รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๕

ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา แปรญัตติร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มเวลาคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจาก 90 วันเป็น 6 เดือน และขอความช่วยเหลือจากท่านประธานรัฐสภาและคณะกรรมาธิการในการคัดเลือกคณะกรรมการจำนวน 15 คนเพื่อคัดเลือกคุณสมบัติมาเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จันทบุรี

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดจันทบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอ แปรญัตติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช .... ในวันนี้ก็เป็นครั้งที่ ๔ แล้วนะครับ ครั้งที่ ๑ ตั้งแต่มาตรา ๓ ให้เพิ่มเติมความในมาตรา ๓ (๑๗) แล้วก็มาตรา ๔ เพิ่มเติมความใน มาตรา ๒๙๑/๑ และมาตรา ๓ ครั้งที่ ๓ ในมาตรามา ๒๙๑/๓ แล้วครั้งนี้ก็ขอแปรญัตติ เพิ่มเติมความในมาตรา ๒๙๑/๖ ก็ต้องการใช้เวลารวบรัดตัดยอดให้เร็วที่สุดนะครับ ท่านประธานครับ และท่านประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญตลอดไปถึง ท่านคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ผมได้ขอแปรญัตติว่าให้รัฐสภา ดำเนินการคัดเลือก สสร. หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) คือให้แล้วเสร็จ ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๒๙๑/๕ มีผลใช้บังคับ ถามว่าทำไม ที่ต้อง ๙๐ วัน อยากจะเรียนบอกกับท่านทั้งหลาย ท่านประธาน ผ่านไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านคณะกรรมาธิการว่าความจริง ๙๐ วันมันยังน้อยไปนะครับ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการบริหารประเทศ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่ต้อง ดูแลคนทั้งชาติ ความจริงผมอยากจะขอแปรญัตติถึง ๖ เดือน นี่คือความรู้สึกจริง ๆ แต่ ๙๐ วัน เห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมเช่นเดียวกันนะครับ ที่ผมเรียนให้ทราบว่าถามว่า ทำไมเพราะเราจะต้องทำความเข้าใจประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องคนทั้งชาติได้รับทราบข้อมูล ที่แท้จริงว่าการได้มา สสร. ได้มาอย่างไร เราประชาสัมพันธ์อย่างไร เราใช้สื่ออย่างไร นี่เป็นตัว ที่สำคัญยิ่งที่รัฐบาลร่างรัฐธรรมนูญมา ๗๕ วัน ถามว่าเห็นด้วยไหม บอกกันตรง ๆ ว่าไม่เห็นด้วย เพราะไม่เพียงพอ ถ้า ๙๐ วันที่เรียนให้ทราบว่าการหาเสียงของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ดี การใช้สื่อต่าง ๆ ก็ดี ๙๐ วันเวลาที่เหมาะสม เพราะเราต้องการได้บุคคลที่เป็นกลางจริง ๆ หลังจากนั้นเมื่อเราทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนคนทั้งชาติแล้วนะครับ เราก็ให้ทางสภา ของสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ หรือองค์กรภาคเศรษฐกิจ สังคม ตลอดไปถึงองค์กรภาคเอกชน นะครับได้คัดเลือกตัวบุคคลที่เข้าใจของ สสร. ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ตามประเภทต่าง ๆ ที่ทางรัฐบาลกำหนดว่าไม่เกิน ๒ คน รวมแล้วทุกสาขาอาชีพคือ ๒๒ ท่าน หลังจากนั้น ให้ท่านประธานรัฐสภากำหนดวันและเวลาต่อไปนะครับ หลังจากนั้นทางประธานรัฐสภา ก็มีอำนาจที่แต่งตั้งคณะกรรมการ ๑๕ คน ถามว่าคณะกรรมการที่แต่งตั้ง ๑๕ คนนี้ ท่านประธานรัฐสภาใช้หลักเกณฑ์อะไรบ้าง เราค้นหากรรมการ ค้นหาผู้ที่รอบรู้อย่างไรนะครับ นี่คือหลักเกณฑ์ที่จะต้องคัดสรรตัวบุคคลที่มาเป็นกรรมการสำคัญมากครับ เพราะกรรมการ เหล่านี้จะต้องไปตรวจสอบ จะต้องไปคัดเลือกคุณสมบัติผู้ที่มาเป็น สสร. ตามมาตรา ๒๙๑ (๒) นี่คือสำคัญยิ่งนะครับ ก็อยากจะเรียนถามว่าถ้าคณะกรรมการที่ประธานรัฐสภาคัดสรรแล้ว ถ้าบุคคลที่เป็นกรรมการไม่มีความรอบรู้จริง ๆ หรือมีประสบการณ์น้อย นี่คือจะสร้างปัญหา ให้กับการคัดสรรสมาชิก สสร. ว่าจะต้องนำเอาบุคคลที่มีความรอบรู้อย่างไร เลยวันนี้ผมต้องฝากกับท่านประธานรัฐสภา ฝากไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการด้วยว่าเราจะต้องคัดคณะกรรมการเป็นบุคคล อย่างไร มีความรอบรู้อย่างไร หลังจากนั้นเมื่อเราได้คัดสรรตรวจสอบคุณสมบัติของ สสร. แล้วนะครับ ประธานรัฐสภาจะเรียกประชุมรัฐสภาภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับผล การตรวจสอบเพื่อลงมติคัดเลือกผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น สสร. ต่อไป นี่คือที่มาที่ไป การคัดเลือก สสร. ที่มาจากสาขาอาชีพหรือผู้เชี่ยวชาญสาขาอาชีพต่าง ๆ ที่เรียนให้ทราบ ตั้งแต่เบื้องต้นนะครับ ท่านประธานครับ ด้วยความห่วงใยจริง ๆ ดังที่เรียนให้ทราบว่าห่วงใย คือการคัดเลือกคณะกรรมการ กรรมการที่ได้มาถ้าไม่เป็นบุคคลที่รอบรู้ บุคคลที่ไม่มี องค์ความรู้ หรือไม่มีประสบการณ์จริง และไปตรวจสอบ หรือคุณสมบัติผู้สมัครเป็นสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. นั้นลำบาก บอกกันตรง ๆ เลยว่าถ้าเราได้คณะกรรมการ ไม่เป็นกลางจริง ๆ แล้วก็ยิ่งลำบาก แล้วก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันต่อว่าจะได้คณะกรรมการ มีปัญหาเละตุ้มเป๊ะ ก็มีหลายท่านที่พูดยกตัวอย่างเยอะไปหมดว่ากลัวจะได้รัฐธรรมนูญถุงดำบ้าง กลัวจะมีปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ ก็เรียนให้ทราบว่านี่คือความห่วงใยของสมาชิกรัฐสภาในวันนี้ ผมก็ห่วงใยในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภาและเป็นคนไทยคนหนึ่งกลัวว่าจะได้คณะกรรมการ ที่ไม่เป็นกลาง กลัวจะมีปัญหา กลัวพี่น้องคนไทยทั้งชาติจะตราหน้าว่ารัฐธรรมนูญที่ออกมา มันจะไม่สวยหรู มันจะไม่มีคุณภาพเท่านั้นเองนะครับ เลยอยากจะเรียนบอกกับท่านประธานรัฐสภา ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง แล้วก็คณะกรรมาธิการด้วยนะครับ ท่านประธานครับ การคัดเลือกหรือแต่งตั้งใครเป็นคณะกรรมการจำนวน ๑๕ คน เพื่อคัดเลือกคุณสมบัติมาเป็น สสร. ที่ผมเรียนให้ทราบว่าต้องเป็นกลาง ต้องเป็นกลางจริง ๆ ถ้าประธานรัฐสภาเป็นกลาง คณะกรรมการเป็นกลาง และ สสร. ที่เราได้รับเป็นกลางด้วย ผมเรียนบอกว่ารัฐธรรมนูญ ที่ได้มานี้จะเป็นรัฐธรรมนูญที่มีคุณภาพจริง ๆ และผมอยากจะย้ำอีกครั้งหนึ่ง กรรมการที่ต้อง คัดเลือก สสร. ให้เป็นกลางนั้นต้องมีประสบการณ์ มากด้วยประสบการณ์ เท่านั้นยังไม่พอครับ ต้องรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีวิถีไทย สำคัญนะครับ รู้ทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีวิถีไทยแล้ว ยังรู้จักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ด้วย และเข้าใจถึงเรื่องประวัติศาสตร์ ผมห่วงใยนะครับ และเท่านั้นยังไม่พอนะครับ เข้าใจถึงเผ่าพันธุ์ ชาตินี่สำคัญนะครับ แล้วเท่านั้นยังไม่พออีกนะครับ สสร. ที่เราได้รับการคัดเลือกมา ไม่ว่า๗๗ ท่าน ไม่ว่า ๒๒ ท่าน รวมแล้ว ๙๙ ท่าน จะต้อง เรียนรู้ปัญหาจุดอ่อน จุดแข็งปัญหาอุปสรรคของรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๘ ฉบับที่ผ่านมาด้วย ต้องรู้นะครับ แล้วเอาสิ่งที่ดี ๆ มาประกอบกับการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ ๑๙ ด้วย วันนี้ ต้องบอกกับท่านประธานรัฐสภาว่าคนเหล่านี้นะครับ ประธานรัฐสภาจะต้องมีประสบการณ์ มีประสบการณ์อยู่แล้วยิ่งมีประสบการณ์มากเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น คณะกรรมการที่ได้รับ การคัดเลือกจะต้องประกอบกับเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ มากด้วยประสบการณ์ที่เรียนให้ทราบตั้งแต่ เบื้องต้น สสร. ที่ได้จากทุกจังหวัด ๗๗ ท่าน จะต้องเช่นเดียวกัน และ ๒๒ ท่านทุกสาขาอาชีพ จะต้องเก่งเช่นเดียวกัน เลยวันนี้ต้องเรียนบอกกับท่านประธานรัฐสภาว่าความในมาตรา ๒๙๑/๖ นั้น ที่ผมขอสงวนคำแปรญัตติว่าผมเป็นห่วงจริง ๆ เป็นห่วงมากครับ เป็นห่วงดังที่เรียนให้ทราบ ตั้งแต่เบื้องต้นนะครับ ท่านประธานครับ ผมเชื่อมั่นว่าถ้าเราได้บุคคลที่เก่ง ดี มีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ ที่เรียนให้ทราบแล้ว คนทั้งชาติจะยอมรับรัฐธรรมนูญของเราแน่นอน แต่ถ้าเราไม่ได้คนที่มี คุณภาพเราจะได้รัฐธรรมนูญไม่มีคุณภาพ วันนี้ต้องเรียนบอกกับท่านประธานรัฐสภาผ่านไป ยังท่านประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากว่า เราจะทำอย่างไรให้รัฐธรรมนูญที่ได้ ฉบับที่ ๑๙ นี้ ให้พี่น้องคนไทยอยู่ดี กินดี มีสุข ก็เหมือนกับผมเคยเรียนให้ทราบตั้งแต่เบื้องต้นว่ารัฐธรรมนูญกินได้ แต่ถ้าเราได้รัฐธรรมนูญ ที่ไม่ดี พี่น้องอยู่ไม่ดี ไม่มีความสุข มีความแตกแยก มีการทะเลาะ มีโจรมากในบ้านในเมือง แน่นอนที่สุดเราได้รัฐธรรมนูญที่ไม่มีคุณภาพและรัฐธรรมนูญนี้กินไม่ได้ แล้วก็อยากจะเรียน บอกว่าเมื่อรัฐธรรมนูญกินไม่ได้แล้วที่เรียนให้ทราบ ที่ท่านสมาชิกได้พูดว่าผลไม้บ้านผมราคา ก็ตกต่ำขายไม่ได้ ข้าวของก็ขายไม่ได้ ผลผลิตการเกษตรก็ตกต่ำขายไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญเรา ร่างไปแล้วไม่มีคุณภาพ น้ำมัน ข้าวของแพง นี่คืออยากจะเรียนสมมุติให้ฟัง ให้ทุกคนได้รู้ว่า ถ้าเราได้บุคคลที่ไม่มีคุณภาพมาร่างรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญจะออกไปลักษณะอย่างนี้จริง ๆ ไม่มีคุณภาพจริง ๆ เลยเรียนให้ทราบนะครับ พี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรีได้บอกผมตลอดเวลาว่า ยุคลต้องไปพูดในสภาว่าต้องเอาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. ที่มีคุณภาพ ราคาผลไม้ จะได้ราคาดีขึ้นนะครับ เลยอยากจะเรียนให้ทราบอย่างนี้จริง ๆ นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ และหลังจากนั้นผมอยากจะเห็นรัฐธรรมนูญให้มีการระบุนะครับ ระบุในตัว รัฐธรรมนูญเลย มีสมาชิกที่ผมนั่งฟังมา ๗-๘ วันที่ผ่านมาหลายท่านเลยนะครับ ได้พูดแนวคิดว่า รัฐธรรมนูญนั้นน่าจะเขียนระบุว่าปลอดการปฏิวัติรัฐประหาร เขียนได้ไหมครับ ถ้าเขียนได้ หลายท่านบอกว่ามันเป็นสิ่งที่ดี การปฏิวัติรัฐประหารที่ผ่านมา เห็นไหมครับท่านประธานรัฐสภา มันไม่สะเด็ดน้ำ มันไม่ดี มันมีปัญหาเศรษฐกิจแย่ อยากจะเรียน ผมในฐานะคนหนึ่งที่โดน ปฏิวัติรัฐประหารมาตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เพื่อนของผมเสียหายไปหมด ตกงาน อย่าร้าง ครอบครัวแตกกระจุยกระจายไปหมด ไม่มีใครเหลียวมอง ไม่มีใครเหลียวแล ทั้ง ๆ ที่ มีผลกระทบทางด้านการเมืองที่โดนปฏิวัติรัฐประหาร ผมเลยเปรียบเทียบให้ฟังว่านี่คือปัญหาครับ