รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖

จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ เสนอแนะว่าสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งและสรรหาควรปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะครบวาระตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และเสนอให้สมาชิกวุฒิสภาอยู่ในตำแหน่งอีก 3 ปี เพื่อปฏิบัติตามประวัติศาสตร์ของประเทศไทย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการประหยัดงบประมาณการเลือกตั้งส.ว. ความเป็นธรรมและความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญ และความสามัคคีของสมาชิกวุฒิสภา และการสร้างความปรองดองของคนในชาติ

พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ การแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ ๓) ซึ่งพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ไม่แตกต่างไปจากการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๔ (ฉบับที่ ๑) นะครับ เนื่องจากว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ๑) ที่ผ่านมานั้น เป็นการแก้ไขหลักการเดิม ก็คือเดิมนั้นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ กําหนดให้มีสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๔๘๐ คน ก็ได้มีการแก้ไขให้เป็น ส.ส. จํานวน ๕๐๐ คน ส.ส. แบบแบ่งเขต ๔๐๐ คน ก็มีการแก้ไขให้เป็น ๓๗๕ คน ๓๗๕ เขต ส.ส. สัดส่วน ๘๐ คน แก้เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คน ท่านประธานครับ ผมจําได้ว่าในการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๔ นั้น ก็มีคนไปร้อง ศาลรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกันนะครับ แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยว่าเป็นอํานาจของ รัฐสภาที่สามารถจะทําการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ตามมาตรา ๒๙๑ ไม่ขัดกับ รัฐธรรมนูญครับ แล้วก็ได้มีการประกาศใช้มาตั้งแต่วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๔ จนถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้นในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ ๓) ซึ่งกําลัง พิจารณาอยู่ในวาระที่ ๒ นี้ ก็มีการแก้ไขหลักการเดิมเกี่ยวกับที่มาและการได้มาซึ่งสมาชิก วุฒิสภา หลักการเดิมนะครับ สมาชิกวุฒิสภามีจํานวน ๑๕๐ คน แก้ไขหลักการใหม่นะครับ แก้เป็น ๒๐๐ คน มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ส.ว. ตามหลักการเดิมมี ๒ ประเภท คือ ประเภทที่ ๑ เป็น ส.ว. สรรหา จํานวน ๗๔ คน ประเภทที่ ๒ ส.ว. เลือกตั้ง ๗๖ คน แก้ไข เป็น ส.ว. เลือกตั้งทั้งหมด ๒๐๐ คน และให้มีการยกเลิก ส.ว. สรรหาทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้น ส.ว. สรรหาชุดที่ ๑ ๗๔ คน อยู่ในวาระ ๓ ปีแรก เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ครบวาระในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ส.ว. สรรหาชุดที่ ๒ มีจํานวน ๗๓ คน อยู่ในวาระ ๖ ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๐ นะครับท่านประธาน ผมก็มีความสงสัยเหมือนกันว่าเหตุไฉน ส.ว. สรรหาชุดที่ ๑ ไปสมัคร รับการสรรหาได้กลับเข้ามาอีก ๓๓ คน ส.ว. สรรหา ๓๓ คนนี้รวมอยู่ในวาระตําแหน่ง ๒ ครั้ง เป็นเวลา ๙ ปี ครับประธาน คือตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๐ นะครับ ท่านประธาน แล้วทีนี้สาเหตุที่มีผมก็เข้าใจนะครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ได้มี บทเฉพาะกาลไว้ตามมาตรา ๒๙๗ ที่บัญญัติว่า ในวาระเริ่มแรกให้สมาชิกวุฒิสภาที่มาจาก การสรรหามีวาระ ๓ ปี นับแต่วันเริ่มต้นสมาชิกภาพ และมิให้นําบทบัญญัติเกี่ยวกับ การห้ามดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกิน ๑ วาระมาใช้บังคับบุคคลดังกล่าวในการสรรหา คราวถัดไปหลังจากสิ้นสุดสมาชิกภาพ อันนี้ผมก็ยังเข้าใจอยู่นะครับว่าถ้า ส.ว. สรรหา ๗๓ คนนี้อยู่ต่อไปอีกครบ ๖ ปี แล้วจะไปรับการสรรหาอีกได้ไหม ถ้าสรรหาได้ก็อยู่ไปอีก นะครับ เป็น ๑๕ ปี ทีนี้แล้วผม ส.ว. เลือกตั้งสิ้นสุดวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๗ อันนี้ผมก็สงสัย นะครับท่านประธาน แล้วทีนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ๓) นี้บัญญัติให้ ส.ว. สรรหาอยู่ใน ตําแหน่งต่อไปอีก ๓ ปี และให้ ส.ว. เลือกตั้งหมดวาระลงในวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๗ ผมจึงได้ ขอแปรญัตติในมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ โดยแปรญัตติในมาตรา ๑๒ ดังนี้ครับ ท่านประธานครับ คือให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒ ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็คือกําลังพิจารณาอยู่ แล้วก็ให้ใช้ข้อความดังต่อไปนี้แทน มาตรา ๑๒ ให้สมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา ๑๐ ซึ่งลงมติผ่านมาหมาด ๆ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งที่จะสิ้นสุด สมาชิกสภาพตามวาระอยู่ในตําแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปและให้สมาชิกวุฒิสภาที่มาจาก การสรรหายังคงมีสมาชิกภาพต่อไปจนกว่าจะครบวาระตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ วรรคสอง ให้สมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๐ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งและมาจากการสรรหา ยังคงมีสมาชิกภาพ และปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมีสมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ นี่ละครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมมีเหตุผลของผมในการขอแปรญัตติในครั้งนี้

