลิตปุ๋ยต่าง ๆ ที่ถูกลง แล้วก็คุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้น ขอบคุณครับ