ทวีศักดิ์ คิดบรรจง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนและสมาชิกที่มาจากการคัดเลือกของที่ประชุมของรัฐสภา ทวีศักดิ์ คิดบรรจง เสนอหลักเกณฑ์ต่าง ๆ สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และขอเพิ่มจำนวนสมาชิกจาก 77 คน เป็น 200 คน พร้อมกับขอให้ไว้วางใจและตรวจสอบความเหมาะสมก่อนการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้าร่างรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ทวีศักดิ์ คิดบรรจง สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มีการอภิปราย ได้มีการแปรญัตติ กันอย่างกว้างขวางจำนวน ๑๐๐ กว่าท่านด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตาม ในระบอบประชาธิปไตยนั้น เราจำเป็นที่จะต้องมีความอดทนเพื่อที่จะรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายของสมาชิก ที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการเพื่อให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในบางประการ ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน กระผมขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๒๙๑/๑ ดังนี้ มาตรา ๒๙๑/๑ ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญทำหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามหมวดนี้ ประกอบด้วยสมาชิกดังต่อไปนี้
(๑) สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนจำนวนสองร้อยคน
(๒) สมาชิกซึ่งมาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุมของรัฐสภาจำนวนยี่สิบสองคน ดังต่อไปนี้
(ก) ผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชน จำนวนหกคน
(ข) ผู้เชี่ยวชาญสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ จำนวนหกคน
(ค) ผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย หรือการร่างรัฐธรรมนูญ ตามหลักเกณฑ์ที่ประธานรัฐสภาประกาศกำหนด จำนวนสิบคน
การเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตาม (๑) ให้ใช้เขตจังหวัดเป็น เขตเลือกตั้ง
การเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตาม (๑) ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียง ลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เขตละหนึ่งคน
ส่วนในเรื่องของหลักเกณฑ์ต่าง ๆ นั้น กระผมขอกราบเรียนว่าหลักเกณฑ์ ต่าง ๆ นั้น เมื่อวานนี้เพื่อนสมาชิกซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันแล้วก็ได้ขอแปรญัตติในลักษณะ เดียวกัน คือท่านเจริญ ภักดีวานิช และท่านสุริยา ปันจอร์ ได้อธิบายโดยละเอียดแล้ว กระผม เพื่อเป็นการรวบรัดและไม่ให้เสียเวลามาก กระผมจะไม่ขอกราบเรียนเพิ่มเติมครับ
ท่านประธานครับ เรื่องของสมาชิก สสร. ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรง ของประชาชน ซึ่งในร่างเดิมของกรรมาธิการนั้นกำหนดไว้จำนวน ๗๗ คน ผมขอกราบเรียนว่า ในเรื่องของจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะเลือกตั้งนั้นได้มีความคิดเห็นที่หลากหลาย บางท่านเห็นสมควรว่าจะมี ๑๕๐ คน บางท่านเห็นสมควรมี ๒๐๐ คน บางท่านเห็นสมควร มี ๗๗ คน เราลองมาดูครับว่าในอดีตที่ผ่านมาเราเคยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็จำนวน สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากจังหวัดต่าง ๆ นั้นเป็นอย่างไร ผมมาดูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ ปรากฏว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้มีการเลือกตั้งครับ ท่านอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้แต่งตั้งคณะกรรมการจำนวน ๑๘ คน ใช้เวลาร่าง ๓ เดือน แล้วก็ได้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๑๗ ซึ่งก็ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด ฉบับหนึ่งที่ได้กำหนดพิทักษ์ในเรื่องของสิทธิและเสรีภาพของประชาชนไว้อย่างกว้างขวาง แล้วก็มีหลักเกณฑ์ใหม่ ๆ เข้ามาในกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนั้นเป็นจำนวนมากด้วยกัน มาดูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมีทั้งสิ้น ๙๙ คน เลือกตั้งมาจาก จังหวัด จังหวัดละ ๑ คน รวม ๗๖ คน ซึ่งเท่ากับจำนวนจังหวัดในขณะนั้น แล้วก็จะมี ผู้ที่เชี่ยวชาญอีก ๒๓ คน รวมทั้งหมด ๙๙ คน เพราะฉะนั้นเมื่อดูตามจำนวนนี้แล้ว จำนวนของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่นัยสำคัญที่จะทำให้รัฐธรรมนูญนั้นดีหรือไม่ดี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งที่เราเคยมีมา เพราะฉะนั้น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จึงเป็นการแสดงว่าจำนวนของสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไม่มีนัยสำคัญที่จะทำให้รัฐธรรมนูญที่เราร่างขึ้นมานั้น เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีหรือไม่ดี อย่างไรก็ตาม ในปี ๒๕๑๗ และปี ๒๕๔๐ ที่เราร่างรัฐธรรมนูญนั้น บรรยากาศทางการเมืองเป็นบรรยากาศที่คนกำลังเรียกร้องหาประชาธิปไตย และสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญหรือกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนั้น เมื่อได้รับแต่งตั้งแล้วไม่ได้มีความกดดัน จากฝ่ายใด ๆ ว่าจะต้องร่างอย่างนั้น ต้องร่างอย่างนี้ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ ก็ดี หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๔๐ ก็ดีได้ใช้วิธีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน อย่างกว้างขวาง ก็เลยทำให้ผลผลิตออกมาคือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ และปี ๒๕๔๐ นั้น เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด คราวนี้มาถึง ณ เวลานี้ที่เราจะพิจารณาซึ่งทางกรรมาธิการนั้น ได้เห็นชอบตามร่างของรัฐบาล ก็คือมีสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ๗๗ คน จังหวัดละ ๑ คน รวมทั้งหมด ๗๗ คน แต่ในขณะเดียวกันผมมีความคิดเห็นว่าจำนวนสมาชิกที่ได้รับ การเลือกตั้งจากจังหวัดต่าง ๆ นั้น ควรจะเพิ่มจำนวนเป็น ๒๐๐ คน ถามว่าเพราะอะไร ท่านประธานครับ อย่างที่กระผมได้กราบเรียนแล้วว่าการร่างรัฐธรรมนูญวันนั้น ถ้าหากว่า ในสังคมไม่มีความขัดแย้ง ในสังคมต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง ผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะทำงานได้สบายครับ แต่ในขณะนี้ในสังคมของเราเต็มไปด้วยความหวาดระแวง เต็มไปด้วย ความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นในสภาแห่งนี้ก็เช่นเดียวกัน ความขัดแย้งก็มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในสภา ความขัดแย้งบนถนนหนทาง ความขัดแย้งในเมือง ความขัดแย้งในชนบท ความขัดแย้ง มีทั่วทุกหนทุกแห่ง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราจะดึงดันเอาจำนวน ๗๗ คน ตามร่างเดิมแล้วนี่ ในคำอภิปรายต่าง ๆ ที่สมาชิกได้อภิปรายไปแล้วก็คือว่ามีความวิตกกังวลว่าการเลือกตั้ง จากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจากจังหวัดต่าง ๆ จังหวัดละ ๑ คนนั้นเกรงว่าจะถูกครอบงำ จากพรรคการเมือง เกรงว่าจะไม่มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม เกรงว่าการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคล ๗๗ คนนี้ไม่เป็นไปตามหลักการที่แท้จริง ในเมื่อสังคมยังมีความขัดแย้งกันอยู่อย่างนี้นะครับ ถ้าหากว่าเราเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น ๒๐๐ คนเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงข้อครหาต่าง ๆ ผมคิดว่าเป็น เรื่องที่น่าสมควรที่จะทำ ผมอยากจะวิงวอนกรรมาธิการนะครับว่าท่านได้โปรดใจกว้างครับ รับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิกให้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานที่ออกไปถ้าหากว่าเราจะดึงดันเอาเพียง ๗๗ คนจากการเลือกตั้ง ในที่สุดก็จะมีข้อครหาแล้วมันก็จะเป็นจุดด่างของร่างรัฐธรรมนูญที่เรากำลังจะทำ มันไม่มีประโยชน์อะไรครับ ผมอยากจะขอกราบเรียนว่าจำนวน ๒๐๐ คนนั้น ก็คือการล้อมา จากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งจำนวนของสมาชิกที่จะได้นั้นก็จะเป็นไปตามสัดส่วนของ ประชากรต่าง ๆ ในจังหวัดต่าง ๆ จังหวัดเล็กได้น้อย จังหวัดใหญ่ได้มาก ซึ่งเป็นวิธีการ ที่เป็นธรรมที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าจำนวน ๒๐๐ คนเป็นจำนวนที่เหมาะที่สุดครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือจำนวนของผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายนี่นะครับ ซึ่งเราเอาผู้เชี่ยวชาญ มาจากกฎหมายมหาชนบ้าง ผู้มีความเชี่ยวชาญในทางรัฐศาสตร์ ในทางรัฐประศาสนศาสตร์ หรือผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์ทางด้านการบริหารราชการแผ่นดินจำนวน ๒๒ คน ซึ่งหลายท่าน ได้อภิปรายว่าเราไม่ควรที่จะแต่งตั้งจากบุคคลเหล่านี้ เพราะว่าไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน กระผมอยากจะขอกราบเรียนว่าสิ่งที่เรากำลังจะทำกันอยู่นี่ ก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งการที่จะทำรัฐธรรมนูญนี่นะครับ ถ้าหากว่าเราสามารถจะฟังความคิดเห็นให้หลากหลาย ที่สุดจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แล้วเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชน มากที่สุด สอดคล้องกับความต้องการของบ้านเมืองมากที่สุด เพราะฉะนั้นจำนวน ๒๒ ท่าน โดยเฉพาะนักวิชาการนั้นจะผ่านการตรวจสอบการคัดเลือกจากสภาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็คิดว่าได้มีการกลั่นกรองมาระดับหนึ่งแล้ว แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวน ๒๒ ท่านนั้น ถ้าหากว่าเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว กระผมเชื่อว่าความติฉินนินทา ต่าง ๆ ที่นักวิชาการรุ่นก่อน ๆ เคยได้รับ ว่าได้ร่างรัฐธรรมนูญโดยใช้จิตวิญญาณ โดยใช้เจตนารมณ์ ของผู้แต่งตั้งเข้าไปแทรกไว้ในรัฐธรรมนูญทำให้รัฐธรรมนูญนั้นไม่สามารถที่จะใช้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ผมคิดว่าจำนวน ๒๒ ท่านที่จะได้รับการแต่งตั้งนี้จะเป็นคนที่จะ ไม่สามารถที่จะทำหน้าที่ได้อย่างดี ถ้าหากว่าเราไม่ไว้ใจเขา ผมคิดว่าทั้ง ๒๒ ท่านที่จะได้รับ การแต่งตั้งนั้นย่อมจะต้องมีความระมัดระวังตัว อย่างน้อยที่สุด ๑. ก็ความเป็นครูบาอาจารย์ ๒. ก็คือการที่ได้รับการไว้วางใจจากสภาของมหาวิทยาลัยที่ท่านได้สังกัดอยู่ และอันที่ ๓ ก็คือ ได้รับการกลั่นกรองจากรัฐสภา เพราะฉะนั้นทั้ง ๒๒ ท่านนั้นคงจะไม่ได้ทำให้ขัดกับเจตนารมณ์ ของบ้านเมืองนะครับ เพื่อที่จะรับใช้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งอย่างแน่นอนครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตรงนี้จึงขอแปรญัตตินะครับ จำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเลือกตั้งนั้น จำนวน ๒๐๐ คน แล้วก็จากผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ จำนวน ๒๒ คน รวมทั้งสิ้น ๒๒๒ คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าจะรับได้ แล้วก็อยากจะขอกราบวิงวอนไปทาง กรรมาธิการอย่างที่ได้กราบเรียนแล้วครับ ขอขอบคุณครับ