รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๕

จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องการตกลงในสัญญาอาเซียน และเสนอข้อสังเกต 3 ประเด็น รวมถึงการออกใบรับรองให้กับคนไทยที่ไปทำงานในประเทศอื่น ๆ และเรียกร้องการยอมรับในระดับอาเซียน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการให้สิทธิ์ชาวต่างชาติในการทำงานในประเทศไทย และเรียกร้องการความโปร่งใสในการดำเนินการของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ต่อการตกลงในเรื่องของสมาชิกอาเซียนที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาบอกว่า เหลืออีกเพียง ๑ ประเทศ ก็คือประเทศไทยที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกในกรณีดังกล่าวนี้ ผมมีข้อสังเกต ๓ ประเด็นหลัก ๆ ท่านประธานครับ ในการทําสัญญาที่จะเข้าสู่ในระบบต่าง ๆ ที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณากล่าวไว้ตั้งแต่ต้นนะครับ ผมมีความเป็นห่วง ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของภายในประเทศไทย ภายในประเทศไทยในขณะนี้ เห็นบอกว่าท่านจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการด้านการท่องเที่ยว แห่งชาติก็ดี คณะกรรมการรับรองวิชาชีพท่องเที่ยวก็ดี แล้วก็คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบวิชาอาชีพในการท่องเที่ยวอาเซียน ฝากถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าภายในของเรา คณะกรรมการมาจากหน่วยงานใดบ้าง แล้วที่ผ่านมาสมมุติว่าถ้ามาจากหน่วยงาน ของในประเทศไทย เช่น จากสถาบันการศึกษา หรือว่าองค์กรอิสระอะไรก็แล้วแต่ที่จัดตั้ง กันขึ้นมาเป็นคณะกรรมการ ที่มานั้นมีกระบวนการคัดสรรอย่างไร ที่ผมถามอย่างนี้ ก็เพราะว่าเมื่อเราต้องไปแข่งขันกับต่างประเทศในสมาชิกอาเซียน เอาละท่านอาจจะมอง ลงไปทางทิศใต้ ขวาเป็นประเทศพม่า ซ้ายประเทศเวียดนาม ประเทศ สปป. ลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ข้ามฝั่งไปเจอประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศบรูไน แต่ว่าประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่าแต่ละประเทศย่อมมี มาตรฐานที่แตกต่างกัน ท่านประธานครับ เราจะทราบได้อย่างไรว่าประเทศบรูไนดารุสซาลาม เขาจะมีมาตรฐานในลักษณะเช่นนี้ คณะกรรมการนั้นจะเป็นอย่างไร ประเทศสิงคโปร์ที่คิดว่า เจริญกว่าประเทศไทยแล้วเขาจะมีมาตรฐานในเรื่องนี้อย่างไร ผมถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่า เวลาที่เราออกกฎกติกาอะไรก็แล้วแต่ภายในประเทศเราเรามักจะถามกับ คนภายในครับ แต่ถ้าเราเอาไปเปรียบเทียบกับชาติอื่น ๆ ซึ่งอาจจะพัฒนากว่าอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ หรือแม้บางประเทศที่อยู่ในอาเซียนที่เขาพัฒนาทางด้านการท่องเที่ยว เช่นประเทศอินโดนีเซีย หรือแม้แต่กระทั่งประเทศมาเลเซีย เขามีการจัดตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาค่อนข้างจะรอบคอบ เราได้ใช้สถิติของเขาเมื่อ ๒-๓ ปีที่ผ่านมาหรือไม่จาก ๙ ประเทศ อันนี้ประเด็นที่ ๑

ประเด็นต่อมา เมื่อคณะกรรมการชุดนี้เกิดขึ้นแล้วเราออกใบรับรองให้กับ คนไทยเพียงอย่างเดียว สมมุติว่าผมจะไปทํางานที่ประเทศสิงคโปร์ คนไทยได้มี การออกระเบียบหรือว่าออกใบประกาศนียบัตรอะไรต่าง ๆ นี่นะครับ จากนั้นก็ไปทํางาน ที่ประเทศสิงคโปร์ ถามว่าประเทศสิงคโปร์ต้องให้การยอมรับทั้งหมดถูกต้องไหมครับ อันนี้แน่นอนเพราะถือว่าเป็นสมาชิกอาเซียน เมื่อมีการยอมรับในประเทศไทยแล้วก็ย่อมจะ ยอมรับในประเทศสิงคโปร์ด้วย ถามกลับไปอีกกลุ่มหนึ่งประเทศอื่น ๆ ผมยกตัวอย่าง ประเทศ ก ซึ่งอยู่ในสมาชิกอาเซียนเขามีกระบวนการแบบนี้เหมือนกับเราใช่หรือไม่ ถ้าใช่ เรามั่นใจได้อย่างไรว่ากระบวนการในการออกกฎระเบียบก็ดี ออกใบประกาศนียบัตรก็ดี มันจะไม่เกิดการฉ้อฉล หรือว่าเกิดความสะเพร่า หรือว่าไม่มีคุณภาพ อันนี้ต้องฝากท่านประธานถามไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับเช่นประเทศ ก บอกว่าเอาละ ใครมีสตางค์มาให้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ออกใบประกาศเลยท่านจะได้ไปทํางานที่ประเทศสิงคโปร์ หรือออกมา ๕๐,๐๐๐ บาท ท่านจะได้ไปทํางานที่เมืองไทย อันนี้เป็นการส่อไปในแนวทาง ที่จะทุจริตกันระดับอาเซียนเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นผมฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีครับในกรณีนี้ต้องเข้มข้นเช่นเดียวกันครับ

