พงศกร อรรณนพพร หารือเรื่องการสรรหาส.ว. จาก สนช. และเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปรับโครงสร้างประเทศ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมขอต่อนะครับ แล้วก็ต้องกราบเรียนเพื่อนสมาชิกว่าผมยัง ไม่เคยออกนอกประเด็น อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการที่มาที่ไปของสมาชิกวุฒิสภา ที่ผมต้อง กราบเรียนอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพ กรณีผมก็ให้ทางสภาเขาเช็กออกมาว่าจาก สนช. นี้ ที่ร่างกัน ที่ออกกฎหมายตัวนี้ ที่ ส.ว. มาจากการสรรหานี้ ปรากฏว่ามีอดีต สนช. ปี ๒๕๔๙ ได้รับการสรรหามาเป็น ส.ว. ในปี ๒๕๕๑ จํานวน ๔ คน แล้วเช่นเดียวกันครับ อดีต สนช. ปี ๒๕๔๙ ได้รับการสรรหาเข้ามา ปี ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๔ จํานวน ๕ คน และเช่นเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ส.ว. สรรหา วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ได้รับการสรรหาเข้ามา ใหม่ วันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๔ จํานวน ๓๓ คน นี่คือเหตุที่มาที่ไปที่ผมจะต้องลุกขึ้นมา แล้วก็แปรญัตติ ถึงต้องขออนุญาตที่จะต้องตําหนิท่านสามารถด้วยความเคารพ ณ วันนี้ เราต้องเอาความจริงมาพูดกันในวาระแรก ผมได้อภิปรายในเบื้องตนแล้วว่า ผมขอสงวนไว้ ทุกมาตรา แล้วเราอย่าจิตนาการไปว่าพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไร เราอย่าจินตนาการ แทนเขา ณ วันนี้ที่ผมจะต้องเอาคํานี้มาพูดเนื่องจากว่าสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากพี่น้อง ประชาชน ๖๔ ล้านคน ได้แค่ ๗๖ คน อยู่ได้ ๖ ปี เสร็จปุ๊บตัดเขาไป แต่ สนช. พวกคุณ ขออนุญาตของ สนช. พวกท่านอยู่ สนช. ๒ ปี มาเป็น ส.ว. ปี ๒๕๕๑ มาเป็น ส.ว. ปี ๒๕๕๔ กี่ปีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่หรือกฎหมาย นี่คือที่มาของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งจะต้องปกครองกันโดยคนหมู่มาก เพราะฉะนั้นถ้าอภิปรายไป ยาวกว่านี้รู้สึกว่าพวกเรากันเองก็จะเกิดความรู้สึก แต่ต้องขออนุญาตที่จะต้องกราบเรียนว่า วันนี้เราต้องเอาความจริงมาพูดกัน ที่ผมแปรญัตติอย่างนี้ขึ้นมาก็ต้องการให้เกิดการปรับ โครงสร้างประเทศครั้งยิ่งใหญ่ ในเมื่อว่าพวกเราไม่สามารถที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ ที่เราจะหา ส.ส.