รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕

วรงค์ เดชกิจวิกรม คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑/๕ และวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการแปรญัตติ โดยเน้นย้ำถึงการควบคุมการเลือกตั้งและความถูกต้องของกระบวนการนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบและจัดการเลือกตั้ง โดยไม่ให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกามีบทบาทในการรับรองผลการเลือกตั้ง

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ขอขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายต่อ ผมขออนุญาตพูดความรู้สึกกับท่านประธานเกี่ยวกับการแปรญัตติ ในมาตรา ๒๙๑/๕ เพราะผมเชื่อว่าวันที่ ๖ มันก็ต้องเก็บความรู้สึกที่อดทนไว้ทุกคนครับ เราก็ต้องการเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยจริง ๆ เราไม่ต้องการเห็น การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นปากว่าประชาธิปไตย แต่มันเป็นประชาธิปไตยย้อมสีครับ และไป ๆ มา ๆ กลายเป็นเผด็จการรัฐสภา ซึ่งผมเชื่อว่าเผด็จการรัฐสภามันหนักกว่า เผด็จการทหาร เพราะเผด็จการทหารมันเห็นลูกปืนครับ เห็นกระสุนปืน เห็นรถถัง มันรู้สึกว่า อันนี้ไม่ดี แต่เผด็จการรัฐสภาใส่สูทครับท่านประธาน แต่พวกมากลากไปเพื่อประโยชน์ ของใครคนใดคนหนึ่ง มันทำให้พวกเราต้องมาเหนื่อย ๖ วันแล้วรู้สึกว่าชาวบ้านรออยู่ ที่จังหวัดของผม ผมยังไม่ได้กลับไปเยี่ยมเขาเลยครับท่านประธาน ผมก็จำเป็นต้องบ่นได้บ้าง ผมเชื่อว่าขณะนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ความรู้สึกผมว่ากำลังมีมลทิน ถามว่าทำไมมีมลทินครับ ท่านประธาน เพราะว่าเรากำลังเรียกร้องผ่านไปยังคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากว่าท่านไม่เชื่อประชาชนเลยว่า ประชาชนจะสามารถเลือกคนที่มาทำหน้าที่ สสร. ทั้งหมดได้ในการร่างรัฐธรรมนูญ แต่ท่านกลับเชื่อว่าจะต้องมีคน ๒๒ คน มาทำหน้าที่ในการร่าง ดังนั้นขณะนี้ผมถึงบอกว่า ไป ๆ มา ๆ ผมเชื่อแล้วครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นต้นไม้พิษจริง เพราะผลไม้พิษ มันเกิดจากต้นไม้พิษ ก็คือพวกนี้ แล้วผลไม้พิษมันแรงมากมันถึงทำให้เกิดเผด็จการรัฐสภา ขึ้นมา เผด็จการรัฐสภาที่ไม่เชื่อว่าประชาชนจะทำหน้าที่ตรงนี้ได้ แล้วอยากจะกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าเมื่อเช้านี้ผมมานั่งจับกลุ่มคุยกัน ผมแปลกใจชีวิตพวกผมว่าทำไม ผมต้องมาเร่ง อดหลับอดนอน คุยกับพี่ ส.ว. หลายท่าน เอ๊ะพี่ ๆ ทำไมพวกเราต้องมาอดหลับอดนอน ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเพื่อประโยชน์ประเทศชาติจริงหรือเปล่า ถ้าประโยชน์ส่วนรวม พวกเราจะขยันขนาดนี้ไหม สุดท้ายพี่ ส.ว. ท่านหนึ่งเอารัฐธรรมนูญมานั่งพลิกดู อ๋อ สุดท้ายแล้วมันมีนัย เพราะว่า พ.ร.บ. ปรองดองจ่อแล้วมันเข้าไม่ได้ หรือ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม มันยังเข้าสภาไม่ได้ถ้ายังแก้รัฐธรรมนูญไม่เสร็จ ผมก็ไม่เข้าใจ ตอนหลังพี่ ส.