รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕

ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องมาตรา ๒๙๑/๘ เกี่ยวกับสมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ และมีคำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง และยังหารือเรื่องสมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้รัฐสภาแก้ไขเรื่องนี้ให้เหมาะสม

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๒๙๑/๘ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องสมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ได้บัญญัติ ไว้ว่าจะต้องมีการรับรองผลเมื่อไร หลังจากนั้นก็จะเป็นเรื่องรายละเอียดในกรณีที่สมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ผมขออนุญาตท่านประธานครับ เพราะมาตรานี้เป็นมาตราที่สำคัญ แล้วผมเองก็ได้สงวนคำแปรญัตติไว้เพื่อที่จะได้ชี้แจงให้ เห็นว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นได้พิจารณาในเรื่องนี้อย่างไม่รอบคอบ แล้วก็มีประเด็น ปัญหาที่จะต้องตีความในวิธีปฏิบัติต่อไป และท้ายที่สุดก็จะทำให้เห็นว่าการเร่งรีบในการ จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ท้ายที่สุดเราก็จะเห็นปัญหาเป็นระยะ ๆ ซึ่งผมจะได้กราบเรียน ท่านประธานนับแต่นี้เป็นต้นไปครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๙๑/๘ บัญญัติไว้อย่างนี้ครับ

มาตรา ๒๙๑/๘ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒) เริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้งหรือวันที่รัฐสภามีมติแล้วแต่กรณี

สมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) หรือ (๒) สิ้นสุดลงเมื่อ

(๑) สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงตามมาตรา ๒๙๑/๑๕

(๒) ตาย

(๓) ลาออก

(๔) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๙๑/๒ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๙๑/๓ ในกรณีของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑)

(๕) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๙๑/๒ (๑) หรือ (๒) หรือมีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๒๙๑/๓ (๑) หรือ (๓) ในกรณีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒)

สำหรับพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านนะครับ ท่านไม่ต้องกังวลเดี๋ยวในช่วง ของการอภิปราย ผมจะได้อธิบายให้รับทราบในเรื่องของมาตราต่าง ๆ ที่มีทับต่าง ๆ นั้น มีความหมายอย่างไร แล้วก็ในวรรคสาม ของมาตรา ๒๙๑/๘

เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) หรือ (๒) ว่างลงเพราะเหตุอื่นใดนอกจากถึงคราวออกมาตรา ๒๙๑/๑๕ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือประธานรัฐสภาดำเนินการเลือกตั้งหรือคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นแทน ตำแหน่งที่ว่างภายในกำหนดเวลาสามสิบวัน เว้นแต่ระยะเวลาการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญของ สภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ จะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน

และวรรคสุดท้ายครับท่านประธาน

ในกรณีที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) หรือ (๒) ว่างลง ตามวรรคสาม ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ทั้งนี้สภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้อง มีจำนวนสมาชิกเหลืออยู่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒)

สิ่งที่กระผมได้แปรญัตติในช่วงแรกของมาตรา ๒๙๑/๘ ก็คือสมาชิกภาพของ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒) นั่นก็คือสมาชิก สสร. ที่มาจาก การเลือกตั้งใน (๑) และสมาชิกที่มาจากการคัดเลือกใน (๒) ท่านให้เริ่มนับวันเป็นสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่วันเลือกตั้ง หรือวันที่รัฐสภามีมติแล้วแต่กรณี ความหมายของท่าน ในกรณีของสมาชิก สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งนั้น ท่านกำหนดไว้ชัดเจนนะครับ อันนี้ผม เห็นด้วยกับท่าน เพราะคนที่มาจากการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกวุฒิสภา หรือแม้กระทั่งสมาชิกสภาท้องถิ่นก็ดี กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ชัดเจนเหมือนกันครับ คือให้นับสมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้ง แต่สิ่งที่ผมแปรญัตติไว้ ซึ่งผมได้ตัดข้อความคำว่า หรือวันที่รัฐสภามีมติแล้วแต่กรณี ตรงนี้สำคัญครับท่านประธาน การที่ร่างของคณะรัฐมนตรีระบุว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) คือ ที่มาจากการคัดเลือกของสมาชิกรัฐสภาให้นับสมาชิกภาพในวันที่รัฐสภามีมติ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าการที่ร่างของคณะรัฐมนตรีใช้คำนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ ไม่ปกติ เพราะว่าผมก็พยายามที่จะไปดูครับว่าในกระบวนการการคัดเลือกของที่ประชุมรัฐสภาก็ดี ในกรณีของการคัดเลือกบุคคลที่เข้าดำรงตำแหน่งก็ดี เขากำหนดวันเริ่มต้นสมาชิกภาพกันไว้ อย่างไร ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ถ้าท่านประธานไปอ่านดูบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑๗ เกี่ยวกับสมาชิกภาพของสมาชิก วุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งเริ่มตั้งแต่วันที่เลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาซึ่งตรงกันอย่างที่ผมบอก แต่สมาชิกประเภทที่ ๒ ที่เขียนไว้ว่า และสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหา เริ่มตั้งแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการสรรหา ท่านประธานเห็นไหมครับ เขาใช้คำนี้ครับ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการสรรหา เมื่อ ประกาศผลเมื่อไรก็เริ่มนับสมาชิกภาพของ สสร. ของ สว. ทันที แต่ทำไมร่างของคณะรัฐมนตรี ถึงไปกำหนดว่าวันที่รัฐสภามีมติแล้วแต่กรณี

ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะกราบเรียน ก็คือการเขียนในลักษณะที่ไม่ชัดเจน เขียนด้วยข้อความสั้น ๆ ครับท่านประธานว่าหรือวันที่รัฐสภามีมติ มีมติเรื่องอะไรครับ เพราะว่าในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้กำหนดอำนาจของรัฐสภาเอาไว้หลายเรื่องครับ ในการที่จะลงมติ ท่านไม่เขียนให้ชัดนะครับว่าในวันที่สภามีมติเรื่องอะไร วันที่สภามีมติ ในการคัดเลือก สสร. ท่านก็เขียนให้ชัดสิครับ เพราะไม่อย่างนั้นก็จะมีการตีความกันว่ามีมติ เรื่องอะไร แต่นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตไว้

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธาน ในมาตรา ๒๙๑/๖ ท่านประธานดูตามผมนะครับ ซึ่งเราผ่านมาแล้ว ในกรณีของการพิจารณาการคัดเลือกกระบวนการของการได้มาซึ่ง สสร. จากการคัดเลือก ท่านประธานดูวรรคสุดท้ายครับ ให้ประธานรัฐสภาประกาศรายชื่อผู้ได้รับ การคัดเลือกเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ในราชกิจจานุเบกษา ท่านเห็นไหมครับ เพราะอะไรท่านประธาน ทำไมร่างของคณะรัฐมนตรีจึงไม่ใส่สมาชิกภาพ ของ สสร. ให้นับแต่วันที่ประธานรัฐสภาประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษานะครับ แล้วก็การที่ ไปใช้คำว่า มีมติ ไม่ได้ระบุด้วยซ้ำว่ามีมติเรื่องอะไร แต่ในวันนั้นรัฐสภาจะต้องมีการคัดเลือก จะต้องมีการลงมติครับ ไม่ใช่มีมติ เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียนว่าในมาตรา ๒๙๑/๘ มีการ เขียนข้อความที่ไม่ชัดเจน แล้วจะมีผลในการตีความในอนาคตต่อไปว่าการมีมติในมาตรา ๒๙๑/๘ วรรคหนึ่ง ให้หมายถึงอะไร และไม่เป็นบรรทัดฐานเดียวกับการที่ประกาศรับรองผล ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกวุฒิสภาก็ดี หรือแม้กระทั่งในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งได้กำหนดขั้นตอน ของการได้มาซึ่ง สสร. ท้ายที่สุดให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ประกาศรายชื่อในราชกิจจานุเบกษา ต้องนับวันนั้นท่านประธาน เหมือนกับที่ประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผล การสรรหาถึงจะเป็นในลักษณะเดียวกัน ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่าด้วยการที่เราเร่งรีบ พิจารณา เร่งรีบที่จะจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ แล้วมันก็มีข้อตกหล่น ข้อผิดพลาดที่กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยก็ดี สมาชิกรัฐสภาก็ดีได้พยายามหยิบยกข้อเท็จจริงเพื่อให้กรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้พิจารณา เพื่อให้ได้มีการแก้ไข เพื่อให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นไปโดยความถูกต้อง ชอบธรรม เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาต่อไปในอนาคต นั่นคือสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมจึงให้ตัดคำว่า วันที่รัฐสภามีมติแล้วแต่กรณี เพื่อให้เกิดความชัดเจน และเพื่อให้เป็นไป ตามเจตนารมณ์เดียวกันที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เคยเขียนถึงแนวทางในการที่จะรับรองผล ของผู้ที่มาจากการสรรหา ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับ สสร. ที่มาจากการคัดเลือก แล้วก็ สอดคล้องในแนวทางเดียวกับรัฐธรรมนูญที่ท่านได้เสนอแก้ไขมาในมาตรา ๒๙๑/๖ วรรคสุดท้าย การที่มาตรา ๒๙๑/๖ วรรคสุดท้ายได้เขียนเรื่องนี้ เขามีเจตนารมณ์นะครับ ท่านประธาน อยู่ ๆ ถ้าเราให้ความสำคัญของการคัดเลือกในที่ประชุมรัฐสภา วรรคท้ายนี้ ไม่ต้องเขียนเลยครับ ถ้าให้ถือว่าการคัดเลือก สสร. ที่มาจากการสรรหาให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ ที่ประชุมรัฐสภามีมติคัดเลือก ในวรรคท้ายนี้เขาจะไม่เขียนข้อความนี้เข้ามา การที่เขาเขียน ข้อความนี้เข้ามานั้นหมายถึงว่าให้นับสมาชิกภาพของ สสร. นับแต่วันที่ประธานรัฐสภา ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับผูกพัน แล้วก็เป็นที่ทราบโดยทั่วกันสำหรับ พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน นั่นคือประเด็นที่ ๑ ที่ผมกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ

สมาชิกภาพของสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) และ (๒) สิ้นสุด ลงเมื่อ

สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงตามมาตรา ๒๙๑/๑๕ ซึ่งมาตรา ๒๙๑/๑๕ คืออะไรครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๒๙๑/๑๕ ก็คือสภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) สภาร่างรัฐธรรมนูญมีจำนวนสมาชิกเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของกึ่งหนึ่ง ตามมาตรา ๒๙๑/๘ วรรคสี่ ทั้งนี้ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๒๙๑/๘ วรรคสาม หมายถึงอะไรครับ ท่านประธาน หมายถึงสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มีทั้งหมด ๙๙ คน เมื่อไรก็ตามที่มีสมาชิก เหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ ๔๕ คน สภาร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดเป็นอันสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเหล่านี้จะ

๑. ไม่สามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ เพราะขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

๒. ลาออก เสียชีวิตหรือเป็นด้วยเหตุใด ๆ ก็ตามทำให้ไม่มีองค์ประชุมของ สภาร่างรัฐธรรมนูญถึงกึ่งหนึ่ง ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขียนไว้ว่าให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ มีผลสิ้นสุดลงทันที

(๒) สภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด ระยะเวลาตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหนึ่ง

ก็คือระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดไว้ ๒๔๐ วัน ๘ เดือน ถ้าการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไปประชุมไปปรึกษาหารือกันแล้วไม่ว่า จะมีปัญหาอะไรก็แล้วแต่ ถ้าครบกำหนด ๘ เดือนเมื่อไรระฆังดังทันทีครับ ท่านหมดสมาชิกภาพ ของ สสร. ทันที

เมื่อร่างรัฐธรรมนูญได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้บังคับเป็นรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย

นั่นหมายถึงว่ารัฐธรรมนูญนั้นได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้เป็น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ท่านเห็นไหมครับว่าในมาตรา ๒๙๑/๑๕ ก็ยังเขียนครับ ว่ารัฐธรรมนูญจะมีผลใช้บังคับได้ก็ต่อเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา และเมื่อประกาศ เมื่อไร สสร. สิ้นสุดสมาชิกภาพทันที มันก็สอดคล้องกับที่ผมได้อภิปรายในมาตรา ๒๙๑/๘ ว่าสมาชิกของสภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องเริ่มในวันที่ประธานรัฐสภาได้ประกาศรายชื่อผู้ที่ ได้รับการคัดเลือกเป็น สสร. ในราชกิจจานุเบกษา นี่คือแนวทาง นี่คือธรรมเนียมปฏิบัติ ในการร่างกฎหมายครับท่านประธาน มันจะต้องมีที่มาที่ไปแบบเดียวกันในลักษณะเดียวกัน แต่ด้วยการที่เร่งรีบ เร่งร้อน แล้วก็อยากที่จะเหมือนกับจะตอบแทนคนที่จะมาทำหน้าที่ สสร. จนเกินเหตุ จะไม่เอาเวลาให้มันล่วงเลยไปละครับ สภามีมติเมื่อไร มีเงินเดือนทันที ให้เริ่มนับกันทันที นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในการร่างรัฐธรรมนูญ ถึงไม่เป็นไป ตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของบทบัญญัติแห่งกฎหมาย