กนก วงษ์ตระหง่าน หารือเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีตรวจสอบความเหมาะสมของบุคคลที่เข้าร่วมการยกร่าง และเน้นย้ำถึงความสำคัญของหลักจริยธรรมในการยกร่างรัฐธรรมนูญ เธอยังวิจารณ์เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยการเติม (๕) กลับเข้าไปในรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ประธานสภาไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้
ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้ขอสงวนคำแปรญัตติ ในมาตรา ๒๙๑/๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ในร่างของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เสนอโดย คณะรัฐมนตรีนั้น ในมาตรานี้ได้พูดถึงบุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ให้เป็นบุคคลต้องห้าม มิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) นั้น แล้วก็ได้อ้างถึงรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๐๒ (๕) ซึ่งมีความสำคัญนะครับ ผมขออนุญาตอ่าน เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยให้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิด อันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรานี้ ประเด็นสำคัญก็คือว่าผู้ที่กระทำผิดและได้รับคำพิพากษาให้จำคุก ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เช่น ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้ายาเสพติด ผู้กระทำชำเราสตรี ฆ่าเจ้าทรัพย์ เป็นต้น ซึ่งคนเหล่านี้ ในความรู้สึกของประชาชนประเด็นที่สำคัญมากก็คือเป็นบุคคลที่จะต้องมีจิตใจที่ขาดหรือ บกพร่องทางศีลธรรมและจริยธรรม เพราะว่าคนที่มีศีลธรรม มีจริยธรรมคงจะไม่ค้ายาเสพติด คงจะไม่ข่มขืนสตรี คงจะไม่ปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์ ทีนี้ประเด็นที่สำคัญก็คือว่าคณะรัฐมนตรี ที่ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นท่านตัดเรื่องนี้ออกไป ผมอยากขออนุญาต ฝากถามท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีนะครับ คงไม่ถามประธานคณะกรรมาธิการ เพราะว่าท่านไม่ได้เป็นผู้ร่าง คำถามก็คือว่าคณะรัฐมนตรีท่านไม่ได้คิดถึงเรื่องศีลธรรมเลยใช่ไหม จึงได้ตัด (๕) นี้ออกไป เพราะว่าเรื่องศีลธรรมเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก แล้วก็เป็นเรื่องที่สำคัญ แล้ววันนี้ถ้าเราถามพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องการเมือง ประชาชนจะบอกว่า ต้องการเห็นศีลธรรม ต้องการเห็นจริยธรรมในทางการเมือง แต่ปรากฏว่าคณะรัฐมนตรี ยกร่างกฎหมายสำคัญที่สุดของประเทศคือรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ได้คิดถึงเรื่องเหล่านี้เลย ท่านกลับปล่อยให้บุคคลที่มีความบกพร่องทางศีลธรรมและจริยธรรมเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการยกร่างรัฐธรรมนูญของประเทศ ตรงนี้เป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการยกร่าง รัฐธรรมนูญครับท่านประธาน ทุกคนทราบดีว่ารัฐธรรมนูญคือการจัดระเบียบ หรือจัดโครงสร้างทางอำนาจ ตลอดจนความสัมพันธ์ทางอำนาจที่จะใช้ในประเทศของเรา ในสังคมของเรา ในการร่างรัฐธรรมนูญนั้นถ้าเราจะดูในมิติมันจะมีมิติที่สำคัญอยู่ ๒ เรื่อง
ในเรื่องที่ ๑ ก็คือมิติในทางกฎหมายหรือลายลักษณ์อักษรที่จะระบุลงไปว่า เราจะทำอย่างไร ถ้าเรียกสั้น ๆ ก็คือมิติทางกฎหมาย ตรงนี้เห็นชัดเจนครับว่าคณะรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญของมิติทางกฎหมายมากมาย ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งสำหรับผม