เหตุผลประการที่ ๑ ในมาตรา ๑๒ นี้เนื่องจากว่าการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ ๓) เป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองของไทย เพราะเป็นการยกเลิกที่มาของ ส.ว. แบบใหม่ ก็คือกลับไปใช้ที่มาของ ส.ว. แบบเดิมตาม รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และการขอแปรญัตติในมาตรา ๑๒ ของกระผมในครั้งนี้เป็นการขยายเวลาการอยู่ในตําแหน่งของ ส.ว. ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง เนื่องจากว่าให้อยู่ในตําแหน่งและปฏิบัติหน้าที่วุฒิสภาต่อไปอีก ๓ ปี ตามวาระของ ส.ว. สรรหา ซึ่งจะครบวาระในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐ แล้วให้ ส.ว. เลือกตั้งชุดนี้และ ส.ว. สรรหา เมื่อมีพระราชกฤษฎีกากําหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการทั่วไปเพื่อให้ ประชาชนเลือกตั้ง ส.ว. ๒๐๐ คนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ที่ผมอภิปรายว่าการขยายเวลา การดํารงตําแหน่งของ ส.ว. เลือกตั้งไปอีก ๓ ปี ในอดีตที่ผ่านมานะครับ ได้มีการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๔๘๕ เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๔๘๕ มีอยู่ ๓ มาตราครับท่านประธาน มาตรา ๑ รัฐธรรมนูญนี้เรียกว่า รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๔๘๕ มาตรา ๒ ให้ใช้รัฐธรรมนูญตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และมาตรา สุดท้าย มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน มาตรา ๑๘ ที่แก้ไขในปี ๒๔๘๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้อยู่ ใน ตําแหน่งได้คราวละสี่ปี แต่ถ้ามีพฤติการณ์สําคัญกระทบถึงนโยบายภายในหรือภายนอก อันทําให้เป็นการพ้นพิสัยหรือมีเหตุขัดข้องที่จะให้มีการเลือกในขณะที่กําหนดเวลา ๔ ปี สิ้นสุดลง จะตราพระราชบัญญัติขยายกําหนดเวลาเช่นว่านั้น พฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป ตราพระราชบัญญัติ หรือตราเป็นพระราชกฤษฎีกาให้ดําเนินการเลือกตั้งในเวลาหนึ่งเวลาใด ก็ได้ ถ้าตําแหน่งสมาชิกว่างลงเพราะเหตุอื่น นอกจากถึงคราวออกตามวาระให้เลือกตั้ง สมาชิกขึ้นแทนให้เต็มตําแหน่งที่ว่างอยู่และให้สมาชิกที่เข้ามาแทนนั้นให้อยู่ในตําแหน่งได้ เพียงเท่ากําหนดเวลา อันนี้ก็คือในเวลาของสภาผู้แทนราษฎร จอมพล ป. พิบูลสงคราม อันนี้ ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ ในอดีตก็มีการขยายเวลาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรออกไป เป็นเวลา ๔ ปี ไม่มีการเลือกตั้งนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าการที่ผมขอแปรญัตติเพื่อขยายเวลาให้ ส.ว. เลือกตั้งออกไปอีก ๓ ปี จนครบวาระของ ส.ว. สรรหา จึงเป็นเหตุผลที่ว่าเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทยครั้งที่ ๒ นะครับ

