รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖

วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำว่าประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง และเรียกร้องให้สมาชิกสภานิติบัญญัติตรวจสอบและแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สมดุล

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา สิ่งที่อยากจะกราบเรียนกับท่านประธานและ ท่านกรรมาธิการคือผมได้เสนอคําแปรญัตติทุกมาตราครับ แต่เสียดายในช่วงที่ผ่านมา ผมถูกตัดสิทธิไป อาจจะเป็นการอ้างข้อบังคับ แต่ผมก็ยืนยันว่าผมมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญครับ แล้วท่านประธานก็คงจะน่าเข้าใจและทราบดีว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่ใช้ ในการปกครองประเทศ ดังนั้นการสร้างกติกาที่เป็นสิ่งสูงสุดมันควรจะเป็นการเห็นพ้องครับ เป็นการเห็นพ้องร่วมกันที่อะไรเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของประเทศครับ แต่วันนี้ผมมีความรู้สึก มันกลับตาลปัตร ตรงที่เป็นการสนองตามความต้องการของเสียงส่วนใหญ่ หรือเสียงข้างมาก และผมต้องย้ําว่าบางครั้งเสียงข้างมากมันไม่ถูกเสมอไปท่านประธาน มันอาจจะเป็นการ ได้เปรียบของเสียงข้างมากจึงทําให้การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มันเป็นปัญหา แล้วผมมีมุมที่อยากจะเรียนกับท่านกรรมาธิการ คือผมมีความเชื่อว่าการเลือกตั้งมันไม่ใช่ สูตรสําเร็จครับ คือพวกเราพยายามบอกว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง โทนี แบลร์ (Tony Blair) เขาก็พูดว่าระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่การเลือกตั้งครับ และผมเชื่อว่า ประชาธิปไตยเป้าหมายคือการอยู่ดีกินดีของประชาชนตามที่โทนี แบลร์ มาพูด เรื่องประชาธิปไตยในบ้านเรา แล้วผมได้มีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อนที่มีโอกาสไปเยี่ยมรัฐสภา ของเยอรมัน ปรากฏว่าสภาสูงของเยอรมันก็ไม่ได้มีการเลือกตั้งท่านประธาน เขาก็มี การสรรหาเหมือนกัน ก็เท่ากับว่าหลาย ๆ ประเทศก็มีการออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิด กลไกในการควบคุมตรวจสอบและเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศครับ ไม่ใช่ว่าอะไร ก็คือการเลือกตั้ง แล้วทุกอย่างจะต้องจบ เพราะวันนี้ประเทศเราวุ่นวายก็เพราะว่ามันคือ การเลือกตั้งครับท่านประธาน วันนี้ผมอยากจะถาม ก่อนที่จะถามเพื่อนกรรมาธิการครับ ผมขอทวนคําแปรญัตติผมครับ ซึ่งในมาตรา ๑๐ ได้มีการพูดถึงให้สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมี สมาชิกภาพอยู่ในวันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ยังคงมีสมาชิกภาพและปฏิบัติหน้าที่วุฒิสภา ต่อไป และในวรรคถัดไปได้เขียนไว้ว่า ในกรณีที่การดํารงตําแหน่งของสมาชิกวุฒิสภาตาม วรรคหนึ่งว่างลงตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยก่อนการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญนี้ไม่ต้องดําเนินการเลือกตั้งหรือสรรหาวุฒิสมาชิกขึ้นใหม่แทนตําแหน่งที่ว่างลง ครับ ผมย้ําครับ ผมต้องการให้ท่านสุดซอยไปเลยครับท่านประธาน ก็คือให้เพื่อนสมาชิก กรรมาธิการเสียงข้างมากให้มั่นใจด้วยความสุดซอยไปเลยว่า ถ้าว่างลงเมื่อไรไม่ต้องมีการ เลือกตั้งใหม่ หรือไม่ต้องมีการสรรหาขึ้นมาใหม่ คือให้ท่านจะได้ดําเนินการไปเลยครับ ทุก อย่างสุดซอยตามที่ท่านต้องการ แต่ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจสุดท้ายนะครับ เพราะเดี๋ยวเข้าสู่ มาตราอื่น ผมอยากจะฝากข้อสังเกต ในการแก้ไขครั้งนี้ท่านได้ดูวัตถุประสงค์ร่วมกันของ ประชาชนคนไทยทั้งชาติไหมครับ ในรัฐธรรมนูญ หน้า ๑๐ ที่ได้มีการพูดถึงไว้ว่า วัตถุประสงค์ร่วมกันของประชาชนคนไทยในการดําเนินการรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือ เจตนารมณ์ เขาได้พูดถึงการกําหนดกลไกของสถาบันทางการเมืองทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ศาล และองค์กรอิสระให้มีดุลยภาพ เท่ากับว่ารัฐธรรมนูญนี้เล่มที่เราถือกันไว้นี้ ถูกออกแบบไว้เรียบร้อยแล้วท่านประธาน ก็คือทุกอย่างมีอยู่ ๔ ขา ก็คือ ขาฝ่ายบริหาร ขาฝ่ายนิติบัญญัติ ขาฝ่ายตุลาการหรือศาล และขาขององค์กรอิสระ แสดงว่าการออกแบบ รัฐธรรมนูญครั้งนี้เซต (Set) ให้ทั้ง ๔ ขานี้มีดุลยภาพ คําว่าดุลยภาพก็คือการตรวจสอบ ถ่วงดุลซึ่งกันและกัน วันนี้ท่านแก้อยู่ ๑ ขา ก็คือขาของนิติบัญญัติ แล้วในนิติบัญญัติก็มี ๒ ขาย่อย ก็คือขาของสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ของวุฒิสภา อยากจะกราบเรียนกับ เพื่อนกรรมาธิการว่าวุฒิสภาการได้มาซึ่งวุฒิสภามันคือสถาบันหลัก แล้วท่านได้ตระหนักไหม ว่าการแก้ไขของท่านลําพังให้มีการเลือกตั้งเฉย ๆ ตามที่ท่านต้องการนี้ ผมก็ไม่ได้ติดใจมาก ครับ แต่จุดที่ติดใจแล้วรู้สึกจะเป็นปัญหาอย่างยิ่ง นั่นคือการเปิดโอกาสให้ลงแล้วลงอีก ซึ่งตรงนี้มันจะทําให้เสียดุลยภาพ เพราะเมื่อเสียดุลยภาพเมื่อไรรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา ทันที ผมขออนุญาตนะครับท่านประธาน เพราะว่าแปรญัตติมาทุกมาตราไม่ได้พูดเลย ขอเท้าความ อย่างน้อยก็เป็นการบันทึกนิดเดียวครับท่านประธาน