ว. ก็เปิดกฎหมายให้ผมดูถึงอ๋อใช่แล้ว ผมเข้าใจ ทำไมถึงทำให้พวกผมต้องมาเหนื่อย อดหลับอดนอน เพราะว่ามีใครคนใดคนหนึ่งทางนั้นรอผลประโยชน์จากการร่างรัฐธรรมนูญอยู่ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว พ.ร.บ. นิรโทษกรรมที่จ่อไว้อยู่แล้วจึงจะเข้าได้ เพราะถ้าไป เร่งรีบเข้าตอนนี้ประโยชน์ในการที่จะนิรโทษมันได้แค่ประชาชน แต่คนบางคนมันไม่ได้ครับ มันถึงทำให้พวกเราต้องมาเหนื่อย ณ วันนี้ ฉะนั้นผมอยากจะบอกกับพี่น้องประชาชนนะครับ ว่าที่พวกผมต้องมาเหนื่อยวันนี้ผมกำลังจะมาต่อสู้เพื่อไม่ให้หลักกฎหมายของประเทศ หลักกฎหมายของบ้านเมืองถูกทำลาย วันนี้ผมคัดค้านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ท่านเร่งแม้แต่มาตรา ๒๙๑/๕ ในร่างเดิมท่านเขียนไว้ว่าท่านจะให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ออกระเบียบโดยอิง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. ซึ่งประเด็นนี้เองก็มีการถกเถียงกัน ในที่ประชุม คือสัก ๆ แต่เอา สัก ๆ แต่เร่ง สัก ๆ แต่รีบ แม้แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หลังจากที่มีการประชุมกันในที่ประชุม วันนั้นผมจำได้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากก็เชิญตัวแทน กกต. มาชี้แจง เมื่อมีการพูดคุยกันว่า เอ๊ะถ้าให้ กกต. ออกระเบียบประกอบรัฐธรรมนูญ วันนั้นมีการพูดกัน ผมก็บอกผมก็เพิ่งได้ยินเหมือนกัน ผมเคยได้ยินแต่ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เคยได้ยินคำว่าระเบียบประกอบ รัฐธรรมนูญ แล้วจนกระทั่งตอนหลังก็มีการเสนอความเห็นกันว่าถ้าออกไปตามนี้มันไม่ดีแน่ เราต้องให้ กกต. เอาไปปรึกษาหารือกันในที่ประชุมของ กกต. เองดูสิว่าถ้าจะออกระเบียบ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร. โดยอิง พ.ร.บ. การเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. จะได้ไหม ปรากฏว่า กกต. มีหนังสือตอบมาท่านประธานครับ กกต. มีหนังสือตอบมาเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕ ซึ่งมีบทสรุปชัดเจนว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติเห็นว่าในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ควรจะมีหลักเกณฑ์และวิธีการการเลือกตั้งสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยออกเป็นกฎหมายเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไว้เป็นการเฉพาะ อันนี้คือความเห็นของ กกต. ในจดหมายฉบับแรกครับ ความจริงผมว่าพวกเรา ท่านประธานครับ ก็ต้องบอกเพื่อนสมาชิกเสียงข้างมากที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยแต่ย้อมสี คือลำพัง กกต. มีหนังสือฉบับนี้มาผมก็โอเคแล้วครับ แล้วพวกผมเองเสียงข้างน้อยเองเราเห็นหนังสือฉบับนี้แล้ว เขายืนยันมาเป็นทางการว่าต้องการกฎหมายเพราะเขาบอกในที่ประชุมเราตอนนั้น ว่าลำพังออกเป็นระเบียบ เกิดถ้ามีคนโกงการเลือกตั้งทำผิดขึ้นมาเอาผิดเขาลำบาก มันไม่มี กฎหมายรองรับ แต่สุดท้ายท่านก็ไม่จริงใจ ท่านประธานสามารถท่านบอกว่าท่านใจกว้าง เชิญตัวแทน กกต. มา เชิญตัวแทนศาลมา เชิญตัวแทนประชาชนมารับฟังความคิดเห็น แต่คำถามถามว่าท่านได้ทำตามเขาไหม ไม่ได้ทำเลยครับ ท่านเชิญตัวแทนประชาชนมา แม้แต่ภรรยาคุณเหวงครับ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ในนามของภาคประชาชน ท่านได้เชิญ กลุ่มของอาจารย์โคทม หลาย ๆ กลุ่มมา เพราะแต่ละกลุ่มเขาแสดงความเห็นชัดเจนว่า ต้องการ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง ถามว่าท่านฟังความคิดเห็นเขาไหม ท่านก็ไม่ได้ฟัง ท่านเชิญ กกต. มา ถาม กกต. ว่าถ้าอย่างนี้ได้ไหม อย่างนี้ได้ไหม ให้ไปประชุมปรึกษาหารือมา จนกระทั่ง กกต. มีหนังสือลงวันที่ ๒๗ มีนาคม บอกว่าไม่ได้ต้องการ พ.ร.บ. ว่าด้วย การเลือกตั้ง สสร. ถามว่าท่านทำไหม ท่านก็ไม่ได้ทำ ดังนั้นคำตอบที่ท่านบอกว่าท่านเชิญ หน่วยงานต่าง ๆ มาเพื่อรับฟังความคิดเห็นเอามาเป็นพระอันดับเฉย ๆ เพื่อให้กรรมาธิการ เสียงข้างมากได้อ้างได้อย่างเต็มปากว่าวันนี้เราเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มารับฟังแล้ว แต่ท่าน ไม่เคยทำตามข้อเสนอเรียกร้องของหน่วยงานต่าง ๆ เลย แม้แต่ภาคประชาชน มันทำให้ผม พูดได้อย่างเต็มปากว่าเสียงข้างมากทรยศประชาชน คุณหมอเหวงก็ทรยศคนเสื้อแดงด้วย ท่านทรยศ ท่านอย่ามาส่ายหน้าเลยครับ ท่านทรยศจริง ๆ เพราะพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดง ผมไปดูร่าง เขาต้องการ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งประชาชน ภรรยาท่านก็มานั่งนำเสนอว่า ต้องการ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่ท่านก็ไม่ทำให้เขา ท่านประธาน ที่เคารพครับ นอกจากผมมีความรู้สึกตำหนิในหลักเกณฑ์ที่อยู่ในร่างของคณะรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งสุดท้ายในเมื่อ กกต. บอกว่าทำไม่ได้ ต้องการ พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร. แทนที่ท่าน จะเร่งตอบสนองและมาหาความเหมาะสมในการผลักดันกฎหมายมา ๑ ฉบับ แต่เนื่องจากว่า อย่างที่ท่านเทพไทบอก และประกอบกับผมได้ปรึกษากับพี่ ๆ ส.ว. ที่มีความรู้เรื่องกฎหมาย ถึงรู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เร่งเนื่องจากว่ามันต้องเร่งทำให้จบ หลังจากเร่งทำให้จบแล้ว จะมีการเสนอ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมเข้ามาจะได้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มันก็เป็นการเร่ง จุดประสงค์เพื่อคนบางคนจริง ๆ ครับ ในเมื่อถึงตรงนี้แล้ว แม้แต่กฎหมายเพื่อการเลือกตั้ง สสร. ท่านก็ไม่ทำ สุดท้ายก็ต้องอาศัยนักกฎหมายครับ ซึ่งปรากฏว่าท่านก็ไปเจอกฎหมายอยู่ ๑ ฉบับ ก็คือ พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ท่านก็ เอาเรื่องนี้มาใช้ คำถามถามว่า ท่านแน่ใจหรือว่าศักดิ์และสิทธิของ พ.ร.บ. เลือกตั้งสมาชิก สภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นกับ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร. ศักดิ์และสิทธินั้นเท่ากันครับ พวกเราในฐานะสมาชิกสภาเราจำได้ พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. ศักดิ์และสิทธิเหนือกว่า พ.