แต่อีกมิติหนึ่งที่สำคัญมาก ในการจัดระเบียบของอำนาจและการใช้อำนาจ ของบ้านเมืองของเรา ก็คือมิติทางศีลธรรมและจริยธรรมของสังคม คำถามที่สำคัญก็คือว่า ท่านไม่ได้คิดถึงเรื่องเหล่านี้เลยใช่ไหม ท่านคิดว่ากฎหมายที่เขียนออกมาจะมีความละเอียด ชัดเจนมากพอ โดยไม่ต้องอาศัยศีลธรรมและจริยธรรมเข้ามาช่วยกำกับกฎหมายเหล่านั้นเลย ใช่หรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมคิดว่าเป็นความเข้าใจที่ผิดมาก ผู้ที่รู้กฎหมาย ผู้ที่เข้าใจการเมือง ในประวัติศาสตร์ของรัฐธรรมนูญและการบริหารประเทศไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ทั้งโลก ทุกคนรู้ว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นต่อให้เขียนให้ดี ให้ครอบคลุมแค่ไหนก็ตามมันก็ ไม่ครบถ้วนในทุก ๆ เรื่อง และช่องว่างของกฎหมายรัฐธรรมนูญเหล่านั้นล่ะที่ยังคงสามารถ เป็นหลักให้กับประเทศได้ ก็ด้วยการอาศัยหลักของศีลธรรมและจริยธรรม ในการเข้ามาช่วย ประกอบและตีความรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ครับ เป็นหลักที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ดูเหมือนว่า คณะรัฐมนตรีที่นำร่างอันนี้เข้ามา ท่านลืมเรื่องศีลธรรมและจริยธรรมไปหมดเลย ท่านคิด แต่เพียงอย่างเดียวว่าถ้าเขียนกฎหมาย วางหลักของกฎหมายตามที่ท่านคิดว่าถูกต้องแล้ว ทุกอย่างในบ้านเมืองจะเรียบร้อย ผมขออนุญาตเรียนกับพ่อแม่พี่น้องนะครับว่าตรงนั้น เป็นความเข้าใจที่ผิดมาก สิ่งที่สำคัญมากกว่าในบ้านเมืองของเราวันนี้ คือเรื่องของศีลธรรม และจริยธรรม บ้านเมืองของเราที่มีปัญหาวันนี้ เรื่องหลักไม่ใช่เรื่องของกฎหมาย แต่เรื่อง หลักคือเรื่องของศีลธรรม คือเรื่องของจริยธรรมต่างหาก ตรงนี้ผมขออนุญาตเรียนกับ ท่านประธานเพื่อตั้งเป็นข้อสังเกตกับท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าขอให้ท่านได้กรุณา ใช้หลักของศีลธรรมและจริยธรรมในการรับฟังความคิดเห็นของ ส.ส. และของ ส.ว. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เป็นเสียงข้างน้อยที่ได้สะท้อนเรื่องเหล่านี้ออกมาในมาตราต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาของการอภิปรายที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อจะทำให้เกิด ความเข้าใจที่ชัดเจนว่าหลักของศีลธรรมนั้นมีความสำคัญอย่างไร ผมอยากจะขออนุญาต อธิบายด้วยตัวอย่างง่าย ๆ มีอาจารย์ผู้ใหญ่ท่านได้บอกว่าผิดก็คือผิด ถึงแม้ทุกคนจะทำ ถูกก็คือถูกถึงแม้จะไม่มีใครทำ นั่นหมายความว่าความผิด ความถูก มันเป็นเรื่องของหลักการ ของความถูกต้องทางศีลธรรมและจริยธรรมที่สังคมยึดถือ และตรงนี้มันจบในตัวของมันเอง ความผิดหรือความถูกที่ผมกล่าวนี้ ไม่จำเป็นแล้วก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเสียงข้างมากหรือ เสียงข้างน้อย เพราะว่าผิดก็คือผิด ถึงแม้เสียงข้างมากจะทำ ถูกก็คือถูก ถึงแม้เสียงข้างน้อย หรือไม่มีคนทำก็ยังคงถูกต้องอยู่ นั่นก็หมายความว่าเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย มันเป็นแต่เพียงกติกาของการตัดสินว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ตรงนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการที่ผม ให้ความเคารพ เสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยไม่ใช่เกณฑ์การตัดสินความถูกต้อง เสียงข้างมาก เสียงข้างน้อยเป็นแต่เพียงเกณฑ์ของการบอกถึงความเห็นชอบในเรื่องเหล่านั้น เรื่องที่เห็นชอบ เรื่องที่ไม่เห็นชอบไม่ได้สะท้อนว่าเรื่องนั้นถูก หรือเรื่องนั้นผิดเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องที่เห็นชอบด้วยเสียงข้างมากไม่ได้เป็นการสรุปว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องเสมอไป เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมอยากจะขออนุญาตเตือนสติเพื่อให้เราไม่ลืมหลักทางศีลธรรมและจริยธรรม ที่การเมืองของเราขาดมาโดยตลอด ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ผมเชื่อว่าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญที่จะสอดคล้องและตรงกับความต้องการของประเทศชาติ แล้วก็พี่น้อง ประชาชนของเรา เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตย้ำว่าเสียงข้างมากจะอยู่เหนือหลักของศีลธรรม และจริยธรรมไม่ได้ กฎกติกาของการใช้เสียงข้างมากจะอยู่เหนือกฎแห่งกรรมไม่ได้ กฎกติกา ของเสียงข้างมากจะอยู่เหนือกฎหมายไม่ได้ สิ่งเหล่านี้เป็นหลักที่สำคัญที่เราจะต้องตระหนัก ให้มากในการยกร่างรัฐธรรมนูญของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกราบเรียน ต่อท่านประธานว่าที่ผมฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกก่อนหน้านี้ที่บอกว่ามาตรา ๑๐๒ (๕) กรรมาธิการได้เติมให้ไปแล้ว ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังประธาน คณะกรรมาธิการนะครับว่าในเอกสารที่ท่านให้ผมนี้ ท่านประธานสามารถครับ ในหน้า ๘๕ กรุณาดูนะครับ ในมาตราที่ผมแปรญัตติ มาตรา ๑๙๑/๓ ท่านเขียนว่ากรรมาธิการ ไม่เห็นด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ทราบว่าเป็นข้อบกพร่องทางเชิงธุรการหรือไม่ ถ้าเป็นข้อบกพร่องทางเชิงธุรการก็ขอความกรุณาช่วยแก้ไขให้ถูกต้องด้วย เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ ผมฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายดูเหมือนว่าได้มีการแก้ไขไปแล้วนะครับ ก็ขออนุญาตฝากเป็น ข้อสังเกต
