สามารถ แก้วมีชัย อธิบายถึงองค์ประกอบของมาตรา ๒๙๑/๘ และอธิบายว่ามาตรา ๒๙๑/๘ ไม่ได้มีเรื่องอะไรที่สลับซับซ้อน และหารือเกี่ยวกับสมาชิกภาพของสภาร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงการสิ้นสมาชิกภาพของสมาชิก โดยอธิบายเกี่ยวกับวันที่สมาชิกภาพเริ่มและสิ้นสุด นอกจากนี้ยังหารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญและถามถึงวิธีการเลือกตั้งหรือคัดเลือกแทนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่พ้นจากตำแหน่ง
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ กระผมขอกราบเรียน ชี้แจงเหตุผลของกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ให้คงมาตรา ๒๙๑/๘ ซึ่งก็เป็นไปตามร่างเดิมที่ เรารับหลักการไปจากรัฐสภา ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ว มาตรา ๒๙๑/๘ ไม่ได้มีเรื่องอะไร สลับซับซ้อนนะครับ มันมีองค์ประกอบอยู่ ๔ อย่างนะครับ
(๑) ก็คือพูดถึงการเริ่มต้นสมาชิกภาพของ สสร. ทั้งที่มาจากการเลือกตั้งและ มาจากการคัดเลือก
(๒) ก็พูดถึงเรื่องของการสิ้นสมาชิกภาพ
(๓) พูดถึงเรื่องการหาคนมาแทนในส่วนที่สิ้นสมาชิกภาพไป และ
(๔) ก็พูดถึงว่าถ้าขณะที่กำลังจะหาคนมาแทนจะให้ สสร. ทำงานต่อไปได้ ก็ต้องมีองค์ประกอบ คือมีเสียงอยู่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
ผมขอเรียนอธิบายทั้ง ๔ เรื่อง ดังนี้
เรื่องแรก ของการเริ่มสมาชิกภาพ ถ้าท่านจะดูในวรรคแรก ก็จะพูดถึงเรื่อง การเริ่มสมาชิกภาพของในส่วนที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ให้เริ่มนับสมาชิกภาพ นับแต่วันเลือกตั้ง ก็เหมือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านเลือกตั้งเสร็จ กกต. จะรับรองท่านเมื่อไรก็ตาม แต่ใน รัฐธรรมนูญจะเขียนว่าท่านเริ่มมีสมาชิกภาพเมื่อวันเลือกตั้ง อันนี้ก็เช่นเดียวกัน สสร. ก็บัญญัติไว้ให้มีสมาชิกภาพตั้งแต่วันเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน สสร. ประเภทคัดเลือกโดยรัฐสภา เราก็บัญญัติว่าให้มีสมาชิกภาพนับวันที่สภามีมติ หลายท่านก็มาถามว่าจะนับเอาวันไหนครับ ที่สภามีมติ ก็อยากกราบเรียนว่าวันที่มีการนำรายชื่อ สสร. มาให้รัฐสภาได้ลงคะแนน ขั้นตอน มันจะเป็นอย่างนี้นะครับ จะมีการเปิดโอกาสให้สมาชิกลงคะแนนเลือก สสร. พอลงคะแนน เสร็จก็นับคะแนน ใครได้คะแนนสูงสุดคนนั้นได้รับเลือกเป็น สสร. ประเภทคัดเลือก แต่จะ มีบางท่านคะแนนเท่ากันก็ให้เลือกกันใหม่ เลือกแล้วคะแนนยังเท่ากันอีก มาตรา ๒๙๑/๖ ก็ให้
ท่านประธานรัฐสภาเป็นผู้จับสลาก เพราะฉะนั้นเมื่อจับได้แล้วว่าเป็นใครก็ มีการประกาศผลว่าผู้ใดได้เป็น สสร. บ้าง ซึ่งในการประกาศผลเสร็จเรียบร้อยผลคะแนนว่า ใครได้เท่าไร ท่านประธานรัฐสภาก็จะอ่านว่า รัฐสภาได้มีมติเลือกบุคคลดังต่อไปนี้ให้เป็น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามผลคะแนนที่ได้ และตามที่มีการจับสลากได้ วันนั้นละครับ ก็คือวันที่มีมติ ไม่ได้เป็นวันอื่นเลยนะครับ วันเดียวกันนั่นละ ส่วนหลังจากนั้นประธานรัฐสภา ต้องนำรายชื่อไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่สมาชิกภาพของผู้คัดเลือก จากรัฐสภาจะเริ่มในวันที่สภามีมติ อันนี้ก็ชัดเจนครับ ทีนี้มาพูดถึงเรื่องของการสิ้นสมาชิกภาพ ก็อย่างที่กราบเรียนนะครับ จะมีบัญญัติไว้ชัดเจนว่าสิ้นสมาชิกภาพเพราะอะไรบ้าง เช่น (๑) สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดตามมาตรา ๒๙๑/๑๕ ถ้าท่านไปดูในมาตรา ๒๙๑/๑๕ จะสิ้นสมาชิกภาพก็เพราะ
