รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๒ · ๒ ตุลาคม ๒๕๕๖

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หารือเรื่องความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี โดยเน้นย้ำถึงการแก้ไขเอกสารประกอบความตกลงและข้อผูกพันการเปิดตลาดสินค้า และขอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยและชิลี

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอขอบพระคุณ ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ตระหนักถึงความสําคัญและความ เร่งด่วนของประเด็นที่จะได้มีการหยิบยกมาพิจารณาในวันนี้ นั่นก็คือความตกลงการค้าเสรี ระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐชิลีกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เราคงเรียกเรื่องนี้โดยย่อว่าความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี และการแก้ไขความคลาดเคลื่อน ในตารางข้อผูกพันการเปิดตลาดสินค้าของไทยนะครับ เพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาได้กรุณา พิจารณาให้ความเห็นชอบ เรื่องนี้จริง ๆ ได้ถูกนําเสนอเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภามาแล้ว ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และรัฐสภาให้ความเห็นชอบข้อตกลงนี้ในฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษโดยลําดับ แต่ว่าทางการของชิลีประสงค์ที่จะลงนามความตกลงการค้าเสรี ไทย-ชิลีเป็นภาษาสเปนนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ แล้วก็ภาษาไทยด้วย จึงมีความจําเป็น จะต้องแปลความตกลงพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นภาษาไทยเพิ่มเติมเพื่อลงนามด้วย เช่นเดียวกัน ในขณะที่กระทรวงการคลังซึ่งทําหน้าที่เจรจาและนําผลการเจรจาไปปฏิบัติ ได้ตรวจพบความคลาดเคลื่อนในตารางข้อผูกพันการเปิดตลาดสินค้าของไทย แล้วก็ได้ ดําเนินการแก้ไขความคลาดเคลื่อนดังกล่าว ซึ่งหน่วยงานเกี่ยวข้องของไทยและชิลีร่วมกัน พิจารณาความคลาดเคลื่อนและยอมรับตรงกันแล้วในตารางข้อผูกพันการเปิดตลาดสินค้า ฉบับแก้ไขนะครับ ในการนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ในฐานะหน่วยงานประสานหลักของ การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลีพิจารณาแล้วก็เห็นว่า ความตกลงในฉบับภาษาไทย และภาษาสเปนที่จะมีการลงนามรวมถึงการแก้ไขตารางข้อผูกพันการเปิดตลาดสินค้า ของไทย ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี เป็นหนังสือสัญญา ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมอย่างกว้างขวาง ง่าย ๆ ว่าต้องตาม ความในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ มาตรา ๑๙๐ จึงเห็นควรนําเสนอคณะรัฐมนตรี ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา ๔ (๓) และ (๗) เพื่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้ง โดยเมื่อวันที่ ๓ กันยายนที่ผ่านมาครับ คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติให้ความเห็นชอบความตกลง การค้าเสรีระหว่างชิลีและไทย พร้อมด้วยเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการแก้ไขความ คลาดเคลื่อนในตารางข้อผูกพันการเปิดตลาดสินค้าของไทยแล้ว ผ่านจาก ครม. มา วันที่ ๓ ก็ได้เร่งรัดกระบวนการในการนําเสนอต่อรัฐสภาโดยเร็วตามวันเวลาที่ท่านประธาน ได้กรุณาแจ้งต่อที่ประชุมเมื่อสักครู่นะครับ สําหรับสาระสําคัญของความตกลงและการแก้ไข ตารางข้อผูกพัน ผมขออนุญาตนําเรียนโดยสรุปต่อที่ประชุมดังนี้นะครับ

ประการแรก ความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลีและเอกสารประกอบความตกลง ทั้ง ๓ ภาษาถือเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี ซึ่งต้องใช้ประกอบการลงนาม ในวันที่ ๔ ตุลาคมนี้ ก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กรุณาพูดถึงเมื่อสักครู่ครับว่า ในวันดังกล่าวเป็นวันที่ ฯพณฯ ประธานาธิบดีของชิลีเดินทางมาในประเทศไทย ก็เห็นเป็น โอกาสเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะให้มีการลงนาม ความตกลงดังกล่าวนี้ก็ถือว่าเป็นความตกลงที่มี ความถูกต้องเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตามถ้าหากในอนาคตเมื่อนําไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติแล้ว เกิดปัญหาในการตีความ ทั้ง ๒ ฝ่ายจะยึดความตกลงฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก กระทรวง พาณิชย์ได้มีการจัดประชุมหารือในเรื่องนี้ ตลอดจนนําเอกสารที่เกี่ยวข้องกับความตกลง ฉบับภาษาไทยนี้เข้าไปสู่กระบวนการปรึกษาหารือต่าง ๆ รวมทั้งสิ้นแล้ว ๑๕ ครั้ง รวมทั้ง ขอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ก็ได้ให้ความเห็นชอบความตกลง ฉบับภาษาไทยดังกล่าวแล้ว

