สมเจตน์ บุญถนอม หารือเรื่องการแปรญัตติในมาตรา 11 และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการแปรญัตตินี้ นอกจากนี้ เขายังอภิปรายเรื่องระยะเวลาที่กำหนดในการร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา โดยชี้ให้เห็นว่าระยะเวลานั้นเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไป และอาจทำให้เกิดข้อบกพร่องในการร่าง ซึ่งอาจส่งผลให้กระบวนการตรวจสอบความชอบของรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน และอาจต้องใช้เสียงมติของสภาในการยืนยันคำวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภาภาครัฐ ก่อนที่ผมจะ ไปพูดถึงการแปรญัตติของผมในมาตรา ๑๑ นั้น ผมอยากขออนุญาตที่จะเรียนว่าผมได้รับ การอบรมมาว่าการกระทําใดก็แล้วแต่ที่กระทําโดยอคติมีผลประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้งนั้น ยากที่จะชี้แจงเหตุผลให้คนอื่นได้มีความเข้าใจและเชื่อถือ และอาจจะมีร่องรอยพิรุธ ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการกระทํานั้นมีปัจจัยเวลาเป็นเงื่อนงํามันก็ยิ่งจะมี ส่อร่องรอยพิรุธมากขึ้น สิ่งที่เรียนตรงนี้ก็เพื่อชี้ให้เห็นถึงว่าในการที่ผมขอแปรญัตติ ในมาตรา ๑๑ ซึ่งในส่วนที่เพิ่มชื่อถึงเรื่องพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผมได้เพิ่มเติมคําว่า การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา เข้าไปก็เพื่อต้องการที่จะให้มันสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ แต่ด้วยความเข้าใจของท่านประธาน คณะกรรมาธิการนั้นท่านอาจจะคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นการที่ผมไปสนับสนุน สมาชิกวุฒิสภาสรรหา ท่านลงมีความเห็นวินิจฉัยว่าคําแปรญัตติของผมนั้นขัดหลักการ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านคิดนั้นมันเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าไม่ถูกต้องนัก สิ่งที่เรียนนี่ว่าการที่ แปรญัตติเพิ่มเติมไปตรงนี้ เพราะผมเห็นว่าในมาตรา ๑๓๘ ในส่วนที่ได้มีสมาชิกหลายท่านได้กล่าวอ้างพูดขึ้นไปแล้วนั้น ผมเรียนย้ําสักนิดหนึ่งนะครับว่าในมาตรา ๑๓๘ นั้นได้เป็นองค์ประกอบของพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งมีทั้งหมด ๙ ฉบับ ในฉบับที่ ๑ ได้เขียนว่า พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา แต่การที่ผู้เสนอญัตติและกรรมาธิการนั้นตัดคําว่า การได้มานั้น ออกไปมันจะเป็นเหตุเป็นผล ให้ว่าในรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ฉบับที่ยังใช้ปัจจุบันนี้จะไม่มีพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งประเด็นนี้ น่าจะเป็นประเด็นที่เป็นปัญหาต่อไป ซึ่งผมคิดว่าก็เป็นสิ่งที่ท่านจะต้องไปแก้ปัญหาต่อไป ข้างหน้าในการที่มีบทบัญญัติ แล้วมันไปขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนั้นท่านจะ แก้ปัญหาตรงนี้อย่างไรนะครับ
สิ่งที่ผมอยากจะอภิปรายในประเด็นต่อไปนะครับว่าในวรรคสองนั้นท่านได้ กําหนดจํานวน ๑๒๐ วันไว้สําหรับในการที่จะใช้ต่อในการที่จะร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภานั้น ผมคิดว่าระยะเวลาดังกล่าวนั้นมันเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไป แล้วท่านได้กําหนดว่า เมื่อพ้นจากระยะ ๑๒๐ วันแล้ว ท่านก็กําหนดว่าหากขั้นตอนในการดําเนินการต่อ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่สามารถดําเนินการได้ตามขั้นตอน ท่านก็ได้ กําหนดไว้ที่จะให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นได้นําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อทูลเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธย ประเด็นตรงนี้ผมจึงชี้ให้ท่าน เห็นว่าขั้นตอนของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นมันมีขั้นตอนที่หลายขั้นตอน ที่จะต้องผ่านทั้งสภาผู้แทนราษฎรจะต้องผ่านทั้งวุฒิสภา เห็นขั้นตอน ๒ ขั้นตอนนี้อย่างน้อย ที่สุดก็ใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๔ เดือนนะครับ ถ้าไปรวมถึงขั้นตอนในการร่างของคณะกรรมการ การเลือกตั้งอีก ๑ เดือนตามที่ท่านว่าไว้มันก็จะต้องใช้เวลาถึง ๕ เดือน สุดท้ายเมื่อเสร็จ จากสภาแล้วจะต้องไปผ่านศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยความถูกต้องของพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญอีกอย่างน้อย ๓๐ วัน ท่านคิดดูสิครับว่าระยะเวลาแค่นี้ทําอย่างรวดเร็ว นี้ ๖ เดือน ๑๘๐ วัน ซึ่งผมมีความเชื่อมั่นว่าในจํานวน ๑๒๐ วันนั้นไม่สามารถที่จะดําเนิน ตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญได้ ตรงนี้ละครับ ปัจจัยเวลาตรงนี้ ละครับ มันเป็นสิ่งบอกเหตุชี้ให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลว่าเป็นการกระทําใด ๆ เพื่อที่จะ ตอบสนองผลประโยชน์ แล้วก็เมื่อมันมีเงื่อนงําปุ๊บ เกิดการร่าง มันจะเกิดข้อบกพร่องขึ้น มากมาย ซ้ําร้ายนะครับว่าเมื่อระยะเวลาที่มีอยู่น้อย เมื่อข้อบกพร่องมาก เมื่อครบถึง ๑๒๐ วันแล้วกระบวนการในการตรวจสอบความชอบของรัฐธรรมนูญนั้นไม่ผ่าน ศาลรัฐธรรมนูญ แต่เอาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทูลเกล้าฯ ไปถึง องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านมั่นใจได้ขนาดไหนครับว่าร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันจะมีความถูกต้อง ถ้าหากว่าโดยองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ถูกต้อง แล้วไป ดําเนินการตามมาตรา ๑๕๑ เราก็จําเป็นที่จะต้องมาใช้เสียงมติของสภานั้นที่จะไปยืนยัน ต่อคําวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งประเด็นตรงนี้ในฐานะที่ผมเป็นทหาร คนหนึ่งเป็นทหารรักษาพระองค์ ผมคิดว่ามันเป็นการกระทําที่มิบังควรอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น อยากให้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาตรงนี้ ซึ่งผมคิดว่าถ้าหากท่านเห็นถึงสิ่งที่มันจะเกิดขึ้น ในข้างหน้าแล้วสามารถที่จะป้องกันได้ก็ขอความกรุณาได้ป้องกันนะครับ อย่าให้เหตุการณ์ ต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นเลย ขอบพระคุณครับ