ประการแรก เหลือสมาชิกไม่ถึงกึ่งหนึ่ง อันนี้ก็ถือว่าไปทั้งสภาเลยนะครับ
ประการที่ ๒ ทำร่างไม่แล้วเสร็จตามเวลาที่เขากำหนดให้ คือถ้าตามร่างของเรา เราบอกว่าให้เขาทำร่างให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน ถ้าทำไม่เสร็จก็ถือว่าสิ้นสมาชิกภาพ ไปทั้งหมด
ประการที่ ๓ ทำร่างเสร็จแล้วไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา หมายความว่า ผ่านกระบวนการประชามติเรียบร้อย ประกาศในราชกิจจานุเบกษาถือว่าเสร็จสิ้นภารกิจ ก็หมดสมาชิกภาพ
และประการที่ ๔ ก็คือร่างตกไปตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหก ก็แปลว่า ประธานได้วินิจฉัยว่ามีการกระทำการร่างที่ผิดไปจากกรอบที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๙๑/๑๑ (๕) ก็คือไปแตะเรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไปเปลี่ยนรูปของรัฐหรือไปแตะหมวดพระมหากษัตริย์ อย่างนี้ก็ถือว่าร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำ มันตกไป หรือไม่ผ่านการประชามติ อย่างนี้ทั้งสภาก็ถือว่าสิ้นสมาชิกภาพไปทั้งหมดนะครับ นอกจากนั้นก็เรื่องปกติ ตาย ลาออก ขาดคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม ทีนี้มาถามว่าเมื่อพ้น จากตำแหน่งแล้วจะต้องทำอย่างไร เมื่อมีสมาชิกภาพว่างลงด้วยเหตุใดก็ตาม หรือแม้กระทั่ง เมื่อกี้ท่านสมาชิกเป็นห่วงว่ามันโยงไปถึงมาตรา ๒๙๑/๕ ที่เราบอกว่าเมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จ มีการร้องไปยังศาลฎีกา เกิดศาลฎีกาวินิจฉัยว่าขาดสมาชิกภาพเราก็บัญญัติไว้แล้วนะครับ ถ้าท่านจะกรุณาดูบอกว่าเมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) หรือ (๒) ว่างลง เพราะเหตุอื่นใด เพราะเหตุอื่นใดมันรวมไปถึงเหตุที่ศาลฎีกาเขาวินิจฉัยว่าท่านต้องพ้นจากสมาชิกภาพด้วยครับ มันก็จะมาเข้ามาว่าจะทำอย่างไรครับ ก็บอกว่าให้มีการเลือกตั้งหรือคัดเลือกแทนภายในกำหนด ๓๐ วัน นี่ก็บัญญัติชัดเจนว่าภายใน ๓๐ วัน ก็ต้องหาคนมาแทน ผมก็อยากกราบเรียนว่า ที่ท่านเป็นห่วงต่อไปว่าสมาชิกภาพของ สสร. ที่เหลืออยู่ ที่ท่านบอกไปเขียนบอกว่าจะต้อง เหลืออยู่จำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกตามมาตรา ๒๙๑ (๑) และ (๒) มันจะ ไปตีความแปลว่า กึ่งหนึ่งของ (๑) และกึ่งหนึ่งของ (๒) หรือไม่ ก็อยากให้ท่านย้อนกลับไปดู มาตรา ๒๙๑/๑ เราเขียนชัดเจนว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วยสมาชิกดังนี้ (๑) (๒) ก็แปลว่า ๒ อย่างประกอบกันเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้จำแนกเป็นแบบที่ ๑ แบบที่ ๒ หรือไม่ให้ท่านไปนับจำนวนกึ่งหนึ่ง โดยจำแนกว่าแบบที่ ๑ กึ่งหนึ่ง แบบที่ ๒ กึ่งหนึ่ง แต่องค์ประกอบของสภาร่างรัฐธรรมนูญเมื่อผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ผ่านกระบวนการ คัดเลือกแล้วถือว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญคือองค์ประกอบของ ๒ ส่วนรวมกัน ฉะนั้นกึ่งหนึ่ง ที่ท่านเป็นห่วงก็ไม่ต้องห่วง กึ่งหนึ่งของ ๒ อย่างมารวมกันถ้าหารออกมา ๙๙ ท่านก็ได้ ๔๕ ท่าน ถ้ายังคงมีสมาชิกภาพเหลืออยู่ ๔๕ ท่าน ขณะที่เรากำลังดำเนินการเลือกซ่อมก็ดี คัดเลือกซ่อมก็ดี ก็สามารถดำเนินการได้ ก็กราบเรียนรายละเอียดชี้แจงให้เพื่อนสมาชิก ได้ทราบครับท่านประธาน