ร. จากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศนี้มายกร่าง เราจําเป็นอย่างยิ่งเนื่องจาก เรายื่นอะไร จะแก้ไขอะไรไปพวกท่านก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ในการที่จะตีความอย่างเดียว ในครั้งนี้ทุกคนพร้อมใจในการที่จะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ และแก้ไขที่มาของสมาชิก วุฒิสภาแล้วนั้น ผมขออนุญาตที่จะต้องแปรญัตตินะครับ เผื่อเพื่อนสมาชิกอยู่ตรงนี้จะเห็น ตามผม ถึงแม้ว่าท่านประธานสามารถกับกรรมาธิการไม่เห็นตามผม ผมคิดว่าพวกเรา ต้องเสียสละกันแล้ว วันนี้ต้องขออนุญาตที่จะต้องเอ่ยนามนะครับ เพราะว่าท่านพูดมา ตั้งแต่บ่าย ผมก็ฟังท่านมาตลอด ขออนุญาตท่านสมชาย แสวงการ ท่านบอกว่า จริง ๆ แล้ว ถ้ากรรมาธิการชุดนี้ไม่แปรญัตติตัดพวกท่านซึ่งมาจากสรรหาออกให้หมด พวกกรรมาธิการ ผิดรัฐธรรมนูญต้องขอบคุณท่านจริง ๆ ท่านก็ถือว่าเป็นผู้หนึ่งอยู่มาตั้งแต่ สนช. และอยู่มา จนถึงปัจจุบัน ท่านก็เอาความจริงมาพูดเพื่อให้กรรมาธิการรับทราบว่าถ้าจริง ๆ แล้ว มาตรา ๑๒ หรือมาตรา ๑๑ ที่ท่านอภิปรายไปในมาตรา ๑๒ นี้ ต้องตัดพวกท่านออกไป ถึงจะถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แล้วอีกอย่างหนึ่งขออนุญาต ที่จะต้องกล่าวถึง หรือเป็นการกล่าวถึงที่ไม่ได้เสียหาย ท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ท่านก็ได้ แปรญัตติในมาตรา ๑๒ เช่นเดียวกัน ก็คือให้สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาหมดสมาชิกภาพไป หลังจากที่เราได้สมาชิกวุฒิสภาจากการเลือกตั้ง ๒๐๐ คนเข้ามา เพราะฉะนั้นผม ขออนุญาตที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกว่าพวกเราซึ่งเข้ามาอยู่ตรงนี้นั้น เสียสละกันทุกคน ถ้าที่มาที่ไปจากพี่น้องประชาชนแล้ว ดีไม่ดีเรามาถกกันตรงนี้ เราเอาความจริงมาพูดกันตรงนี้ เพราะว่าถ้าท่านทําดีประชาชนก็คงจะเลือกท่านไป แต่ถ้า ท่านทําไม่ดี ผมมั่นใจเหลือเกินว่าประชาชนก็คงจะไม่เลือกท่านเข้ามาเป็นต่อไป ในวันนี้ ผมคิดว่าการแก้กฎหมายและเพื่อประเทศชาติจะได้เดินต่อไปได้โดยระบอบที่เป็นรัฐธรรมนูญ อย่างแท้จริง โดยระบอบที่คิดว่าเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงนั้น ผมขออนุญาตว่า ส.ว. ซึ่งมาจากการสรรหานั้นคงต้องเสียสละเพื่อเราจะได้เดินไปข้างหน้าร่วมกันได้ และต้อง ขออนุญาตที่กราบเรียนว่า ส.ว. ทุกท่านที่มาจากการสรรหานั้นเป็นคนเก่ง เป็นคนดี และมั่นใจเหลือเกินว่าถ้าท่านไปลงในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจากที่พวกเราแก้ไขในชุดนี้ ผมมั่นใจเหลือเกินว่าหลายท่านก็คงจะได้กลับมาในสมาชิกวุฒิสภาจากการเลือกตั้งของ พี่น้องประชาชน และถึงวันนั้นพวกเราก็จะตะโกนใส่กันว่าพี่น้องประชาชนเลือกท่านมา พี่น้องประชาชนเลือกเรามา เราเอาเหตุและผลมาว่ากัน มาว่ากันให้มันตกผลึกว่าประเทศนี้ บ้านเมืองนี้จะเดินอย่างไร เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และเพื่อความปรองดอง ก็ขอฝากท่านประธานถึงประธานคณะกรรมาธิการ ผมขอแปรญัตติด้วยความจริงใจ ผมแปรญัตติในครั้งนี้ไม่มีเจตนาอื่นเคลือบแฝง ถ้าเป็นไปได้ขอให้ประธานคณะกรรมาธิการ ได้โปรดพิจารณาในข้อแปรญัตติของกระผมด้วย กราบขอบพระคุณครับ