รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕

บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๒๙๑/๒ เกี่ยวกับคุณสมบัติสมาชิกวุฒิสภา และเรียกร้องให้มีการอธิบายต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาสมัยใหม่มีคุณสมบัติและลักษณะที่แตกต่างจากสมัยก่อน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์บัญชีรายชื่อ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอบคุณที่ท่านกรุณา ผมถือว่าเป็นคำชมนะครับ ผมไม่ทราบจะแปลความหมายของท่าน อย่างไรนะครับ ในการแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๒ เรื่องคุณสมบัติของ สสร. ที่จะเกิดขึ้น ผมก็ต้องยอมรับนะครับ พวกเรายอมรับในเสียงข้างมาก เมื่อวานนี้เราพยายามที่จะได้ให้ สสร. นั้นมาด้วยความเป็นอิสระ แต่สุดท้ายก็ได้ ๗๗ คน บวก ๒๒ คนอย่างที่ว่า บางส่วน ที่ผมแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๒ ก็อาจจะขัดต่อสิ่งที่เป็นการลงมติไปแล้วเมื่อวานก็ต้อง กราบขออภัยด้วย แต่ว่าต้องขอให้มีคำอธิบายต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในชุดนี้ว่าผมมี ความมุ่งมาดปรารถนาอย่างไร เริ่มต้นต้องอธิบายอย่างนี้ก่อนครับว่า ในการแก้ไข มาตรา ๒๙๑ ในครั้งนี้ ก็ยังคงให้ผู้ที่สามารถที่จะเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงอยู่นะครับ เช่น คณะรัฐมนตรียังคงมีสิทธิในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรก็ยังคงอยู่ ในการแก้ไขเพิ่มเติมได้ หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาจำนวน ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ทั้ง ๒ สภา ก็ยังแก้ไขได้อยู่นะครับ จากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ คนตามกฎหมายว่าด้วยการ เข้าชื่อเสนอกฎหมายก็ยังมีสิทธิในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังพิจารณากัน ในวันนี้คือชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามา แล้วมีสิทธิในการที่จะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือว่ายกร่าง ฉบับใหม่ที่ท่านว่าไว้ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจนะครับว่าการที่ท่านไปเขียนในมาตรา ๔ ที่ผ่านมา แล้วว่าจะยกร่างฉบับใหม่ทั้งหมดนี่นะครับ อย่างที่ท่าน ส.ว. รสนา โตสิตระกูล ได้อภิปราย ไปเมื่อวานนี้ อาจจะต้องขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญในการตีความกันต่อไปนะครับว่าเราจะทำการ ยกร่างใหม่ทั้งฉบับนั้นได้จริงหรือไม่ เพราะว่าในมาตรา ๒๙๑ ที่มีอยู่ในขณะนี้มันเป็นเพียงแค่ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในหมวด ๑๕ เท่านั้นเอง คงต้องไปวัดดวงกันครับท่านประธาน เพราะว่าเราจะอภิปรายกันนะครับ วันนี้วันที่ ๕ ของการอภิปราย อาจจะเป็น ๖ วัน ๗ วัน ก็แล้วแต่ สุดท้ายไปตกในศาลรัฐธรรมนูญนี้ก็ช่วยอะไรใครไม่ได้นะครับ แต่วันนี้เรามีหน้าที่ เราก็ทำหน้าที่กันต่อไป ผมจึงต้องอภิปรายต่อครับว่าสิ่งที่ผมแปรญัตติไว้นี่นะครับ เนื่องจาก สสร. จะเป็นชุดใหม่ที่เกิดขึ้น ดังนั้นคุณสมบัติ สสร. มันก็ไม่ควรจะน้อยกว่าสิ่งที่เคยมีอยู่ ถูกไหมครับ คณะรัฐมนตรีสามารถแก้ไขได้ ส.ส. จำนวนหนึ่งแก้ไขได้ ส.ส. บวก ส.ว. แก้ไขได้ ส.