วันชัย สอนศิริ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของมาตรา ๕ และมาตรา ๗ และเรียกร้องให้มีการอภิปรายอย่างละเอียดถี่ถ้วน
คือผมเห็นว่าการทะเลาะ กันก็ดีเหมือนกันครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นในหลักการแล้วแก้แล้วต้องดีขึ้น เหมือนเราเห็นว่าผลไม้นี้หรือต้นไม้นี้มันเป็นพิษ เพราะฉะนั้นเราจะโค่นต้นไม้นี้หรือเราจะตัด กิ่งก้านสาขาของต้นไม้นี้ นั่นแปลว่าต้องโค่นพิษมันให้ได้ และต้องโค่นพิษมันให้หมด แปลว่า เราต้องเอาพิษนั้นออกจากผลไม้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ จะเห็นได้ว่าการแก้ที่มาของ ส.ว. ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมานั้นเป็นการถอยหลังเข้าคลองนะครับ ลงคลองลงคูไปเลย และที่สําคัญที่สุดท่านประธานครับ ยังเป็นการเอายาพิษใส่ไว้ในมาตรา ๕ และมาตรา ๗ อย่างสาหัสสากรรจ์ครับท่านประธาน ความจริงแล้วมาตรา ๕ และมาตรา ๗ นั้นเป็นเรื่อง สําคัญมากครับท่านประธานที่ควรจะต้องเปิดการอภิปรายให้กับท่านสมาชิกนั้นอภิปราย อย่างกว้างขวาง ผมเชื่อเหลือเกินว่าท่านสมาชิกนั้นถ้าได้มีโอกาสอภิปรายในมาตรา ๕ และมาตรา ๗ แล้ว ประเด็นอื่น ๆ ในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๓ นั้นแทบจะไม่มีประเด็นอะไร มากเท่าไรนัก แต่เนื่องจากว่ามันอัดอั้นตันใจมาจากมาตรา ๕ มาตรา ๗ มันเลยทะลักมา มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมถือว่าเป็นการผิดพลาด ที่ท่านประธานและที่ประชุมนั้นไม่กรุณาให้อธิบายเรื่องยาพิษในมาตรา ๕ และมาตรา ๗ ถ้าผมจะย้อนรอยถอยกลับก็เกรงว่าท่านประธานจะตําหนิ แล้วก็เกรงว่าที่ประชุมจะตําหนิว่า แปรญัตติไว้ในมาตรา ๑๑ แล้วไม่รู้จักกาลเทศะ เป็นสมาชิกวุฒิสภาแล้วไม่มีวุฒิภาวะ ก็อาจจะถูกตําหนิว่าเลอะเทอะ ไม่รู้จักว่าแค่ไหน เพียงไร เพราะฉะนั้นจึงต้องระมัดระวัง ในการอภิปรายให้เป็นไปตามขั้นตามตอนและตามตัวบทกฎหมายและกติกาที่กําหนด ผมจึง กราบเรียนท่านประธานว่าในมาตรา ๕ มาตรา ๗ เป็นเรื่องที่ผมเหมือนถูกที่พูดไปทีหนึ่งแล้วครับ ท่านประธาน ยังเจ็บซ้ําน้ําใจอยู่ ณ วันนี้ก็คือ ถ้าเปรียบเสมือนผู้หญิง ผมก็ถูกข่มขืนกระทําชําเรา ท่านประธานมองหน้าผมนะครับ เหมือนถูกข่มขืนกระทําชําเรานั้นยังพอว่า ท่านประธานครับ มัดมือมัดเท้าและปิดปากผมโทรมหญิงเสียด้วย เป็นการสําเร็จไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผม ขออนุญาตว่าไม่ย้อนรอยถอยกลับในการพูดในมาตรานั้น ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่ง ซึ่งผมเห็นว่ามียาพิษอยู่ในมาตรา ๕ และมาตรา ๗ แล้ว แต่อีกมาตราหนึ่งผมอยากให้ ประธานและพี่น้องประชาชนนั้นพึงทราบไว้ด้วย คือในมาตรา ๑๒ ผมเห็นว่ากรรมาธิการ เขียนมาตราไว้ในมาตรานี้ด้วยทัศนคติที่อันตรายมาก เป็นการเขียนกฎหมายในลักษณะ ที่ดูถูก ดูหมิ่น ดูแคลน มีอคติ เหยียดหยามอย่างรุนแรง ซึ่งยังไม่ถึงคราวที่จะอภิปราย ซึ่งประเด็นนี้ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานในฐานะประธานวุฒิสภา ซึ่งผมสังกัด อยู่ในสภานั้น ผมอยากอภิปรายในมาตรา ๑๒ นั้นมาก และถึงโอกาสแล้วขอให้ประธาน ช่วยอนุญาตแล้วผมจะจัดเต็มในมาตรานี้ ท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะกราบเรียน เพิ่มเติมว่าการเขียนไว้ในมาตรา ๑๑ นั้นความจริงแล้วผมแปรญัตติไว้เพียงน้อยนิดเท่านั้นเอง ความจริงผมแปรญัตติไว้ในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งที่มาจากสาขาอาชีพ แม้ว่า มันจะตกไปแล้วก็ตาม แต่อยากจะกราบเรียนว่าถ้าเราแปรญัตติไว้ในมาตรานั้นแล้วผมจะไป พูดถึงมาตราอื่นก็ดูจะเกินไป เพราะฉะนั้นเพียงแต่กราบเรียนต่อที่ประชุมและท่านประธาน ว่าความจริงแล้วในรัฐธรรมนูญที่ขอแก้ไขเรื่องที่มาของ ส.ว. นี้ พรรคพวกเพื่อนฝูงของผม ที่มาจากการเลือกตั้งเขาขอกันเพียงแค่คืบเดียวท่านประธาน เขาขอคืบเดียวครับ แม้แต่ ท่านประธานเองก็ขอคืบเดียว คือให้ได้ลงเลือกตั้งกันต่อไป ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับพรรคพวก แต่ปรากฏว่ากรรมาธิการให้ทั้งเข่าและศอกมาด้วยครับ เอาผลไม้พิษที่ผมกราบเรียน เมื่อสักครู่นี้คือยาพิษในมาตรา ๕ มาทําลายพวกผมอย่างชัดเจนเลยครับท่านประธาน ขอคืบให้แค่คืบนี่พอว่า ให้ทั้งเข่า ทั้งศอก ตอกแล้วหวังจะเอาอํานาจไว้เอง เพราะฉะนั้น ในมาตรา ๑๑ ที่ผมขอแปรญัตติไว้นั้น ไม่มีประเด็นอะไรมากที่ผมจะพูด แต่กราบเรียน ท่านประธานว่าในมาตรา ๑๒ นั้น เป็นประเด็นอันสําคัญที่ผมจะกราบเรียนและจะพูด และจะชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้ทราบโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง สําหรับเรื่องนี้ ผมขอเพียงแค่นี้ก่อนครับ กราบขอบพระคุณครับ