รัฐสภา · ครั้งที่ ๘ · ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕

วัชระ เพชรทอง สนับสนุนการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อความเร็วในการดำเนินการ และเสนอให้แต่งตั้งกรรมาธิการ 9 คน เพื่อดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครสภาร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการฟังเสียงประชาชนและใช้อำนาจอธิปไตยสูงสุดของประชาชนในการออกกฎหมาย

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมไม่คิดประการอื่นใด กับเพื่อนสมาชิกพรรครัฐบาลที่ลุกขึ้นมาประท้วงนะครับ เพราะผมเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา ท่านประธานครับ ที่ท่านประธานได้ชมผมออกอากาศไปนั้นผมรู้สึกเป็นเกียรติ ผมขออภัยครับ อาจารย์ผม อาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ผู้สอนกฎหมายรัฐธรรมนูญผมนั่งอยู่บนบัลลังก์ครับ คือสอนผมมา และได้แนะนําว่าควรอภิปรายอย่างไรในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ อาจารย์ผมหลายท่านได้สอนผมให้ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ดี เคารพท่านประธาน และเป็น ส.ส. ที่ต้องปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ท่านประธาน เมื่อสักครู่ผมได้กล่าวถึงกรณีถ้าท่านประธานสามารถ แก้วมีชัย ท่านได้ประชุมกลุ่มย่อย ด้วยความเคารพครับ ถ้าท่านประชุมกลุ่มย่อย สภาใหญ่แห่งนี้ก็จะไม่ยืดเยื้อ และการพิจารณาก็จะสั้นเข้าบรรลุตามวัตถุประสงค์ของท่านที่ต้องการไว้ทุกประการ ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติเอาไว้ตรงนี้ ได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่าต้องการให้มี ส.ส. ๙ ท่าน และ ส.ว. ๖ ท่านเป็นกรรมาธิการวิสามัญเพื่อดําเนินการตรวจสอบคุณสมบัติ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน แล้วส่งผลการตรวจสอบให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมภายใน ๑๕ วัน นับแต่ได้รับผลการตรวจสอบดังกล่าว เพื่อให้รัฐสภาลงมติคัดเลือกผู้สมควรได้รับ การแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจากบัญชีรายชื่อซึ่งประธานรัฐสภาจัดทําขึ้น จากบัญชีรายชื่อของบุคคลที่คณะกรรมาธิการส่งมาแยกเป็นประเภทแต่ละบัญชี การลงคะแนนดังกล่าวให้ลงคะแนนลับ

วรรคถัดมาท่านประธานที่เคารพ ท่าน ส.ส. วิลาศ จันทร์พิทักษ์ และกระผม วัชระ เพชรทอง ได้แปรญัตติไว้ว่าให้ผู้ได้รับการเลือกตั้งซึ่งได้คะแนนสูงสุดตามลําดับ ตามจํานวนที่กําหนดไว้ในมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่ผู้ได้คะแนนเท่ากันในลําดับใดอันเป็นเหตุให้จะมีจํานวนผู้ได้รับ คะแนนสูงสุดเกินจํานวนดังกล่าว ให้ดําเนินการลงคะแนนใหม่เฉพาะผู้ได้รับคะแนนเท่ากันนั้น ถ้ายังมีคะแนนเท่ากันอีกให้ประธานรัฐสภาทําการจับฉลากว่าผู้ใดเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานเห็นในการจับฉลากเรายังให้สิทธิต่อประธานรัฐสภา ก็ต้องจับฉลากคนใดคนหนึ่งใน ๒ คนที่ได้คะแนนเท่ากัน และเราเชื่อว่าประธานรัฐสภา ก็คงจับฉลากด้วยความเป็นธรรม ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมได้อภิปรายกราบเรียน ท่านประธานไปยังประธานคณะกรรมาธิการ ท่านสามารถ แก้วมีชัย ซึ่งพวกเราทั้งหลาย ซึ่งท่านก็ล้วนแต่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ กําลังทํากฎหมายที่สําคัญยิ่งของประเทศ กล่าวคือ เป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ท่านประธานครับกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศย่อมให้ความสนใจ และติดตามฟัง ติดตามชม และวิพากษ์วิจารณ์ ประชาชนคือเสียงสวรรค์อย่างแน่นอนครับ ถ้าเราเชื่อว่าประชาชน คือเสียงสวรรค์ คือผู้กําหนดอนาคตของประเทศ ท่านประธานที่เคารพ ถามว่า ๑๕ ล้านเสียง ที่ลงประชามติให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ ประธานคณะกรรมาธิการ ท่านสามารถ แก้วมีชัย จะไม่รับฟังเลยหรืออะไร ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากกราบเรียน ท่านประธานไปยังประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็น ส.ส. พรรครัฐบาล และรัฐบาล มีเสียงข้างมากอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ว่า การใด ๆ ก็แล้วแต่ท่านต้องฟังเสียงประชาชน ท่านอย่าคิดว่าจํานวนมือของท่านในสภาผู้แทนราษฎร ในรัฐสภามีมากกว่าพรรคฝ่ายค้าน มีมากกว่า ส.ว. ที่ไม่เห็นด้วยกับท่าน แล้วท่านจะข่มขืนจิตใจพวกเราให้ออกกฎหมายอย่างไรก็ได้ ไม่ใช่ครับท่านประธาน เพราะอํานาจอธิปไตยสูงสุดอยู่ที่ประชาชน และการใช้อํานาจอธิปไตย ทั้ง ๓ อํานาจนั้น ใช้ภายใต้พระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งในขณะนี้ ท่านประธานก็ได้ใช้อํานาจพระปรมาภิไธยในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ สูงส่ง สูงเกียรติ และเป็นที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านประธานเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ การออกกฎหมายใด ๆ ก็ต้องออกเพื่อประชาชนทั้งประเทศ แต่ในขณะนี้ท่านประธานครับ เสียงครหาหนักแน่นทั้งแผ่นดินว่ากําลังจะแก้ไขไปเพื่อคนคนเดียว ซึ่งผมไม่ได้เอ่ยชื่อเลยครับ ท่านประธาน