เหตุผลประการที่ ๒ เป็นการประหยัดงบประมาณในการเลือกตั้ง ส.ว. ทั้ง ประเทศ การเลือกตั้ง ส.ว. ทั้งประเทศนี้จะใช้งบประมาณครั้งละ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ๒. เป็น การประหยัดงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๓ ปี คือปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ งบประมาณของ ส.ว. ที่จะเกิดขึ้น ๒๐๐ คน บวก ๗๓ คน ปีละ ๕,๐๐๐ ล้านบาทครับ ถ้า รวม ๓ ปี แล้วก็จะเป็นงบประมาณที่ใช้จ่ายกับ ส.ว. ๒๗๓ คนนั้น ๑๕,๐๐๐ บาท ประหยัด งบประมาณของชาติได้ รวม ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ

เหตุผลประการที่ ๓ เพื่อความเสมอภาคของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ ที่บัญญัติว่า บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตาม กฎหมายเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เพราะเหตุแห่งความ แตกต่างในเรื่องถิ่นกําเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม และความคิดเห็นทางการเมือง อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระทํามิได้ ในประเด็นนี้ละครับ ท่านประธานครับ ผมก็ขอความเป็นธรรมจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เนื่องจากว่า ส.ว. สรรหา ๓๓ คน ที่เข้ามาในปี ๒๕๕๑ พร้อมกันกับ ส.ว. เลือกตั้ง แต่ปรากฏ ว่ามีบทเฉพาะกาลให้อยู่ในตําแหน่งรวมแล้ว ๒ ครั้ง ๙ ปี ส.ว. เลือกตั้งอยู่ในวาระ ๖ ปี จึงไม่เป็นธรรม และไม่มีความเสมอภาคกันตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงขอความกรุณา จากประธานรัฐสภาและคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิก รัฐสภาทั้ง ๓ ฝ่าย ให้ความเป็นธรรมและให้ความเสมอภาคกันด้วยนะครับ

เหตุผลประการสุดท้าย เพื่อสร้างความสามัคคี ความปรองดองของคนในชาติ ความสามัคคีของสมาชิกวุฒิสภาทั้ง ๒ ประเภท ไว้ เนื่องจากว่า ส.ว. ทั้ง ๒ ชุด นี้ ทั้งสรรหา และเลือกตั้งอยู่ในปัจจุบันนี้ก็มีความเข้าใจมีความสามัคคี มีความปรองดองกันเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น ส.ว. ทั้ง ๒ ประเภท นี้ก็จะต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะครบวาระในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐ และเป็นการสร้างความสามัคคีความปรองดองของสมาชิกรัฐสภาทั้ง ๒ สภา รวมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน และประชาชนชาวไทย ให้ความเชื่อมั่นศรัทราในการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยครับ