ประชา ประสพดี ชี้แจงเรื่องการกดบัตรแทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และขอให้สภาดำเนินการสอบสวนและลงโทษผู้กดบัตร โดยมีการหารือเรื่องการลงมติและตรวจสอบความถูกต้องของการลงมติ นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องการลุกออกจากห้องประชุมของนายอภิสิทธิ์ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่ได้จ้อง หรือมีเจตนาที่จะจับผิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาอย่างต่อเนื่องและทุกครั้งตามข้อกล่าวหา ดังที่คุณอภิสิทธิ์ได้กล่าวไป นั่นคือประเด็นที่ ๑ แต่บังเอิญว่าในวันนั้น ขณะนั้นมันมีบรรยากาศ ของการพูด หยิบประเด็นเรื่องการกดบัตรแทนกันขึ้นมาแพลม ๆ ผมก็เลยเอะใจนะครับ ปกติผมนั่งอยู่แถวนี้ซึ่งตรงกับแถวเดียวของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คนอย่างผม นายประชา ประสพดี วุฒิภาวะอย่างนี้ สายตาผมมองในระยะ ๒๐-๓๐ เมตรไม่พลาด แต่ส่วนผมจะมองหาจ้องนายอภิสิทธิ์อย่างไรก็แล้วแต่ ต้องจ้อง ต้องดู เพราะนายอภิสิทธิ์เป็น คนที่ไปเยี่ยมผมที่โรงพยาบาลพระรามเก้านะครับ ผมมองในลักษณะอย่างนี้ผมเห็นนะครับ ไม่เห็นไม่ได้หรอกครับ ผมจะไปแถลงข่าวอะไรก็แล้วแต่ผมต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ กระทำไป แต่เมื่อมีการกดบัตรนี่นะครับ นายอภิสิทธิ์เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผังที่ปรากฏอยู่ในห้องประชุมมีเลขที่นั่งทั้งหมด เป็นรูปจอ เป็นรูปโต๊ะเก้าอี้ที่เราเห็น ดังปรากฏอยู่อย่างนี้นะครับ เมื่อคุณอภิสิทธิ์ออกมาใช้เวลาของสภาผมก็เกรงใจเพื่อนสมาชิก ทุกท่าน ที่จริงเรื่องนี้ไม่อยากมาชี้แจง ถ้าท่านจะกรุณาใช้สิทธิไปฟ้องศาล ผมถามว่าผมกลัวไหม ผมกลัว เพราะถูกยิงมาแล้วยังกลัว เรื่องฟ้องศาลก็กลัวไม่ใช่ไม่กลัว แต่เรื่องนี้เห็นว่าคุณอภิสิทธิ์ เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แล้วเป็น ผู้ที่มีอุดมการณ์ยึดมั่น เรียกร้องความสุจริต ความโปร่งใส การกดบัตรแทนกัน จนจะนำไปสู่ เหตุของการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าการกดบัตรแทนกันนั้นจะทำให้การวินิจฉัย การลงมติแต่ละมาตราเป็นโมฆะ เรื่องนี้ครับทำให้ผมสงสัยว่าวันนั้นผมมองในรัศมีอย่างนี้ แล้วเป็นเวลาช่วงท้ายของการประชุม ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรท่านฟังนะครับ ท่านฟัง ผมไม่ได้มั่ว แล้วไม่ได้พูดจาแบบเลื่อนลอย สติสัมปชัญญะ วุฒิการศึกษา ผมเพิ่งจบ ดอกเตอร์ปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมาหยก ๆ ไม่ได้เลื่อนลอยตามที่ท่านคิด ท่านอภิสิทธิ์นะครับ ท่านยังจำได้ ท่านประธานต้องให้เวลาให้ผมพูด อย่าโห่สิครับ โห่ทำไมครับ โห่ฮิตเลอร์เมื่อวานนี้ดีกว่าครับ ท่านโห่ทำไมละครับ ควรให้เกียรติกัน ให้ผมชี้แจงสิครับ ทีท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายผมยังไม่มีใครโห่สักคนหนึ่ง ท่านอยากให้ สภาแห่งนี้มันสงบไหมละครับ ผมเล็งเห็นถึงมาตรการที่จะควบคุมให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่น เพราะเห็นศักดิ์ศรีความศักดิ์สิทธิ์ของสภาแห่งนี้ ไปลงพื้นที่ประชาชนให้เกียรติ และมีความมั่นใจ ว่าสภาแห่งนี้ ที่กดบัตรแทนกันทั้งหลายก็อยากให้มีมาตรการ เอาละผมจะเข้าสรุปเลยนะครับว่า ในขณะที่ท่านประธานตรวจสอบองค์ประชุม ผมมองอยู่ ผมไม่ได้ว่าจะจ้องนายอภิสิทธิ์ครับ แต่วันนั้นอยากจะดูว่าคุณอภิสิทธิ์อยู่ไหม เหลือบไปนี้ไม่เห็นนะครับ เหลือบไปไม่เห็น คุณอภิสิทธิ์นั่ง คุณอภิสิทธิ์จะนั่งอยู่แถวเดียวกับผมนี้ตลอด แล้วตรงกับคำสัมภาษณ์ คำสัมภาษณ์ของสื่อมวลชนจะมีเทปคำพูดทุกตัวอักษร ๑. ไม่ได้มีประโยคไหนเลยที่กล่าวหาว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมพูดว่า ร้อยโท อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้บอกว่าให้นาย ก ให้นาย ข กดบัตรแทนนายอภิสิทธิ์ ไม่มี ไม่ได้มีประโยคเหล่านี้ ถ้ามีท่านก็ไปว่ากันทางศาล จะได้พิสูจน์ทางศาลครับ ผมเพียงแต่ บอกว่าผมมีความสงสัยโดยสุจริตว่า ท่านสื่อมวลชนครับ ยังไม่ได้กล่าวหา เป็นการสงสัยว่า คุณอภิสิทธิ์อยู่ในที่ประชุมหรือไม่ มีผู้ใดผู้หนึ่งไปกดบัตรให้คุณอภิสิทธิ์หรือเปล่า และวันนี้ สภาดำเนินการจะตั้งคณะกรรมการสอบลงโทษผู้กดบัตร ผมก็เลยบอกนักข่าวว่าแล้วบุคคล ที่ถูกกดบัตรไม่มีมาตรการที่จะลงโทษ หรือตั้งคณะกรรมการสอบบ้างหรือ เพราะเจ้าของบัตร เมื่อตนไม่อยู่ในที่ประชุม ตนก็ควรจะต้องเก็บรักษาบัตรให้ดี หยิบบัตรมาใส่กระเป๋าเอาไว้ หรือบอกเพื่อนข้าง ๆ ว่า กรุณาอย่ากดบัตรแทนกัน ดังที่คุณอภิสิทธิ์ได้บอกกับสื่อมวลชนว่า ผมบอกสมาชิกทุกท่านว่าไม่ต้องกดบัตร ไม่ต้องมายุ่งบัตรแทนกับผม ก็ดีนะครับ อันนี้ เป็นหลักฐานจะได้เป็นหลักฐานลายลักษณ์อักษร ผมไม่แลเห็นนายอภิสิทธิ์อยู่ในที่ประชุม เป็นความผิดของผมหรือครับ ก็ผมสงสัย ผมถึงได้บอกว่า ถ้าคุณอภิสิทธิ์มีหลักฐานมาชี้แจงได้ ผมพร้อมที่จะขอโทษ แต่สิ่งที่คุณอภิสิทธิ์ได้พูดมา ใช้เวลาที่ผ่านมาสักครู่นี้มันยังรับฟังไม่ได้ และยังไม่เพียงพอ ถ้ากระบวนการมันไปถูกการตรวจสอบโดยคณะกรรมการการตรวจสอบข้อเท็จจริง และผลสรุป ออกมานั้นผมน้อมรับ แล้วพร้อมทำทุกอย่าง หรือว่าถ้าคุณอภิสิทธิ์เกิดไม่พอใจ อาจจะมีอคติ หรืออาจจะโกรธแค้นผม อาจจะเสียหน้า เสียตาอะไรทั้งหลาย ท่านใช้สิทธิไปฟ้องคดีอาญา ต่อศาล ผลศาลเป็นอย่างไรผมพร้อมปฏิบัติ เพราะฉะนั้น
๑. เมื่อเวลา ๑๗.๔๓ นาฬิกา ตรวจสอบองค์ประชุม คุณอภิสิทธิ์พูดเสมอว่า องค์ประชุมเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ผมก็ยังชื่นชมว่าคุณอภิสิทธิ์ยังมีน้ำใจ ครั้งนี้คุณอภิสิทธิ์ กดแสดงตนเป็นองค์ประชุม
๒. เมื่อเวลา ๑๗.๔๕ นาฬิกา ลงมติ ฉบับที่ ๑ นี่ไงครับ หลักฐานผมเลื่อนลอย ที่ไหน มันเป็นผลการประมวลข้อมูลคอมพิวเตอร์ นี่ไงครับ แสดงตน คุณอภิสิทธิ์แสดงตน มันเลื่อนลอยตรงไหน ผมคิดหรือผมพูดจาอะไรที่ไร้สาระหรือครับคุณอภิสิทธิ์ ก็มีสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ส่วนหนึ่งแสดงตนก็เป็นเรื่องปกติ และทำไมเรื่องที่ไม่ค่อยปกติว่าทำไม วันนี้พรรคประชาธิปัตย์แสดงตน มันก็อาจจะเป็นจิตสำนึกของเขาที่เขาจะแสดงตน