ว. อย่างเดียวยังแก้ไม่ได้เลยนะครับ รัฐธรรมนูญไม่ได้อนุญาตให้สมาชิกวุฒิสภาเพียงส่วนเดียว ดำเนินการเข้าชื่อกันและขอแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ ดังนั้นในความคิดของผมนี่นะครับ ในการ แปรญัตติในเรื่องนี้สมาชิก สสร. ซึ่งของท่านมี ๙๙ คน จำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่ไม่น้อยกว่า สมาชิกวุฒิสภาครับ เพราะสมาชิก สสร. นั้นแน่นอนนะครับ กำลังจะมายกร่างกฎหมาย ฉบับแม่ ฉบับใหญ่ที่สุด ฉบับที่เป็นหลักของการบริหารปกครองประเทศ ดังนั้น สสร. คุณสมบัติที่ต้องมีแน่ ๆ ก็คือว่าเขาต้องมีความเป็นอิสระครับ อิสระปลอดจากการเมือง ปลอดจากผลประโยชน์ทั้งหลายทั้งปวง ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน หรือหวังจะได้ ผลประโยชน์ทับซ้อนหลังจากมาเป็น สสร. ต้องเป็นคนที่มีความรู้ มีประสบการณ์ มากพอสมควรที่จะมาร่างกฎหมายใหญ่ขนาดนี้ กฎหมายที่แม้แต่ ส.ว. ยังขอแก้ไขร่างเอง ไม่ได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้ามาบวกกับ ส.ส. นั้นทำได้ แต่คนที่มาเป็น สสร. ถามว่าถ้าไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถ ไม่มีประสบการณ์จะมาทำเรื่องใหญ่ ๆ อย่างนี้ได้อย่างไรครับ คุณสมบัติ ของ สสร. นั้นต้องเป็นคนมีคุณธรรม จริยธรรม เคารพนิติรัฐ นิติธรรม ไม่ใช่ผู้ที่เคยถูกจำคุกมา หรือว่ามีปัญหาต่าง ๆ ในการที่ไม่เคารพต่อกฎหมาย แล้วกลับเข้ามากลายเป็นผู้ยกร่าง กฎหมายฉบับหลักฉบับนี้

และสุดท้ายผมคิดว่า สสร. ต้องมีวิสัยทัศน์ที่จะนำพาประเทศนี้ต่อไปจากการ สะท้อนออกมาในการที่จะยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับต่อ ๆ ไปครับ ผมยังหวังอีกนะครับว่า ในการแก้ไขมาตรา ๒๙๑ ในครั้งนี้ จะไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วครั้งชั่วคราว ทำกันเสร็จวันนี้ ฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ให้เสร็จสรรพเสีย ให้สมอารมณ์หมายเสีย หลังจากนั้นก็ยกเลิก กันไป สสร. ใหม่ก็ไม่ต้องมี ผมยังคิดว่าท่านคงมีความประสงค์จะให้มี สสร. นี้อยู่ใน รัฐธรรมนูญฉบับต่อ ๆ ไปด้วย ดังนั้นเราจึงต้องเขียนถึงคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ สสร. ไว้อย่างระมัดระวังทีเดียวครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมขอแก้ไขในมาตรา ๒๙๑/๒ (๑) สัญชาติไทยโดยการเกิด ไม่ติดใจ (๒) เรื่องอายุ ทางคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่นั้นยังคงที่ อายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี ถูกไหม ครับ ผมแก้เป็นสี่สิบปีบริบูรณ์ ในวันสมัครรับเลือกตั้ง สอดคล้องกับที่ผมได้กล่าวไปแล้วครับ ว่าอย่างน้อยคุณสมบัติต้องไม่ต่ำกว่า ส.ว. ส.ว. นั้น สี่สิบปีบริบูรณ์ จึงจะมาเป็นสมาชิก วุฒิสภาได้ สสร. ก็ไม่ควรจะมีอายุที่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์เช่นเดียวกัน การศึกษา เช่นเดียวกับที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดไว้แล้วนะครับ ถ้ามองในหลักการนี้การศึกษา ต้องมีครับ ไม่มีไปเรียนมาก่อนครับ อยากเป็น สสร. อยากจะมาร่างกฎหมายฉบับใหญ่ ขนาดนี้ไม่มีความรู้ไม่ได้ครับ ดังนั้นความรู้ผมจึงกำหนดใน (๓) ว่าสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปริญญาตรีหรือเทียบเท่านะครับ (๔) เช่นเดียวกับของคณะกรรมาธิการ ผมไม่ติดใจเรื่องของ การมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาที่ไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึง วันสมัครรับเลือกตั้ง หรือเป็นบุคคลที่เกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง หรือเคยศึกษา ในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปี การศึกษา หรือเคยรับราชการ หรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปี ข้อนี้ก็แน่นอนว่าหลักการก็คือการยึดโยงกับจังหวัดที่ ตัวเองจะไปสมัครก็จำเป็น แล้วก็คุณสมบัตินี้ก็เป็นคุณสมบัติของ ส.