ทีนี้ประเด็นที่สำคัญครับท่านประธาน ผมยกประโยชน์ให้ว่าท่านได้มีการเติม ตรงนี้ไปแล้ว ขอความกรุณาท่านยืนยันด้วยนะครับ ท่านประธานสามารถครับ ถ้าท่านเติมไปแล้ว ผมอยากจะขออนุญาตให้ท่านตอบคำถามของผมที่สำคัญว่าที่ท่านเติม (๕) ลงไปนั้น ด้วยเหตุผลอะไรครับ เพราะเหตุผลของการเติมกลับมาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าท่านเติม (๕) กลับมา ด้วยเหตุผลทางศีลธรรมและจริยธรรมทางการเมืองที่ผมได้พูดไปแล้ว ตรงนั้น เป็นเรื่องที่ผมจะขออนุญาตกล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจ แต่ถ้าท่านเติมเพียงเพื่อจะทำให้ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยมีความรู้สึกว่าท่านก็ยอมบางเรื่องเหมือนกัน ถ้าเหตุผลของท่าน เป็นอย่างนั้น ผมคิดว่าการเติม (๕) มันไม่ได้มีคุณค่าเท่าไรนัก เพราะว่าจริยธรรม ศีลธรรม ที่เราเรียกร้องในทางการเมืองมันก็ยังคงไม่ปรากฏอยู่ดี ทั้ง ๆ ที่ตอนยกร่างตัด (๕) ก็ลืม หลักศีลธรรม เติม (๕) ก็ลืมหลักศีลธรรมและจริยธรรม ตรงนี้ละครับ เป็นอันตราย ของบ้านเมืองของเราครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนกับ ท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ แล้วก็คงจะไม่ใช้เวลามาก เราไม่ต้องการเห็นการแก้ไข รัฐธรรมนูญที่ออกมาด้วยการต่อรองครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าประเทศชาติจะอยู่ได้ ไม่ใช่เรื่องของการต่อรองครับ แต่ประเทศชาติของเราจะอยู่ได้ด้วยหลักของเหตุผล ด้วยหลัก ของศีลธรรม เพราะฉะนั้นท่านประธานสามารถครับ ท่านกรุณาอย่าเห็นด้วยกับข้อเสนอ ของเรา เพราะว่าผมต่อรองกับท่าน แต่ถ้าท่านเห็นด้วยกับเราด้วยหลักของศีลธรรม ด้วยหลัก ของเหตุและผล ด้วยหลักของความถูกต้อง ตรงนั้นคือความสง่างามของรัฐธรรมนูญของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ประชาชนที่ผมได้พบในช่วงของการอภิปรายเรื่องรัฐธรรมนูญนี้ ผมขออนุญาตเรียนฝากไปยังท่านประธานสามารถนะครับว่าประชาชนเขาบอกผมครับว่า ประชาชนไม่ต้องการเห็นการเมืองเป็นเรื่องของการต่อรองผลประโยชน์ เพราะว่า ผลประโยชน์ที่มีการต่อรองกันนั้น ก็ล้วนแต่เป็นผลประโยชน์ของนักการเมืองและ พรรคการเมืองเป็นส่วนใหญ่ทั้งสิ้น นี่คือเสียงประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ เพราะฉะนั้น ท่านประธานสามารถครับ ด้วยความเคารพท่านจริง ๆ ผมอยากเห็นการปรับแก้ไขมาตราต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลของหลักทางศีลธรรม ทางจริยธรรม หลักของผลประโยชน์ ของส่วนรวม ไม่ใช่ผลประโยชน์ของนักการเมือง เพราะว่าถ้าเราไม่ทำอย่างนั้น สุดท้ายรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้จะออกมาด้วยอะไรก็แล้วแต่ ประชาชนก็จะบอกว่าก็เป็นรัฐธรรมนูญของนักการเมือง เพราะเกิดขึ้นจากการต่อรองของนักการเมืองและพรรคการเมือง แต่ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ ของประชาชน ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่ตั้งบนหลักของศีลธรรมและจริยธรรม ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ ที่ตั้งบนหลักของความถูกต้อง บ้านเมืองของเราไม่ได้อยู่ด้วยการต่อรองผลประโยชน์ แต่บ้านเมืองของเราอยู่ด้วยหลักของความถูกต้อง หลักของศีลธรรมและจริยธรรม ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนว่าใน (๕) สิ่งที่สะเทือนใจผมก็คือคณะรัฐมนตรีในความรู้สึกของผม ไม่ได้คิดถึงเรื่องศีลธรรมเลย ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพราะฉะนั้นผมอยากได้ยินคำตอบที่ชัดเจนว่าเติม (๕) นี้ กลับมา เพราะเชื่อในหลักของศีลธรรมและจริยธรรม ขอบพระคุณครับ