ประเด็นต่อมา เมื่อคนไทยไปทํางานในต่างชาติตามหมวดที่ท่านว่านี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานต้อนรับ สาขาแม่บ้านอะไรนี่นะครับ ท่านประธานครับ ในชีวิตผมนี่ ชอบขับรถเดินทางท่องเที่ยวในอาเซียน ผมไปด้วยรถยนต์ครบทุกประเทศครับ แล้วผมมักจะ ไปพักโรงแรมหลายระดับกัน สิ่งที่พบก็คือชาวต่างชาติที่จะไปทํางานในโรงแรม ในเมืองไทย ก็เช่นเดียวกันถ้าเกิดถ้าท่านประธานไปพักหรือว่าได้เดินทางไปต่างจังหวัดแล้วไปพักโรงแรม ระดับสามดาว ท่านประธานลองไปสั่งอาหารดูสิครับ ถามเอาอะไร ก็เลยถามต่อว่าตกลงแล้ว มาจากประเทศไหนแน่ ค่าแรงมันถูกครับ แต่ประเด็นที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าเมื่อสมาชิก ของไทยออกกฎระเบียบเรียบร้อย ออกใบประกาศเรียบร้อย แล้วก็ไปทํางานในต่างชาติได้ คราวนี้ละครับชาวต่างชาติเขาจะต้องได้เหมือนกัน แล้วก็กลับเข้ามาทํางานในประเทศไทย ถามว่ากระบวนการกลั่นกรองนี่คณะกรรมการประกอบไปด้วยใครบ้าง สมมุติมี ๑๐ คน คณะกรรมการในประเทศไทยมี ๑๐ คนเป็นคนไทยทั้งหมดใช่หรือไม่ ถ้าใช่ท่านมั่นใจ ได้อย่างไรว่าส่งไปที่ประเทศสิงคโปร์แล้วประเทศสิงคโปร์โอเค (OK) เลย หรือว่าประเทศ สปป. ลาว ส่งมาที่ประเทศไทย ประเทศไทยโอเคเลยไม่มีขั้นตอนต่าง ๆ ที่จะเป็นปัญหา อย่างนี้ก็เป็นคําถามที่ฝากท่านประธานไว้นะครับ

เรื่องต่อมาที่เกี่ยวข้องกันครับท่านประธาน ก็คือชาวต่างชาติ ชาวต่างชาติ ในกฎระเบียบหรือกรอบกติกาอาเซียนนี้ก็หมายความว่าประเทศนอกสมาชิก ๑๐ ประเทศ วันนี้เราต้องยอมรับอาหารมาจากต่างชาติเยอะครับ ท่านไปสั่งเนื้อลูกแกะ เนื้อลูกวัวตายใน ท้องเสือ อะไรอย่างนี้นะครับส่วนใหญ่มาจากประเทศออสเตรียบ้างละ ประเทศยุโรปบ้างละ ประเทศอเมริกาบ้างละ คนเหล่านี้ก็เป็นคนนอกอาเซียนครับพวกเขาเข้ามาทํางานอย่างนี้ คณะกรรมการชุดนี้เป็นผู้พิจารณาหรือไม่ ถ้าใช่กระบวนการเป็นอย่างไร และมี ข้อได้เปรียบเสียเปรียบกับประเทศสมาชิกอาเซียนหรือไม่ อย่างไรครับ อันนี้ฝากเป็น ข้อสังเกตผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ

ประเด็นต่อมาครับ ในเรื่องของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พาสปอร์ต (Passport) ในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ปลอมกันเยอะแยะมากมายครับ ใบขับขี่รถยนต์วันนี้ถ้าท่านถือใบขับขี่แบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือว่าแบบสมาร์ท การ์ด เมด อิน ไทยแลนด์ (Smart card made in Thailand) ที่เขียนว่าคิงดอม ออฟ ไทยแลนด์ (Kingdom of Thailand) นี่นะครับ ขับรถไปที่ประเทศกัมพูชาก็ดี ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นพวงมาลัยขวาแบบบ้านเรานี่นะครับเขาบอกว่าใช้ได้ครับ และถามต่อไปครับอีกหน่อยใบเซอร์ติฟิเคท (Certificate) หรือว่าใบประกาศเกียรติคุณ ใบประกาศอะไรก็แล้วแต่ที่ท่านได้ไปอบรมมาทั้งหมดนี่นะครับกระบวนการตรวจสอบ เป็นอย่างไร สมมุติว่าผมอบรมในสาขาอันดับแรกครับ สาขาที่พักเช่นผมเป็นผู้จัดการ ฝ่ายต้อนรับ ฟรอนท์ ออฟฟิศ เมเนเจอร์ (Front office manager) ผมอยากไปทํางานที่ ประเทศสิงคโปร์ ผมพูดภาษาอังกฤษได้ครับ พูดภาษาจีนกลาง ภาษาแต้จิ๋ว ภาษากวางตุ้งได้ ผมสามารถถือใบประกาศใบเดียวนี่นะครับไปที่แถว ๆ ถนนออร์ชาร์ดแล้วก็ไปสมัครที่โรงแรม ได้เลยไหม ถ้าได้คนอินโดนีเซีย คนฟิลิปปินส์ ก็ทําเช่นเดียวกันครับก็มาสมัครที่โรงแรมเชอราตัน ในกรุงเทพฯ ได้เช่นเดียวกันครับ ระบบต่าง ๆ ของสมาชิกภาคีอาเซียน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ระบบออนไลน์ท่านทําพร้อมแล้วหรือยัง ถ้าพร้อมแล้วท่านช่วยบอกสังคมครับ เราไม่ได้กลัวชาวต่างชาติที่จะเข้ามาแย่งงาน เราต้องยอมรับความจริงในอีก ๒-๓ ปีข้างหน้า ในปี ๒๕๕๘ ที่จะเปิดรับครับ แต่ถ้าเรามีคุณภาพเพียงพอนะครับ รัฐบาลในยุคไหนก็แล้วแต่ กระทรวงการท่องเที่ยวมีคุณภาพเพียงพอนี่นะครับ ท่านสามารถตรวจได้ทันทีครับ หมายเลข มาเลยครับ เอสเค (SK) ย่อมาจากสิงคโปร์ เอ็มแอล (ML) ย่อมาจากมาเลเซีย ๑๒๒๔ ๑๒๓๔ เข้ามาถึงมาเมืองไทยปุ๊บคีย์ (Key) เข้าไปเลยครับอบรมจริง สาขาผู้ควบคุม ฝ่ายต้อนรับจริง อย่างนี้ชัดเจนครับ กระบวนการที่จะเป็นการทุจริตในเรื่องใบประกาศ หรือว่าการถือกระดาษแผ่นเดียวแล้วเข้ามาสมัครในเมืองไทยก็จะทําได้ยากขึ้นครับ ประเทศไทยก็จะไม่เกิดภาวะสมองไหล เดี๋ยวนี้ท่านก็ทราบความดีครับในกรุงเทพมหานคร และตามหัวเมืองใหญ่ ๆ พนักงานเสิร์ฟ ร้อยละ ๘๐ เป็นชาวต่างด้าว ก็ชัดเจนครับอีกหน่อย เขาก็เข้ามาอย่างเสรีเพราะพาสปอร์ตไม่ต้องจ็อบ (Job) ไม่ต้องขอวีซาเดินทางเข้าออก ได้อย่างสะดวกสบาย

ประเด็นต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ ที่เขาเรียกกันว่าเอฟัส หรือว่ากรอบตกลงอาเซียนด้านบริการนี่มันครอบคลุมถึงขนาดไหนครับ มันยอมรับ ในข้อตกลงในกรณีเรื่องของอาชญากรรมไหม ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ลิงค์ (Link) ข้อมูลร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือไม่ อย่างไร เดี๋ยวนี้วิธีการง่าย ๆ ของผู้ก่อการร้ายนะครับ ไม่จําเป็นต้องไปขึ้นเวทีปราศรัยครับ ผู้ก่อการร้ายของแท้นี่นะครับ ก็คือการปลอมตัวเข้ามาตามระบบต่าง ๆ ของโลกเช่นเขาไปอบรมอยู่ที่ประเทศใด ประเทศหนึ่งในอาเซียนเพื่อจะขอใบอนุญาตประกอบกิจกรรมที่ท่านว่านี่นะครับไม่ว่าจะเป็น ที่พักโรงแรม ประกอบอาหาร แม่ครัว อะไรนี่นะครับ แล้วถือใบนี้ใบเดียวครับท่านประธาน แล้วเข้ามาสมัครงานในกรุงเทพฯ ก็ดี ไปในเมืองใหญ่ ๆ ที่อาจจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการ ก่อการร้ายอย่างนี้ ท่านได้ลิงค์ข้อมูลเหล่านี้กันหรือไม่ อย่างไรครับ มันลิงค์ต่อเรื่องของความมั่นคงมากมาย หลากหลายครับ อาเซียนเราเปิดให้ทุกคน ช่วงนี้สัมมนากันแทบทุกวันครับ เรื่องของ การเปิดรับการเป็นสมาชิกประชาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในมิติต่าง ๆ ๓๖๐ องศา รัฐบาลไทยได้ติดตามและตรวจสอบหรือไม่ อย่างไร ผมฝากข้อคิดไว้ ๓-๔ ประเด็น

