สุรศักดิ์ ศรีอรุณ เสนอแปรญัตติตัดร่างมาตรา ๑๐ ออก โดยชี้ว่ารัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ มีกลไกเลือกตั้ง ส.ว.อยู่แล้ว และกังวลว่าการแก้ไขอาจทำให้ ส.ว.ขาดความเป็นกลางในการถอดถอนเจ้าหน้าที่รัฐ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมได้ขอแปรญัตติในร่างมาตรา ๑๐ นี้ไว้ โดยให้ตัด มาตรา ๑๐ ทิ้งไปทั้งหมด เหตุผลครับ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ไม่ได้มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างที่มี ผู้ให้เหตุผล เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น พี่น้องประชาชนก็มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิก วุฒิสภาอยู่แล้ว สถิติการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาก็ชัดเจนนะครับ แต่เดิมนั้นเมื่อเลือกตั้ง ครั้งแรก ๆ ในปี ๒๕๔๓ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเพียง ๗๑ เปอร์เซ็นต์ ของผู้มีสิทธิออกเสียง ปี ๒๕๔๙ ลดเหลือ ๖๒.๖๙ เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิออกเสียง ปี ๒๕๕๑ ลดเหลือ ๕๕.๖๒ เปอร์เซ็นต์ สิ่งนี้กรรมาธิการก็คงไม่ได้ไปวิเคราะห์ว่า เกิดจากอะไร เพราะว่าในการเลือกตั้งทุกครั้งพี่น้องประชาชนที่เขาได้ไปสํารวจมาแล้ว เขาไปนี่ไม่ได้ไปศรัทธาว่าเขาจะได้หวังอะไรมาก เนื่องจากว่าไปต้องการเพื่อจะรักษาสิทธิ ของตัวเอง ประเด็นนี้เป็นประเด็นสําคัญนะครับ เพราะว่าเรามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน อยู่แล้ว เราได้กระจายอํานาจหน้าที่ตรงนี้ไปแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งนี้การที่จะมาเถียงกัน ในประเด็นนี้ผมคิดว่ามันจะไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากจะทําให้เสียเวลาไป รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ผ่าน ประชามติมาเรียบร้อยแล้ว ฉบับอื่น ๆ ที่ยกเลิกไปไม่ได้มีการผ่านประชามติ การประชามติ คืออะไรครับท่านประธาน การประชามติก็คือการให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่มี สิทธิออกเสียงเขาไปให้ความเห็นชอบว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ๑๔ ล้านเสียงมาลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ การแก้ไขสิ่งใดโดยไม่กลับไปถาม ผมคิดว่า มันขัดกับหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข หลายท่านก็เคยพูด ซ้ําแล้วซ้ําอีก รัฐบาลที่แล้วไปแก้ ๒ มาตราไม่เห็นมีปัญหาอะไร เที่ยวนี้มาแก้เพียงเล็กน้อย ทําไมถึงมีปัญหามากมายนัก ผมก็ขอเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลชุดที่แล้วที่ไปแก้ ๒ มาตรานั้น ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในวงกว้างไม่มี แต่การแก้ไขครั้งนี้มากระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่สมาชิกวุฒิสภาซึ่งจะต้องทําหน้าที่เป็นกลางในการทําการเมือง เป็นกลางในการที่ จะต้องแต่งตั้งแล้วก็ถอดถอนบุคคลออกจากตําแหน่ง สิ่งนี้เป็นอํานาจหน้าที่ซึ่งถ้าเผื่อ พี่น้องประชาชนไม่ได้ให้ความสนใจก็จะไม่เห็นความสําคัญในการที่จะถอดถอนบุคคล ออกจากตําแหน่งแต่ละครั้ง ถ้าเผื่อสมาชิกวุฒิสภาไม่มีความเป็นกลาง หรือไม่มีกลไกที่จะ ทําให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก สรรหาหรือเลือกตั้งเข้ามาทําหน้าที่ตรงนี้จะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความลําบาก สมาชิกวุฒิสภาหลายท่านก็พยายามพูด จะอ้างว่าซ้ําประเด็นไม่ได้นะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนหลายคนก็ยังฟังอยู่ คนที่กระเหี้ยนกระหือรืออยากจะมาลงเลือกตั้ง เป็นสมาชิกวุฒิสภาผมทราบว่าพอมี ก็ถามว่าผู้ที่พอมีนั้นมีจํานวนกี่คน ทั้งหมดก็คงไม่เกิน ๓,๐๐๐ คนจากผู้ที่จะมาสมัคร เพราะฉะนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง ๔๐ กว่าล้านคนนั้น ผมคิดว่า ๓,๐๐๐ กว่าคนนั้นเทียบไม่ได้ ไม่มีความเหมาะสม ท่านประธานครับ ผมได้พูดซ้ําแล้วซ้ําอีกว่าอํานาจตรงนี้ทําไมสําคัญนักสําคัญหนา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ เขียนไว้ชัดเจนว่า ผู้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุดหรืออัยการสูงสุด ผู้ใดมีพฤติกรรมร่ํารวยผิดปกติ ส่อไปในทาง ทุจริตต่อหน้าที่ ส่อนะครับท่านประธาน ส่อว่ากระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการส่อว่า กระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ส่อว่าจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม อย่างร้ายแรง วุฒิสภามีอํานาจถอดถอนผู้นั้นออกจากตําแหน่งได้ แล้วถ้าสมมุติว่าเราได้สมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่มา ๒๐๐ ท่าน แล้ว ๒๐๐ ท่านอาศัยอํานาจ ทางพรรคการเมืองเข้ามาร่วมอยู่ ไม่ต้องถึง ๒๐๐ ท่านครับ เข้ามาเพียงเกินกึ่งหนึ่งมันก็จะ ทําให้อํานาจหน้าที่ในการถอดถอนตรงนี้ถูกเบี่ยงเบนไป กับสิ่งนี้ผมไม่ได้กล่าวหาลอย ๆ นะครับ ผมว่ามันปรากฏขึ้นมาแล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่ามาตรา ๑๐ นั้นจําเป็นที่จะต้อง ตัดไป ผมยังยืนยันท่านประธานอยู่ว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีเจตนารมณ์ที่ชัดเจนนะครับ คือเจตนารมณ์ในการกําหนดกลไกทางฝ่ายนิติบัญญัติให้มีดุลยภาพ เพราะฉะนั้นจึงมีว่า ทําไมถึงให้มีสมาชิกวุฒิสภามาทั้งจากการเลือกตั้งและจากการสรรหา คือจํานวนนี้ ก็เท่า ๆ กัน โดยที่สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งนั้นจะมีจํานวนเยอะกว่า แล้วผลก็รู้ ชัดเจนครับท่านประธาน เราปฏิบัติหน้าที่มา ๕ ปีกว่าแล้วครับ ผมถามท่านกรรมาธิการซ้ํา ไม่กี่ครั้งนะครับ บอกชี้ประเด็นมาสิว่า ๕ ปีที่ผ่านมานี้กลไกที่เขากําหนดให้ทําหน้าที่ด้วย ความเป็นกลางและมีดุลยภาพมันบกพร่องตรงไหนนะครับ คําตอบก็ยังไม่มีนะครับ เมื่อยังไม่มี แล้วเรามีความจําเป็นอะไรที่จะต้องไปแก้ไขเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่มีอยู่นั้น ก็ทําประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชนได้เป็นที่ประจักษ์มาแล้ว ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๐ วรรคสอง ผมตัดทั้งหมดนะครับ แต่วรรคสองถ้าเผื่อท่านประธานดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๑ นะครับ ก็จะให้ว่ามีความที่ขัดกันอยู่ คือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๑ นั้น ในกรณีซึ่งสมาชิก วุฒิสภาในตําแหน่งว่างลง และมีจํานวนน้อยกว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ของจํานวนสมาชิกวุฒิสภา