ต่อมาเมื่อเวลา ๑๗.๔๕ นาฬิกา มาลงมติ ฉบับที่ ๑ คุณอภิสิทธิ์แสดงตน แล้วคุณอภิสิทธิ์ลุกขึ้นจากห้องไปที่คุณอภิสิทธิ์บอกว่าผมแลเห็นคุณอภิสิทธิ์เดินออกไป ไม่จริงหรอกครับ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ผมไม่เห็น ผมมองท่านอยู่ตลอดในห้องนี้ ถ้าท่านไปนั่งอยู่ทางเสาโน้น ไปนั่งอยู่ตรงโน้น ท่านก็ต้องมาบอกผมสิครับว่าผมนั่งอยู่ตรงนั้น ตรงนี้ แต่ที่ท่านบอกว่า ซีทีวี (CTV) ในสภาแห่งนี้ ๙ นาที ไม่ปรากฏมุมนี้ ก็เอาไว้เดี๋ยวพิสูจน์กัน นี่คือสิ่งที่นายอภิสิทธิ์แสดงตนในฉบับที่ ๑ พ.ร.บ. นี้ ท่านแสดงตนจริงหรือเปล่าละครับ ท่านใช้มือไหนกด ใช้นิ้วอะไรกด แล้วกดตรงไหน นั่งอยู่จุดไหน นั่งอยู่จุดนี้หรือเปล่าครับ หรือจุดโน้น จุดโน้นท่านนั่งตรงไหน ถ้าท่านบอกผมว่าคุณประชาครับ ที่คุณกล่าวหาผม ผมนั่งอยู่ตรงนี้ ๆ ถ้าผมรับฟังได้ผมสุภาพบุรุษ ผมสุภาพบุรุษครับ ไม่เคยทำร้ายใคร นี่คือ เรื่องที่ ๑ ท่านอย่าเพิ่งขยับตัวสิครับ ให้ผมพูดให้จบก่อน ฟังผมหน่อยเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่ค่อนข้างจะเป็นประโยชน์แล้วมันจะได้ยุติเรื่องเหล่านี้จะได้เป็นอุทาหรณ์ ทุกคนต้องปฏิบัติ ทุกคนต้องสำนึกเรื่องนี้ไว้ให้สำคัญ นี่อย่างไรครับท่านประธาน
ต่อมาเมื่อเวลา ๑๗.๔๕ นาฬิกา ห่างกัน ๒ นาที ประธานดำเนินการลงมติ ฉบับที่ ๒ มติฉบับที่ ๒ ไม่มีบรรทัดไหนเลยที่คุณอภิสิทธิ์แสดงตนงดออกเสียง ไม่เห็นด้วย เห็นด้วย แล้วเวลา ๒ นาที คุณลุกออกจากห้องประชุมไป ประธานอยู่ สายตาทั้งหลาย คนดังอย่างนายอภิสิทธิ์ที่เดินในภาวะฉุกเฉินที่ประกาศสลายการชุมนุมเขาเห็นกันทั้งบ้าน ทั้งเมืองเป็นคนโดดเด่น ผมจำนายอภิสิทธิ์ได้แม่นอย่างไรครับ เพราะเขาไปเยี่ยมผมที่ โรงพยาบาลพระรามเก้า และคุณจะลุกขึ้นเดินจากห้องไปผมไม่เห็นหรือ ผมไม่เห็น คุณจะมา บอกว่าผมเห็น คุณอย่ามาบีบบังคับ ให้ผมต้องแสดงตนว่าผมเห็นคุณ ผมไม่เห็นจริง ๆ แล้ว ผมมีพยานคือท่าน ส.ส. วิชาญ มีนชัยนันทน์ ก่อนที่ผมจะถ่ายรูปและก่อนที่ผมตรวจสอบ ผมได้เรียนปรึกษาท่าน ส.ส. วิชาญ มีนชัยนันทน์ อดีตท่านรัฐมนตรีว่าวันนี้หัวพรรคฝ่ายค้าน เขาไปไหน เขาติดงานประชุมสัมมนาอะไรที่ไหนหรือไม่ ขอถ่ายภาพเก็บไว้หน่อย ไม่ใช่ว่าผม เพิ่งมาถ่าย ผมถ่ายเก็บเอาไว้เพราะผมเชื่อว่าวันหนึ่งเหตุการณ์อย่างนี้ต้องเกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้หมายความว่า ส.ส. ที่ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค ไม่เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จะต้องกดบัตรหรือถูกกดบัตร แม้กระทั่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรหรือหัวหน้าพรรค อาจถูกบุคคลอื่นที่หวังดี จริงใจกดบัตรให้โดยเจ้าตัวไม่รู้ก็ได้