รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๕

วิทยา อินาลา หารือเรื่องการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลพร้อมที่จะพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวให้มีความมืออาชีพและพัฒนาให้พร้อมในการร่วมข้อตกลงดังกล่าว นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการบุคลากรวิชาชีพการท่องเที่ยวแห่งชาติและวิพากษ์วิจารณ์คำพูดของท่านประธานในเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษและความหมายของคำว่า "โปรเฟสชันนอล" ในเอกสารของอาเซียน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเตรียมการของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการท่องเที่ยวในอาเซียน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาความสามารถของคนไทยในการใช้ภาษาอังกฤษและภาษาจีนเพื่อรองรับการลงทุนจากประเทศจีน

นายวิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภา นครพนม

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมก็จะขออภิปรายสนับสนุนข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพ ด้านการท่องเที่ยวอาเซียน ผมว่าเป็นข้อตกลงที่ดีที่รัฐบาลจะต้องเอาไปร่วมกับประเทศ อีก ๙ ประเทศในอาเซียนนี้ ทําไมหรือครับ เพราะว่าประเทศไทยเราบอกว่าเราเป็นฮับ เราเป็นจุดแข็งในเรื่องของการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นโอกาสของประเทศไทย ที่จะมาได้รายได้จากการทําข้อตกลงตรงนี้ แต่สิ่งหนึ่งข้อตกลงเขาบอกว่าเป็นข้อตกลงร่วมว่า ด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพการท่องเที่ยวอาเซียน เขาบอกว่าเป็น โปรเฟสชันนอล (Professional) ถ้าคุณจะได้เบเนฟิท (Benefit) กับข้อตกลงตรงนี้ถามว่า บุคลากรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของเราเราเป็นโปรเฟสชันนอลพร้อมหรือยัง เพราะว่าธุรกิจบริการโดยเฉพาะการท่องเที่ยวปีหนึ่ง ๆ อย่างเช่นปีที่แล้วทํารายได้ให้กับ ประเทศผมว่าค่อนข้างจะประมาณเกือบ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ประมาณ ๑.๖ ล้านล้านบาท ๑.๗ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นผมบอกนี่คือเป็นรายได้มหาศาล ถ้าเราเปิดข้อตกลงตรงนี้ แล้วบุคลากรทางด้านการท่องเที่ยวของเราไม่ว่าจะเป็นโรงแรม มัคคุเทศก์ ผมคิดว่าคงไม่ใช่ตรงนี้ เพราะมัคคุเทศก์มันเป็นข้อตกลงอันหนึ่งว่าสิทธิ ในการประกอบอาชีพในประเทศผู้รับจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขกฎหมายและข้อบังคับของ ประเทศผู้รับ แสดงว่ามัคคุเทศก์นี้ยังไม่เปิด แต่ที่เปิดจริง ๆ คือนักบริหารจัดการ คนที่จะมา ลงทุนเรื่องการโรงแรม คนที่จะมาลงทุนเรื่องของการบริหารจัดการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ตรงนั้นล่ะครับเราจะทําอย่างไร ประเทศไทยเราตอนนี้พร้อมไหม โรงแรมต่าง ๆ เจ้าของโรงแรม ต่าง ๆ พร้อมไหม เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะฝากท่านประธานนะครับว่าเราจะทําอย่างไร เราจะพัฒนาบุคลากร วิชาชีพด้านการท่องเที่ยวนี้อย่างไรบ้าง มืออาชีพการบริหารจัดการ ภาษาอังกฤษเราเป็น อย่างไร บอกเลยนะครับ ๑๐ ประเทศในอาเซียนภาษาอังกฤษคนที่ได้เปรียบมีอยู่ ๒ ประเทศเท่านั้น ๑. ประเทศฟิลิปปินส์ ๒. ประเทศสิงคโปร์ นอกนั้นไม่ได้เปรียบกันหรอกครับ ประเทศมาเลเซียอาจจะเหนือเรานิดหน่อย ประเทศบรูไนจะเหนือเรานิดหน่อย แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นประเทศไทยเรานี่เรามีจุดแข็งเรื่องสังคมและภูมิประเทศตรงนี้ แต่เรายังขาด เรื่องของภาษาอังกฤษ แล้วอีกอันหนึ่งเรื่องของการพัฒนาคน ประเทศไทยตอนนี้ ให้ความสําคัญกับการพัฒนาคนแบบไหน ไม่ใช่จบมาแล้วไปทํางานไม่มีการเทรนนิง (Training) ไม่มีการพัฒนา ไม่มีการให้ความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นมา ผมว่าประเทศไทยมีจุดด้อย ตรงนั้นเลย งบประมาณรายจ่ายประจําปีแต่ละปีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเอาไปลง เกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนาบุคลากรเป็นแบบไหนบ้าง ผมว่าน้อยมากครับท่านประธาน ดูจากเอกสารประกอบการชี้แจงรัฐสภากระทําโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน้า ๒ ข้อ ๒ สาระสําคัญและข้อเท็จจริงของกฎหมาย

ข้อ ๑ จัดตั้งคณะกรรมการบุคลากรวิชาชีพการท่องเที่ยวแห่งชาติ ภาษาอังกฤษโอเคถูกต้อง

ข้อ ๒ ข้อ ๑ นี่ท่านทําตามอาร์ทิเคิล (Article) ของอาเซียน ข้อ ๒.๑ ข้อ ๒ ตามข้อ ๒.๑๔