ที่มีอยู่กรรมการการเลือกตั้งจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน ๑๘๐ วัน เพื่อให้ได้ครบ จํานวน แต่ในวรรคสองนั้นไปเขียนว่าไม่ต้องแต่งตั้งมาเพิ่มเติม โดยการคาดหวังว่าเราจะ ดําเนินการอนุมัติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เสร็จภายในเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ ถ้าสมมุติว่าเกิดไม่เสร็จตามเงื่อนไขนี้อะไรจะเกิดขึ้น เราคาดไม่ได้นะครับ เราอย่ามั่นใจว่า ทั้งหมดนี้เราจะสามารถประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนี้ภายในอาทิตย์นี้ ท่านอย่าลืมว่าสิ่งที่ขัดกันเล็ก ๆ น้อย ๆ มันมีผู้เสียประโยชน์อยู่ กรรมาธิการอาจจะชี้แจงว่า คิดไปเองมันไม่เกิดขึ้นหรอก เพราะเราก็เตรียมการไว้แล้ว เดี๋ยวสามารถที่จะเร่งรัด ให้จัดการเลือกตั้งได้ ๔๕ วันหลังจากวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๗ แต่ถ้าสมมุติว่าเกิดเรื่อง เกิดอุบัติเหตุหรือเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เงื่อนไขนี้ไม่ได้เป็นไปตามนั้น ผมยกตัวอย่าง สมมุติว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากสภาภายในเดือนหน้า ถามว่าต้องมี การเลือกตั้งไหมครับ ผู้ที่เขาอยากเลือกตั้งเขาก็มีสิทธิถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่จะต้องชัดเจน ผมจึงเห็นว่าไม่มีความจําเป็นที่จะต้องไปแก้ไขตามที่ ทางกรรมาธิการได้เขียนไว้ในมาตรา ๑๐ เพื่อประหยัดเวลานะครับผมขอเน้นอีกครั้งหนึ่งว่า บ้านเมืองเราในการที่เราจะปกครองแบบระบอบประชาธิปไตยนั้น เราจําเป็นที่จะต้องสร้าง บรรทัดฐานนะครับ ขณะนี้สมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ท่านมีส่วนสําคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะทําให้ บ้านเมืองที่ท่านรัก บ้านเมืองที่ท่านได้ประโยชน์อยู่นี้จะไปในทางไหน ท่านอย่านึกว่าสิ่งที่ ทําไปครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ไม่น่าจะเกิดอะไร เพราะเป็นการคืนสิทธิให้แก่พี่น้องประชาชน ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ท่านต้องมองให้ไกลครับ เพราะว่าผู้อภิปรายชัดเจนแล้วว่า สิ่งที่เราผ่านการลงมติมาหลายครั้ง ที่ผ่านมาใน ๑๑ วันแล้วนี่นะครับ มันส่งผลกระทบ อย่างรุนแรงต่อการที่เราจะสถาปนาการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขนั้น ให้ยังประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนโดยส่วนใหญ่ หากท่านมีเสียงข้างมาก ท่านลงมติ ผมก็ไม่สามารถที่จะไปทักท้วงอะไรได้นะครับ เพราะกติกามันมีอยู่ เราจําเป็น ที่จะต้องอาศัยเสียงข้างมากในการตัดสินปัญหา แต่ทั้งหมดนั้นเสียงข้างมากจะตัดสินปัญหา ใดก็ตามนะครับ ท่านก็ต้องเคารพรัฐธรรมนูญ กลไกใดสิ่งใดที่รัฐธรรมนูญได้เขียนไว้ชัดเจน แล้วก็จะต้องทําตามนั้น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาเช่นใด ผมหวังว่าคงจะไม่มีผู้ใดไป กดดันศาลอย่างที่ปฏิบัติมา และเจ้าหน้าที่ตํารวจไม่จัดการเหมือนที่ควรจะเป็นนะครับ เพราะฉะนั้นโดยสรุปผมขอให้กรรมาธิการได้กรุณารับฟังคําอภิปรายของผมนะครับ แล้วถอนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ออกไปทั้งหมดครับเพื่อประโยชน์ของ พี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