ประเด็นแรก คือเรื่องของคนไทยที่จะได้ใบประกาศ ไม่ใช่ว่าได้ยาก แต่ว่าพอคนประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนอีก ๙ ประเทศ บอกว่าได้ง่ายกว่าประเทศไทย ข้อสอบ เหมือนกันไหม ภาษาแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร อายุเป็นอย่างไร ประวัติพวกเราเหล่านั้น คืออะไร มาจากไหน อย่างไร

ประเด็นต่อมาคือคนต่างชาติที่จะเข้ามาทํางานในเมืองไทยนี่จะเกิด กระบวนการที่เรียกว่าโควตาอีกหรือไม่ ถ้าไม่มีโควตา เปิดเสรี อาชญากรรมจะเพิ่มขึ้นอีกไหม เพราะมาก่อนค่อยสมัครทีหลัง แต่สมัยก่อนเราจะไปทํางานประเทศเกาหลี เราจะไปทํางาน ประเทศญี่ปุ่นสมัครก่อนครับ รับก่อนจึงค่อยไปครับ แต่ถ้าลักษณะเช่นนี้หมายความว่า ถือกระดาษแผ่นเดียวเข้ามาในเมืองไทยแล้วก็มาสมัครงานลุ้นเอาข้างหน้าครับ มานอนรอสัก ๓ เดือนครับ ถ้าเงินหมดทําอะไรล่ะครับ เกิดอาชญากรรมไหม แล้วจะส่งกลับกันอย่างไร อันนี้เป็นประเด็นที่ฝากท่านไว้นะครับ

ส่วนเรื่องของต่างชาติผมก็ยังเห็นด้วยครับ บางอย่างมันก็เป็นทฤษฎี การเรียนรู้อย่างต่อยอดครับ เวลาท่านไปสั่งอาหารฝรั่งเศสถ้าท่านบอกว่าเป็นคนเวียดนาม ซึ่งเป็นอาณานิคมเก่าของประเทศฝรั่งเศสมาผัดหรือมาทําแฮมเบอร์เกอร์ให้ท่าน หรือมาทําอาหารที่เป็นปลาให้ท่าน ท่านก็บอกว่ามันไม่ใช่ฝรั่งเศสแท้ บางอย่างขอบเขต ของอาเซียนนี่ก็ฝากท่านรัฐมนตรีไว้ครับ ท่านควรเปิดกว้างไว้บ้างพอสมควรครับ อาชีพสงวน บ้านเราก็ยังคงเป็นอาชีพที่สงวนครับ แต่บางอาชีพนี่เป็นอาชีพที่เรารับรู้ข้อมูลข่าวสาร จากต่างชาติได้ แล้วก็เรียนรู้ต่อไปขยายความต่อกันได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้ติดใจอะไรว่าเราจะ เข้าสู่สมาชิกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือว่าอาเซียน ๑๐ ประเทศ ไปมาแล้วทั่วทุกประเทศ ในอาเซียนนี้ ผมก็มีความรู้สึกว่าไม่ได้แตกต่างอะไรครับ ถ้าไปแล้วมีสตางค์ไปใช้บ้านเขา เขายินดีครับ แต่ถ้าไปแล้วไม่มีสตางค์ไปหาบ้านเขากลับมานี่เขาก็ต้องตั้งข้อกังขากับผมครับ เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการเปิดนี่ดีครับ แต่ขอให้ท่านคิด อย่างรอบคอบ ถ้าท่านชัวร์ (Sure) ๑๐ ข้อ ท่านทําแค่ ๑๐ ข้อ ถ้าท่านไม่ชัวร์ท่านชัวร์แค่ ๘ ข้อ ท่านทําแค่ ๘ ข้อ แล้วไปตกลงกันในกรอบความตกลงว่าอีก ๒ เรื่องนี่เราขอไว้ก่อนได้ไหม ถ้าเราพร้อม ปี ๒๕๕๘ ซึ่งเปิดแท้จริงแล้ว แล้วเราค่อยเริ่มอีกได้ไหม อันนี้จะเป็นประโยชน์ ต่อประเทศไทย ด้วยความขอบพระคุณครับท่านประธาน