แต่ข้อ ๓ สิครับ คณะกรรมการติดตามตรวจสอบวิชาชีพท่องเที่ยวอาเซียน ภาษาอังกฤษท่านบอกว่าอาเซียนขอโทษนะครับผมขอใช้เป็นภาษาอังกฤษนะครับ อาเซียน ทัวริซึม มอนิเตอริง คอมมิทตี (ASEAN Tourism Monitoring Committee) ตัวย่อก็คือ เอทีเอ็มซี (ATMC) แต่พอไปดูในอาร์ทิเคิลที่ ๒ ความหมายเขาบอกเดฟฟินิชันส์ แอนด์ สโคป (Definitions and scope) ตรงนี้นะครับเขาเขียนว่าอาเซียน ทัวร์ริซึม โปรเฟสชันนอล (ASEAN Tourism Professional) ท่านประธานครับ แต่ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตกคําว่าโปรเฟสชันนอล ในที่นี้ท่านจงใจจะให้ของเราไม่เป็นโปรเฟสชันนอลใช่หรือไม่ ตกคําว่าโปรเฟสชันนอลนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปดูหน่อยเถอะครับที่ท่านเขียนไว้ในข้อ ๓ นี้นะครับว่าถูกไหม

ต่อไปข้อ ๔ การจัดทําหลักสูตรการท่องเที่ยวแห่งอาเซียนสําหรับ ๒ สาขา ๖ แผนก ๓๒ ตําแหน่ง ภาษาอังกฤษท่านบอกว่าอาเซียน คอมมอน ทัวริซึม เคอร์ริคูลัม (ASEAN Common Tourism Curriculum) แต่ในตรงนี้ในภาษาอังกฤษ ตัวอาร์ทิเคิล ๒ ที่ข้อ ๒.๗ เขาเขียนว่าคอมมอน (Common) เอาคอมมอนขึ้นก่อนนะครับ คอมมอน อาเซียน ทัวริซึม เคอร์ริคูลัม (Common ASEAN Tourism Curriculum) ตัวย่อก็คือซีเอทีซี (CATC) แต่ของทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาท่านบอกว่าเป็นอาเซียน คอมมอน ถามว่า มันต่างกันอย่างไรตรงนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับผมบอกแล้วว่าการแข่งขันกันนี่ครับ ในเมื่อเปิดบริการตรงนี้แล้วนี่มันมีการแข่งขัน สิ่งหนึ่งผมบอกว่าประเทศไทยเรานี่มีจุดอ่อน คือเรื่องภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้น ๒ อันนี้ก็ชี้แล้วว่าเรามีจุดอ่อนจริง ๆ ทีนี้ผมถามต่อไปว่า ในข้อ ๒.๘ นี่นะครับบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวต่างชาติหมายถึงผู้ที่ไม่ถือสัญชาติใด ของสมาชิกอาเซียน แต่รัฐสมาชิกอาเซียนให้การรับรองคุณวุฒิ แสดงว่าอันนี้คือคนที่เป็น โปรเฟสชันนอลในเรื่องของการลงทุนซึ่งไม่ใช่มัคคุเทศก์ในแต่ละประเทศใช่ไหมครับ อันนี้ความเข้าใจของผมอยากจะให้ท่านประธานลองรีคอนเฟิร์ม (Re-confirm) อีกทีหนึ่ง ผมไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรนะครับ ให้ยืนยันอีกทีหนึ่งก็แล้วกันว่าใช่ไหม อันนี้ไม่เกี่ยวกับ มัคคุเทศก์ ถ้าเกี่ยวกับมัคคุเทศก์แสดงว่าประเทศไทยเรานี่ก็จะมีปัญหาในเรื่องประวัติศาสตร์ เรื่องข้อมูลต่าง ๆ ตรงนี้ แต่ผมคิดว่าตรงนี้คงไม่ใช่มัคคุเทศก์ ประเด็นตรงนี้ผมพอยท์ (Point) ให้กับท่านประธานดูนิดหนึ่งก็แล้วกัน ประเทศที่จะได้ประโยชน์ตรงนี้ในการที่เราจะทํา ข้อตกลงกับประเทศ ๑๐ ประเทศในอาเซียนนี่ คนที่ได้ประโยชน์จริง ๆ ไม่ใช่คนในอาเซียน คนที่ได้ประโยชน์จริง ๆ ผมคิดว่าเป็นคนจีน เพราะคนจีนมีคน ๑,๓๐๐ กว่าล้านคน แล้วคนจีนมาลงทุนในเรื่องของการโรงแรม ลงทุนในเรื่องของการท่องเที่ยวในแต่ละประเทศ ในอาเซียนตรงนี้ ผมว่าเป็นเบอร์ ๑ ด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ล่ะครับที่เราจะมองว่าอนาคตเราจะมองถูกหรือไม่ เราจะทําคนของเรา พัฒนาคนรองรับอย่างไรบ้าง ผมบอกว่าภาษาจีนเป็นภาษาสําคัญครับท่านประธานครับ นอกจากภาษาอังกฤษแล้วนี่ ภาษาจีนเราต้องรองรับเขาด้วยเพราะเขามีทุน ตอนนี้เงินหยวน เงินเหรินหมินปี้นี่แข็งมาก เขาพร้อมที่จะออกมาข้างนอก อนาคตถ้าประเทศจีนมีเงิน มีกําลังทหาร ประเทศจีนซื้อทั้งโลกนี้เราจะเตรียมพร้อมกับเขาอย่างไรบ้าง เราจะสู้กับเขาได้ไหม สู้ไม่ได้ แต่เราจะอยู่กับเขาได้อย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นผมฝากท่านประธานถามคําถามหน่อยว่า ตัวข้อ ๒.๘ นี้ความหมายคืออะไรนะครับ แล้วก็ข้อ ๓ ข้อ ๔ ที่ถามเรื่องภาษาอังกฤษนี่ เป็นอย่างไรบ้างครับ ขอบคุณท่านประธานครับ