รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕

เหวง โตจิราการ หารือเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีความเห็นต่างเกี่ยวกับประเภทของสมาชิกสภาสงครามแห่งชาติและอายุในการดำรงตำแหน่ง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเสนอให้ลดข้อจำกัดในการสมัครเพื่อให้ประชาชนมีโอกาสมากขึ้น และไม่ควรใช้สถานภาพในการดำรงอยู่ในจังหวัดหรือบ้านเป็นข้อจำกัดในการสมัคร

นายเหวง โตจิราการ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ว่าผมมีความเห็นต่างบางอย่างจากคณะกรรมาธิการส่วนใหญ่ โดยมีเหตุผลดังนี้นะครับ คือเราต้องการที่จะให้รัฐธรรมนูญที่ร่างโดย สสร. ชุดซึ่งเรากำลังจะทำคลอดออกมานี้ มีส่วนร่วมของประชาชน ส่วนข้างมากที่สุดของประเทศ แล้วก็ให้ประชาชนจำนวนมากที่สุด ได้รับโอกาสในการพิจารณา ได้รับการเลือกตั้งเป็น สสร. ดังนั้นผมจึงมีความเห็นต่างจากทางคณะกรรมาธิการเป็นประเด็นสั้น ๆ อยู่ ๒ ประเด็น เท่านั้นครับท่านประธาน ในชั้นต้นนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานก่อนว่าความที่ผม มีความเห็นว่า สสร. ควรจะมีประเภทเดียว ก็คือมาจากการเลือกตั้งโดยตรง ของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศโดยอาศัยสัดส่วน ซึ่งผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว ก็คือว่าเอาจำนวน ๑๐๐ คน ซึ่งเป็นจำนวนที่พอเหมาะพอดีไปหารจำนวนราษฎร แล้วก็ คำนวณตามสัดส่วนของจังหวัด ตรงนี้ผมจะไม่ลงสู่รายละเอียด แต่ที่กราบเรียนท่านประธาน เพราะว่าในมาตรา ๒๙๑/๒ ยังคงมี (๑) (๒) อยู่ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ในส่วนที่มี (๑) หรือมี (๒) ก็ตามแต่ ขอประทานอนุญาตท่านประธานนะครับว่าให้ตัด (๑) หรือ (๒) ออก เพราะว่าสำหรับทัศนะของผมแล้วจะมี สสร. ชนิดเดียว คราวนี้มาประเด็น ในเรื่องอายุ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าคนอายุ ๒๕ ปี มีความสามารถแล้ว แล้วไม่เพียงแต่เฉพาะในยุคสมัยของเรา ยิ่งในยุคสมัยของเรา ความสามารถจะยิ่งเพิ่มทวีคูณ ทั้งนี้เนื่องจากว่าโลกเราได้ก้าวไปไกลแล้ว สิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานก็คือท่านประธานทราบไหมครับว่าตอนท่านรัฐบุรุษอาวุโส ของประเทศไทย คือท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ที่เป็นมันสมองสำคัญของคณะราษฎร ดำเนินการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ท่านอายุ ๒๕ ปี แล้วท่านได้เป็นคนดำเนินการในการให้กำเนิดรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดของประเทศไทยฉบับหนึ่ง ก็คือเขาเรียกกันว่าพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแห่งราชอาณาจักรสยาม ปี ๒๔๗๕ ฉบับชั่วคราว ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๕ อาจารย์ปรีดีมีอายุ ๒๕ ปี เท่านั้นละครับ แล้วคณะราษฎรที่ไปคิดก่อการในเรื่องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ หรือที่ฝรั่ง เขาเรียกว่าเปลี่ยนจากแอพโซลูท โมนาชี่ (Absolute monarchy) มาเป็นคอนสทิสทูชั่นนอล โมนาชี่ (Constitutional monarchy) คณะผู้ก่อการส่วนใหญ่อายุ ๒๕ ปีครับ เพราะฉะนั้น จึงต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้เกิดขึ้น ๘๐ ปีที่แล้วครับ และเมื่อเปรียบเทียบ ความสามารถของคนอายุ ๒๕ ปี เมื่อ ๘๐ ปีที่แล้วกับคนที่มีอายุ ๒๕ ปี ในปี พ.ศ. นี้ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าความสามารถจะมากยิ่งกว่าคนเมื่อ ๘๐ ปีที่ผ่านมา อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะโลกเรานี้ได้ก้าวมาไกลเยอะแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรเลย ในการที่เราจะกีดกันคนที่มีอายุ ๒๕ ปี ให้พ้นไปจากความเป็นไปได้ในการที่จะมา ร่างรัฐธรรมนูญ นี่จึงเป็นเหตุที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าได้โปรดกรุณาพิจารณา คนอายุ ๒๕ ปีบริบูรณ์ด้วยนะครับ คือถ้าหากว่ากำหนดไว้ที่ ๓๕ ปี ผมไม่มีตัวเลข ที่แน่ชัด แต่ผมเชื่อมั่นว่าจะมีคนนับล้านคนที่ถูกกีดกันไปจากโอกาสในการที่จะมาเป็น สสร. ได้ ซึ่งคนนับล้านคนดังกล่าวเป็นคนที่มีคุณค่า มีความสามารถ และมีวุฒิภาวะทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ แล้วก็มีคุณธรรม ความสามารถเพียงพอในการที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างแน่นอน

ผมมีประเด็นสุดท้ายที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าความที่ตั้งใจ อยากจะให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้มีโอกาสสมัครมาเป็น สสร. ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ให้มีข้อจำกัดในการกีดกั้นคนให้น้อยที่สุด ดังนั้นจึงกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ว่าการที่บังคับให้มีชื่ออยู่ในทะเบียนในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกัน ๕ ปี ในทัศนะส่วนตัวของผมและขณะเดียวกันก็คือว่าผมเองก็ได้ไปแบกรับเอาภารกิจในการที่จะ สะท้อนความคิดเห็นของร่างของ นปช. แดงทั้งแผ่นดินมากราบเรียนท่านประธานด้วย ร่างของ นปช. แดงทั้งแผ่นดินผมก็เห็นด้วยจึงนำมากราบเรียนท่านประธานก็คือว่าเราไม่ควร จะใช้สถานภาพในการดำรงอยู่ในจังหวัดหรือในบ้าน หรือต่าง ๆ ที่เขียนไว้ เคยศึกษา ในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๕ ปี การศึกษา หรือเคยรับราชการ หรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๕ ปี ทั้งหลายทั้งปวงนี้รังแต่จะเป็นการกีดกั้น กีดกันคน มากกว่าที่จะสนับสนุนให้เขามาแสดงความสามารถ ดังนั้นในความเห็นส่วนตัวของผมที่ต่าง ก็คือขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมเองอยากจะขออนุญาตเปลี่ยนมาเป็นแค่ใน (๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง กระผมเองก็กราบเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