สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ชี้แจงว่า การประชุมร่วมกันเพื่อหาทางออกนั้น มันต้องอาศัยหลักการ ประนีประนอมกัน หมายความว่าท่านต้องฟังข้อเสนอจากที่ประชุม และไม่ควรยึดติดอยู่บนจุดยืนของตัวเอง และไม่ควรปิดประตูไม่คุยกับฝ่ายอื่น
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าเราเสียเวลาในช่วงนี้ไปประมาณเกือบ ๑ ชั่วโมงแล้วนะครับ ผมนั่งฟังคำชี้แจงจากท่านกรรมาธิการอย่างน้อย ๒ ท่าน ท่านประธานและท่านกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าสิ่งที่ทางกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้ชี้แจงนั้น แสดงว่าท่านยังไม่เข้าใจประเด็นที่ที่ประชุมแห่งนี้ได้ช่วยกันหารือเพื่อที่จะหา ทางออกให้การพิจารณาในมาตรา ๒๙๑/๖ ว่าจะเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็วมากขึ้นได้อย่างไร เรากำลังจะพูดถึงประเด็นว่าควรจะให้มีการประชุม ๔ ฝ่าย เหมือนกับที่เราทำสำเร็จมาแล้ว ในมาตรา ๒๙๑/๕ แต่ท่านขึ้นมาชี้แจงท่านก็ชี้แจงแต่ข้อดีของร่างของท่านตลอดเวลา มันไม่ใช่นะครับ ผมกราบเรียนครับว่าการประชุมร่วมกันเพื่อหาทางออกนั้น มันต้องอาศัยหลักการ ประนีประนอมกัน หมายความว่าท่านต้องฟังข้อเสนอจากที่ประชุม ผมเรียนท่านครับว่า วิธีการเลือกตั้งอย่างที่ท่านมาเสนอนั้นถ้าจะพูดกันแล้วมันมีมากกว่าวิธีการที่ท่านเสนอ ด้วยซ้ำไป ถามว่ามันทำไมต้องมีระบบบัญชีปาร์ตี้ ลิสท์ (Party list) เกิดขึ้น ทำไมต้องมี การเลือกตั้งแบบระบบสัดส่วนเกิดขึ้น ถ้าเลือกตั้งทางตรงโดยใช้วิธีการจัดเขตเลือกตั้ง อย่างเดียวเป็นวิธีการเลือกตั้งที่ดีที่สุดในโลกนี้นะครับ กระบวนการประชาธิปไตยที่เขามี การเลือกตั้งคงไม่พัฒนาไปมีการเลือกตั้งแบบสัดส่วน การเลือกตั้งแบบระบบบัญชีรายชื่อ เกิดขึ้นล่ะครับ เพราะฉะนั้น ณ เวลานี้อย่ามาพูดกันเลยครับว่ามีกี่ประเทศใช้วิธีเลือกตั้งแบบไหน แต่ ณ เวลานี้คือเวลาที่เรากำลังเสนอว่าทำอย่างไรเราจะช่วยประหยัดเวลาของสภาแห่งนี้ ในการขอหาข้อยุติของมาตรา ๒๙๑/๖ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านจะต้องรับฟังก็คือว่าสิ่งที่ เพื่อนสมาชิกเสียงข้างน้อยได้พยายามนำเสนอนั้น มันมีอะไรที่เป็นเหตุขัดข้องที่จะทำให้เรา ได้มาซึ่ง สสร. ไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นซึ่งเป็นข้อห่วงใย แล้วก็เป็นสิ่งที่เพื่อนสมาชิก ยังไม่ไว้วางใจ รวมถึงภาคสังคมด้วย สังคมบางส่วนเขายังไม่ไว้วางใจว่าด้วยระบบเสียงข้างมากนั้น มันจะทำให้เกิดการบล็อกโหวตได้หรือไม่ เอาเถอะครับแม้เราจะฟังว่าไม่อาจก่อให้เกิดระบบ บล็อกโหวตได้ แต่ทางเลือกอื่นซึ่งมีผู้เสนอ ถ้ามันเป็นการเพิ่มเติมความโปร่งและเป็นการ เพิ่มเติมความเชื่อมั่นให้กับสังคมไทยว่าจากนี้ไปการคัดเลือก สสร. ไม่ว่าจะระบบเลือกตั้ง หรือระบบแต่งตั้งโดยรัฐสภาจะเป็นไปโดยความโปร่งใส เพราะเป็นการระดมความคิดเห็น ทั้งฝ่ายที่มีเสียงข้างมาก และฝ่ายที่มีเสียงข้างน้อย ผมถามว่ามันไม่เป็นวิธีการที่ดีกว่าหรือครับ ไม่เป็นวิธีการที่ดีกว่าการที่ท่านยึดติดอยู่บนจุดยืนของท่าน และท่านพยายามมาอธิบาย ให้พวกเราฟังว่า นั่นละคือวิธีการที่ดีที่สุด แต่ท่านไม่ได้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมว่าทำอย่างไร จะให้ทุกภาคส่วนเขามีโอกาสมีส่วนร่วมในการเข้าไปทำหน้าที่ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ คือประเด็นต่างหากท่านประธาน ที่เราอุตส่าห์มานั่งคุยกันว่าจะทำอย่างไรที่จะให้เป็นช่องทาง ในการที่เกิดการประชุม ๔ ฝ่ายร่วมกันเหมือนเมื่อวาน แต่ฟังท่านพูดแล้วท่านปิดประตู ไม่คุยกับเขาเลยนี่ครับ ท่านไม่คุยกับเขาเลย บรรยากาศมันก็ต้องเป็นอย่างนี้ เดินหน้าต่อไป ทุกคนก็ต้องใช้สิทธิอภิปรายตามสิ่งที่เขาสงวนคำแปรญัตติไว้ แล้วเดี๋ยวท่านก็มาบ่นอีกว่า ใช้เวลาของสภาแห่งนี้เยอะ มันก็สวนทางกันตลอดเวลา เวลาสภาแห่งนี้พยายามจะหาทางออก กรรมาธิการกลับเป็นฝ่ายที่ยึดอยู่บนจุดยืนของตัวเอง ไม่เปิดช่องให้มีการประชุมปรึกษาหารือ ร่วมกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้คือประเด็นที่ผมอยากจะให้ท่านประธานได้ช่วยชี้แนะไปยัง กรรมาธิการด้วยว่า กรรมาธิการประสงค์จะได้อะไรกันแน่ บางเวลาท่านก็บอกท่านอยากได้ ความรวดเร็ว ที่ประชุมแห่งนี้ใช้เวลาเยอะ แต่พอที่ประชุมเสนอทางออกให้ท่าน ท่านก็ยืนยันว่า สิ่งที่ท่านนำเสนอนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ไม่ประสงค์ที่จะมีการเจรจาร่วมกัน ผมและเพื่อน สมาชิกนั่งฟังเราก็แปลกใจนะครับ ไม่รวมไปถึงประเด็นที่ท่านพยายามจะชี้แจงว่าสิ่งที่ท่าน ปฏิเสธข้อเสนอของเสียงข้างน้อย เพราะสิ่งที่เสียงข้างน้อยเสนอนั้นเป็นการขัดหลักการ ผมก็ ต้องกราบเรียนยืนยันครับว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นไม่ใช่สิ่งที่ท่านเป็นคนตัดสินชี้ขาด และจะเป็นสิ่ง ที่ถูกต้องนะครับ ผมก็อภิปรายมาตั้งแต่ ๒ วันที่แล้วแล้วว่าการแก้ไขมาตรา ๒๙๑/๑ หรือมาตรา ๒๙๑/๕ จะกระทั่งมาถึงมาตรา ๒๙๑/๖ มันไม่ได้ขัดหลักการตรงไหนเลยครับ เพราะฉะนั้นการที่ท่านยืนยันมันก็เป็นเพียงความเห็นของท่าน การที่เพื่อนสมาชิกเห็นต่างว่า ไม่ขัดหลักการก็เป็นความเห็นของเพื่อนสมาชิกที่มีสิทธิที่จะเห็นต่างกับท่าน ท่านก็อย่าเอา ตรงนั้นเป็นบทสรุปได้ไหมครับว่าขัดหลักการ เพราะฉะนั้นประชุมร่วมกันไม่ได้ กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