ว. อยู่แล้วที่จะต้อง ไปสมัครในตัวเองที่อยากจะเป็น ส.ว. ก็ต้องยึดโยงอย่างใดอย่างหนึ่ง (๕) ที่ท่านได้ระบุไว้ ใน สสร. ชุดนี้คือไม่เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองครับ ทำไมท่านไม่ระบุละครับ เรียนถาม ไปยังประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่นะครับว่าถ้าคนจะมาเป็น สสร. มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับ ส.ส. กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเขาจะเป็นกลาง ได้อย่างไรครับ เขาจะเขียนอะไรเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริงได้อย่างไร สภาผัว สภาเมีย จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ซึ่งเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมนี้มาแล้ว แล้วก็เป็นเหตุผลสำคัญ ด้วยซ้ำที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปฏิวัติในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ทำไมเราไม่ระบุ เรื่องนี้ละครับ หรือท่านอยากจะให้บุพการี คู่สมรส หรือบุตรของท่านมาดำรงตำแหน่ง สสร. พวกท่านกำลังจะส่งเข้าประกวดในจังหวัดของท่านด้วยใช่ไหมครับ ท่านจึงไม่กล้าเขียน เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ตอบไหมครับ ผมอยากให้ตอบครับท่านประธาน ท่านกำลังจะส่งญาติ ของท่านมาเข้าประกวดใช่ไหมครับ ลงสมัครแล้วท่านก็สนับสนุน แอบสนับสนุน ส่งคนไป ช่วยกันเลือกตั้งให้คนของท่านเข้ามาใช่หรือไม่ (๖) ไม่เป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งใด ในพรรคการเมือง หรือเคยเป็นสมาชิก หรือเคยดำรงตำแหน่งและพ้นจากการเป็นสมาชิก หรือการดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมืองมาแล้วยังไม่เกินห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง ผมอยากเห็น สสร. ที่ปราศจากการครอบงำทางการเมือง ถ้าอยากเข้าการเมืองแน่นอน คุณเดินมาสมัครเป็น ส.ส. ได้ คุณอยู่กับท้องถิ่นได้ แต่ถ้าคุณอยากจะมาเป็น สสร. ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเกียรติประวัติของชีวิตควรจะต้องเป็นคนที่ปราศจากจากการเมืองครับ ท่านไม่ต้องห่วงนะครับ ประเทศไทยมีคนเยอะครับ มีคนมีคุณสมบัติมากแล้วเขาอาจจะ เก็บตัวอยู่เงียบ ๆ ถ้าเขาเห็นว่าบ้านเมืองจำเป็นต้องการเขาเขาก็จะเดินออกมา ท่านไม่ต้อง ห่วงหรอกครับว่าจำนวนคนจะมีไม่พอที่จะมาสมัครเป็น สสร. (๗) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และพ้นจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วไม่ เกินห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง เหตุผลนั้นเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวมาแล้ว (๘) เป็นบุคคล ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๒) (๑๓) หรือ (๑๔) คุณสมบัตินี้ก็คือคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภานั่นเอง (๙) ไม่เป็น รัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือเคยเป็นแต่พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วยังไม่เกินห้าปี ผมใส่คุณสมบัติทั้งหมดใน ๙ ข้อนี้ไว้ในทั้งคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในหมวดนี้ อาจจะไปซ้ำกับในหมวดต่อไป ในมาตราต่อไป ซึ่งก็คงแก้ไขได้ต่อไป แต่ถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งเป็นเสียง ส่วนใหญ่ในขณะนี้ จะกรุณารับฟัง รับทราบบ้าง หลักการของผมคือ สสร. ต้องมีคุณสมบัติ ไม่ต่ำกว่า ส.ว. ครับ ท่านตอบให้ได้นะครับว่าทำไม สสร. ที่กำลังจะยกร่าง กำลังจะมี ใน ๙๙ ท่านของท่าน ทำไมจึงต่ำกว่า ส.ว. ส.ว. ยังไม่มีสิทธิที่จะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ด้วย ตัวเขาเอง ทำไมครั้งนี้ สสร. ซึ่งมีคุณสมบัติน้อยกว่ามาทำการแก้ไขล่ะครับ ผมหวังว่าท่านประธานรัฐสภาจะกำหนด ในการอภิปรายว่าหลังจากที่มีผู้อภิปรายเสร็จสิ้นแล้ว กรรมาธิการต้องตอบครับ เมื่อวานนี้ ผมก็ผิดหวังนะครับว่าหลังจากที่ท่านก็บอกว่าจะให้บรรยากาศหาทางออกร่วมกัน ทางออก ของท่านก็คือว่าไม่ยกเว้นข้อบังคับ พูดกันไปพูดกันมา สุดท้ายท่านก็เอาชนะได้ ขอชื่นชม ในชัยชนะของท่านในแต่ละมาตรานะครับ ผมไม่ได้คำตอบจากเมื่อวานครับท่านประธานว่า ๒๑ คน ที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญเสียงส่วนใหญ่ที่เอามติที่ตกไปแล้วกลับมาใหม่ได้เป็นใครบ้าง แต่ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุด ผมก็รู้ว่ามี ๒-๓ คนใช่ไหมครับ คนหนึ่งเป็นคนเสนอ และอย่างน้อย ที่สุดประธานคณะกรรมาธิการที่ชื่อสามารถ แก้วมีชัย ก็ต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ อย่างน้อย ผมก็รู้ ๒ คน ที่ได้แสดงตนออกมาแล้วว่าเป็นผู้ที่นำเอามติที่ตกไปแล้วกลับมาพิจารณาใหม่ได้ ผมก็ไม่ได้ยินนะครับว่าท่านจะตอบว่า ๒๑ คนเป็นใครบ้าง ซึ่งผมก็ถามท่านแล้วว่าถ้าท่าน คิดว่าถูกต้อง ท่านก็เปิดเผยสิครับว่ากรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ที่ว่านั้นเป็นใคร ดังนั้น ผมจึงหวังว่าในการอภิปรายของรัฐสภาซึ่งประธานเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านประธานต้องให้ความสำคัญต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ มันไม่ได้เกิดขึ้นทุกปี หรือ ๒ ปีครั้ง หรือ ๔ ปีครั้ง นาน ๆ มันเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง แล้วก็ควรจะแก้ไขในความจำเป็นจริง ๆ สมาชิก หลายท่านก็พูดไม่ได้เป็นความเห็นพ้องของสังคมนี้ ให้มีการแก้ไข มันไม่ใช่นโยบายของ พรรคเพื่อไทยในการหาเสียงด้วย มันมิใช่นโยบายของรัฐบาลด้วยซ้ำ เพราะนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อนางสาวยิ่งลักษณ์เคยพูดว่าไม่จำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ต้องแก้ไขปัญหาปากท้อง ก่อน ยังเคยจำคำพูดต่าง ๆ เหล่านี้ได้ไหมล่ะครับ วันนี้มีปัญหาข้าวยากหมากแพง ปัญหา น้ำมันแพง ปัญหาค่าแรง ปัญหาแผ่นดินไหว ปัญหาน้ำท่วมที่อาจจะตามมา เรากำลังใช้เวลา ในขณะนี้เพื่อช่วยกันแก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดสมาชิก สสร. เกิดขึ้น เพื่ออะไรและเพื่อใคร ผมเชื่อว่าประชาชนทุกคนจะเป็นผู้ตัดสินเรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณครับ