รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕

สุพัชรี ธรรมเพชร หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเสนอแนวคิดที่จะใช้จำนวนประชากร 200,000 คน ต่อ สส. 1 คน และเรียกร้องให้รัฐสภาและรัฐบาลแก้ไขปัญหาการแพงและปัญหาน้ำมันแพง นอกจากนี้ เธอยังหารือเรื่องการสรรหาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยไม่ควรนำรัฐสภาเข้ามาเกี่ยวข้องในการคัดเลือก และมีการคัดเลือกโดยที่ประชุมของสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันได้ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ ในมาตรา ๒๙๑/๑ ในเรื่องของจำนวนแล้วก็ที่มาของ สสร. แต่ก่อนอื่นเมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ ดิฉันก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ได้นั่งฟังแล้วก็ติดตามการอภิปราย การแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาวันนี้ก็ได้โทรศัพท์เข้ามาหลายสายมาก แล้วก็บอกกับดิฉันว่า อยากให้รัฐสภาแห่งนี้ แล้วก็รัฐบาลนี้รีบแก้ไขปัญหาของแพง รีบแก้ไขปัญหาน้ำมันแพง ให้เหมือนกับการรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็รีบที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับคนที่อยู่ ต่างประเทศจะได้กลับมาในประเทศไทย ตรงนี้ดิฉันก็รู้สึกว่ารัฐสภาในวันนี้เป็นอะไรกันแน่ ทำไมเราถึงรีบร้อนที่จะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ณ ตอนที่ช่วงพี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อน โดยเฉพาะวันนี้เกษตรกรก็มีความยากลำบากมาก เมื่อวานก็ยังมีเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน ได้มาประท้วงอยู่ที่หน้ารัฐสภาซึ่งหลาย ๆ ท่านก็ได้ทราบ แล้วก็ได้ยินข่าวมาแล้ว ตรงนี้ดิฉัน ถือว่าเป็นช่วงจังหวะเวลาที่เราไม่เหมาะสมที่จะมาอภิปรายในเรื่องนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตเข้าเรื่องไหน ๆ ก็อภิปรายเรื่องมาตรา ๒๙๑/๑ แล้ว ขอเข้าเรื่องในเรื่อง ของที่มาแล้วก็จำนวนของ สสร. ดิฉันได้แปรญัตติสงวนไว้ในส่วนของที่มาของ สสร. ที่มาจาก การเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน โดยใช้หลักเกณฑ์จำนวนประชากร จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ คน ต่อจำนวน สสร. ที่ได้ ๑ คน แล้วถ้ามีเศษเหลือจากการคำนวณ ๑๐๐,๐๐๐ คน ก็ให้เพิ่มได้ อีก ๑ คน ซึ่งวิธีการนี้ดิฉันคิดว่าเป็นวิธีการที่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่องจากที่เพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านก็ได้บอกว่า ๗๗ คน จังหวัดละ ๑ คน เป็นการผูกขาด เป็นเผด็จการแล้วก็ไม่มี ความหลากหลาย ดิฉันคิดว่าวิธีการที่ดิฉันได้เสนอให้กับทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๐๐,๐๐๐ คนต่อ สสร. ๑ คน เศษที่เหลือขึ้นมาต่อ ๒๐๐,๐๐๐ คนนี่ ๑ ท่าน แล้วก็เศษ ที่เหลือเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คนก็เพิ่มอีก ๑ ท่าน ดิฉันคิดว่าวิธีการนี้เป็นวิธีการที่มีความเหมาะสม เราจะได้เปิดโอกาสให้บุคคลอื่นที่เขามีความรู้ ความสามารถได้มาร่วมกันแก้กฎหมาย ได้มาร่วมกันมีส่วนร่วมที่จะคิดที่จะทำที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาการแก้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ขึ้นมาได้ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าในวันนี้การแก้ปัญหารัฐธรรมนูญ ดิฉันยกตัวอย่างนะคะ ถ้าเราเอา ๑ หมู่บ้านมาร่วมกันคิด ร่วมกันแก้กับที่เราเอาหลาย ๆ หมู่บ้านใน ๑ ตำบล มาร่วมกันแก้ไขปัญหา มาร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นในตำบลนั้น ๆ ดิฉันคิดว่าวันนี้ เราก็สามารถที่จะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ได้

ในที่มาของ สสร. ๒ ก็คือที่มาของ สสร. ที่มาจากการสรรหา ดิฉันได้แปรญัตติไว้ ก็คือในส่วนของ สสร. ที่มาจากการสรรหา ให้มีการคัดเลือกโดยที่ประชุมของสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญตามข้อ ๑ แต่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้บอกว่าให้มีการคัดเลือก โดยที่ประชุมของรัฐสภา ดิฉันคิดว่าวันนี้เราไม่ควรที่จะนำรัฐสภาเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่อง ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกต่อไปแล้วนะคะ ดิฉันคิดว่าควรที่จะให้ สสร. ข้อ ๑ ก็คือ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งได้เป็นผู้สรรหา สสร. ที่มาจากการสรรหาด้วยตัวเองเพื่อที่จะให้ทราบว่า เขายังขาดผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการในเรื่องใด ส่วนจำนวน สสร. สรรหาก็ยังเป็น ๒๒ ท่าน เหมือนกันกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่ว่าดิฉันได้สงวนไว้ ข้อ ค ก็คือว่าผู้มีประสบการณ์ ด้านการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย หรือการร่างรัฐธรรมนูญ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศไว้ จำนวน ๑๐ คน ทางคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากเขียนว่าตามหลักเกณฑ์ที่ประธานรัฐสภาเป็นคนกำหนด ตรงนี้ดิฉันก็ได้อภิปรายไป ครั้งหนึ่งแล้ว แล้วก็ยืนยันว่าวันนี้ถ้าเรายังเอารัฐสภา ถ้าเรายังเอาประธานรัฐสภามาเกี่ยวข้อง ในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ ก็ยังเป็นแบบที่ทุกคนเรียกว่าเสียงข้างมากลากไป เหมือนเดิมนะคะ ตรงนี้ดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ทำไมเราไม่เอาคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นคนกลาง หรือ กกต. มาเป็นบุคคลคัดสรร คัดเลือกตรงนี้ขึ้นมา ดิฉันคิดว่าตรงนี้เป็นเหตุผล คิดว่าวันนี้พี่น้องประชาชน บุคคลภายนอกพูดว่ารัฐสภาในตอนนี้เป็นเผด็จการรัฐสภา เป็นเผด็จการทางการเมือง ปิดกั้นการมีส่วนร่วมทั้งหมดของพี่น้องประชาชน ดิฉันก็ไม่อยาก ให้ได้ยินอย่างนี้ แต่ก็มีข่าว มีหนังสือพิมพ์หลายฉบับลงมาแล้ว แต่ดิฉันก็อยากจะเห็นว่า พี่น้องประชาชนพูดว่าวันนี้รัฐสภาทำเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ทำเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง พรรคใดพรรคหนึ่งที่เราคิดแล้วเราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นตรงนี้ค่ะ ขอกราบขอบพระคุณมากค่ะ