ประการที่ ๒ ตารางข้อผูกพันการเปิดตลาดสินค้าของไทยภายใต้ความตกลง การค้าเสรีไทย-ชิลี ซึ่งตรวจพบความคลาดเคลื่อน ส่วนใหญ่เป็นข้อผิดพลาดอันเนื่องมาจาก การพิมพ์ ซึ่งอาจจะสรุปสาระสําคัญของการแก้ไขเป็น ๓ ส่วน คือ

๑. การแก้ไขอัตราภาษีฐาน ซึ่งใช้ในการคํานวณการลดภาษีที่การแก้ไขอัตรา ภาษีดังกล่าวนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย เนื่องจาก ระยะเวลาสิ้นสุดของการลดภาษียังคงเป็นปีเดิมที่ทั้ง ๒ ฝ่ายได้ตกลงกัน

๒. การแก้ไขรายการสินค้าโควตาภาษี จํานวน ๓ รายการ เนื่องจากสินค้า ที่ระบุไว้ไม่ใช่สินค้าโควตาภาษีตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ จึงได้ย้ายรายการสินค้า ดังกล่าวมาอยู่ในกลุ่มสินค้าที่จะยกเลิกการลดภาษีทันทีในวันที่ความตกลงมีผลบังคับใช้

๓. ได้มีการตัดรายการสินค้าที่แตกย่อยออกมาจากรายการสินค้าหลัก ซึ่งไม่มี ความจําเป็นต้องใส่ลงไป ๑,๐๖๓ รายการ อย่างที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่นะครับ การแก้ไข ดังกล่าวแม้จะไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย แต่ถ้าหากไม่มีการแก้ไขก็อาจจะส่งผลในทาง ปฏิบัติที่เป็นปัญหาได้ กระทรวงพาณิชย์ในฐานะผู้ประสานหลักภายใต้ความตกลงดังกล่าว ได้มีการจัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขตารางข้อผูกพันการเปิดตลาดสินค้าของไทย ซึ่งต่อมากระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักเรื่องตารางข้อผูกพันการเปิดตลาด ได้แก้ไขตารางให้ถูกต้อง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันพิจารณาความถูกต้องของ ตารางด้วยแล้ว และทางชิลีเองก็แจ้งว่าสามารถยอมรับความคลาดเคลื่อนและการแก้ไข ตารางข้อผูกพันการเปิดตลาดดังกล่าวของไทยได้ ชิลีก็ประสานงานนะครับอยากจะให้เราเร่งรัด ในการดําเนินการด้วยเหตุผลที่จะเกิดภาพแห่งความเชื่อมั่นของทั้ง ๒ ประเทศ ในวาระที่ ประธานาธิบดีของชิลีจะเดินทางมาเยือนประเทศไทยในวันที่ ๔ ตุลาคม ประโยชน์ที่คาดว่า ประเทศไทยจะได้รับจากความตกลงดังกล่าว ก็คือการจัดทําความตกลงนี้ เป้าหมายหลัก ก็เพื่อขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น รวมทั้งจะเป็นประตูสําหรับภาคธุรกิจไทย การขยายเครือข่ายทางการค้าและการลงทุนอย่างกว้างขวาง ทั้งกับประเทศอื่น ๆ ในลาติน อเมริกาและประเทศในภูมิภาคอื่นทั่วโลก เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาคู่ค้า ประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป ซึ่งปัจจุบันนี้ในภูมิภาคลาตินอเมริกาก็ถือว่าชิลีเป็นคู่ค้า อันดับที่ ๓ ของไทยรองจากบราซิลและอาร์เจนตินา ทางด้านชิลีก็ได้กําหนดให้ไทย เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในการเป็นฐานการผลิตและการกระจายสินค้าและการตลาด ไปยังประเทศในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ และภูมิภาคอื่นใกล้เคียง เช่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ในการนี้ก็อยากจะนําเสนอ ต่อที่ประชุมรัฐสภาได้กรุณาพิจารณานะครับ เพื่อให้ไทยและชิลีสามารถลงนามในความ ตกลงดังกล่าวได้ในวันที่ ๔ ตุลาคมนี้ ผมจึงขอเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาให้ ความเห็นชอบความตกลงการค้าเสรีระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐชิลีกับรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทยและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้ง ๓ ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ แล้วก็สเปน รวมถึงให้ความเห็นชอบตารางข้อผูกพันการเปิดตลาดสินค้าของไทยฉบับที่แก้ไขแล้ว ซึ่งหลังจากได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว ฝ่ายบริหารจะดําเนินการเพื่อเตรียม กระบวนการให้ทางฝ่ายไทยและชิลีได้ลงนามความตกลง ในวันที่ ๔ ตุลาคม ตามที่ได้ตั้งใจไว้ แล้วก็จากนั้นจะดําเนินการภายใน เพื่อรองรับการมีผลบังคับใช้ของความตกลงนะครับ เช่น การประกาศลดอากรศุลกากรของกระทรวงการคลัง และกระทรวงการต่างประเทศ จะมีหนังสือทางการทูตแจ้งต่อชิลี เพื่อให้ความตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ต่อไปครับ ขอบคุณครับ