ร.บ. ทั่วไป เวลาผ่าน พ.ร.บ. ทั่วไปผ่านด้วยเสียงข้างมาก แต่ถ้า พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญเวลาผ่าน ต้องเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิก ดังนั้นศักดิ์และสิทธินั้นเหนือกว่า แล้ว สสร. เป็นองค์กร ตามรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน เพราะท่านแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีองค์กรนี้ขึ้นมา เวลาออก ก็ควรจะออกเป็น พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งศักดิ์และสิทธิเหนือกว่า พ.ร.บ. การเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ท่านไม่สนใจ เพราะว่าท่านต้องการจะเร่งรีบ ท่านก็เลยอาศัย นักกฎหมายของท่านเองในการเอา พ.ร.บ. ท้องถิ่นมาประกอบใช้ คำถามที่จะต้องถาม เพื่อให้เกิดความชัดเจน ผมก็ต้องอ้างอิงท่านประพันธ์ นัยโกวิท ซึ่งท่านเป็นคณะกรรมการ การเลือกตั้งด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ท่านก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกังวลใจที่บอกว่า ถ้าใช้ พ.ร.บ. ท้องถิ่นมาเลือกตั้ง สสร. ช่องโหว่มันเพียบพอสมควร แล้วดูท่าทางแม้แต่ท่าน เป็น ๑ ใน ๕ เสือ กกต. ท่านก็มึนอยู่เหมือนกัน ท่านก็มีประเด็นที่ถามซึ่งผมดูแล้ว ถ้าไม่ไปใช้ สิทธิเลือกตั้ง สสร. จะเสียสิทธิในการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นหรือไม่ ซึ่งท่านต้องตอบนะครับ เพราะปกติแล้วถ้าเราไม่ไปเลือกตั้งท้องถิ่นเราเสียสิทธิเรื่องท้องถิ่น แต่ถามว่าเกิดถ้าไม่ไป เลือกตั้ง สสร. จะเสียสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ ประเด็นถัดมาคือ รัฐธรรมนูญที่ท่านแก้ไขฉบับนี้ท่านก็ไม่ได้เขียนความชัดเจนเลยว่า ไม่ได้บัญญัติว่า การเลือกตั้ง สสร. เป็นหน้าที่ เพราะโดยปกติแล้วเวลาเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. เราบัญญัติไว้ เป็นหน้าที่ แต่ครั้งนี้รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้บัญญัติว่าการเลือกตั้ง สสร.เป็นหน้าที่ เมื่อไม่ได้ ไปใช้สิทธิจึงไม่ถือเป็นเหตุแห่งการเสียสิทธิหรือไม่ ซึ่งผมถือว่าคำถามข้อที่ ๒ ท่านก็ต้อง ชี้แจงให้กับพวกเราได้รับทราบ

ประเด็นถัดมาคือ ถ้าสมมุติว่าประชาชนไปใช้สิทธิในการเลือกตั้ง สสร. แล้ว คนที่เสียสิทธิไปนั้นจะได้รับสิทธิกลับคืนมาหรือไม่ เพราะเนื่องจากว่าท่านเอา พ.ร.บ. ท้องถิ่น มาใช้ในการเลือกตั้ง สสร. แม้แต่ กกต เอง ผมอ่านบทสัมภาษณ์เขาในประเด็นข้อกังขา พวกผมเองก็ต้องเอาประเด็นเหล่านี้มาซักถามคณะกรรมาธิการเพื่อตอบให้พวกผม และพี่น้องประชาชนให้เกิดความเข้าใจ ท่านประธานที่เคารพครับ จุดที่พวกผมยังกังวลใจ ซึ่งสอดคล้องกันกับเพื่อนสมาชิกที่ได้พูดไปก่อนหน้านี้ เราจำได้ว่าอย่างเลือกตั้งนายก อบจ. มีการหาเสียงได้ มีการจัดเวทีปราศรัยได้ และมีพรรคการเมืองไปช่วยหาเสียงได้ แต่ถามว่า ถ้าเกิดมีการเลือกตั้ง สสร. ในเมื่อท่านจะเอาการเลือกตั้งนายก อบจ. มาใช้โดยอนุโลม ถามว่า สสร. ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงได้ไหม หรือแค่แจกบัตรเฉย ๆ แล้วถามความรู้สึก พวกเราแบบตรงไปตรงมา เราคิดว่าการพบปะประชาชนของ สสร. ควรจะให้เขาจัดเวที ปราศรัยไหม มีประชาชนมาฟังเป็นพันเป็นหมื่นคนหรือไม่ หรือแค่เดินแจกบัตรเฉย ๆ ถ้าถามความเห็นผม ในเมื่อ สสร. ท่านเอาเขามาทำหน้าที่มาระดมสมอง ระดมความคิดเห็น เพื่อมาออกพิมพ์เขียวของประเทศไทยในฉบับใหม่ เขาไม่ได้ไปทำหน้าที่อย่างอื่น เราต้องการ คนดี คนมีความรู้ คนมีความสามารถ ท่านก็ควรจะกำหนดเกณฑ์ว่าให้เขาแจกบัตรแนะนำตัว ก็พอ แต่ถ้าเลือกตั้งท้องถิ่น เลือกตั้งนายก อบจ. เราเห็นเวทีปราศรัยเกณฑ์คนมาเป็นพัน เป็นหมื่นคน ท่านก็รับรู้อยู่แล้วว่าเวลาจัดปราศรัยใหญ่ทีเอาคนมาเป็นพันเป็นหมื่นคน ค่าใช้จ่ายมันเยอะ ถ้าค่าใช้จ่ายมันเยอะ ดีไม่ดีพรรคการเมืองก็เข้ามาหนุน สุดท้าย สสร. พวกนี้ก็ต้องรับจ๊อบตามใบสั่งอีก ดังนั้นประเด็นเหล่านี้ท่านก็ต้องทำความเข้าใจกับพวกผม แล้วก็พี่น้องประชาชนทางบ้าน แล้วประเด็นที่ข้อกังขาก็คือวันนี้ในมาตรา ๒๙๑/๕ ที่ท่านเขียนออกมาเหมือนกับว่าท่านต้องการให้ กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งเท่านั้น เพราะลำพังจะให้ใบเหลือง ใบแดงก็แทบจะไม่ใช่เป็นหน้าที่ กกต. แล้ว ท่านส่งให้เป็นภารกิจ ของศาลอุทธรณ์ ผมจำได้ว่าวันนั้นตัวแทน กกต. ได้มาชี้แจงในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ เขาก็พูดเปรย ๆ อย่างนี้ว่าเขาก็มีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งเท่านั้น ส่วนที่เหลือให้เป็น หน้าที่ของศาลอุทธรณ์ แล้วท่านลองนึกนะครับว่ามันจะไม่โกงกันมโหฬารหรือท่าน คือคนที่มาทำหน้าที่ในการสมัครรับเลือกตั้ง สสร. คนเวลาแข่งขันกันแล้วมันมีจิตวิทยา คือทุกคนต้องการชนะ คือไม่ว่าจะแข่งอะไร ระดับไหนก็แล้วแต่มันมีจิตวิทยาซ่อนอยู่ว่า ต้องการชนะ เวลาต้องการชนะเขาก็ใส่กันเต็มที่ แล้วเขาก็เชื่อได้ว่าถ้าใส่กันเต็มที่ ได้ชนะขึ้นมาแล้วมีโอกาสได้รับจ๊อบจากผู้ต้องการให้รัฐธรรมนูญเป็นไปตามทิศทางที่เขาต้องการ เขาก็มีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนอย่างมหาศาล ฉะนั้นประเด็นเหล่านี้ผมเสียดายโอกาส แทน กกต. เพราะ กกต. เขาควรทำหน้าที่ของเขาในการควบคุมการเลือกตั้ง จัดการเลือกตั้ง และอาจจะให้ใบเหลือง ให้ใบแดง แต่วันนี้ท่านตัดสิทธิ กกต. ทั้งสิ้น และมิหนำซ้ำจุดที่ น่ากังวลใจท่านกำหนดสูตรในกฎหมายฉบับนี้ รัฐธรรมนูญหลังจากแก้ไขเสร็จแล้วคือสูตร ๑๕ ๒๐ ๔๐ ๑๕ เพื่อให้พี่น้องประชาชนทางบ้านเข้าใจชัดเจน ฟังอีกครั้งนะครับ สูตร ๑๕ ๒๐ ๔๐ ๑๕ สูตรนี้รวมเบ็ดเสร็จ ๙๐ วันจะต้องมี สสร. ๑๕ วันแรกก็คือมีพระราชกฤษฎีกา การเลือกตั้ง ๒๐ วันก็คือให้สมัคร ๔๐ วันก็คือให้หาเสียง แล้วก็อีก ๑๕ วัน ก็คือให้ กกต. รับรอง ถ้าเกิดว่าท่านจัดการเลือกตั้งก็คือมีเวลาให้ กกต. ทำการรับรอง ๑๕ วัน ก็เหมือนกับว่า งานนี้จัดไปเถอะแล้วก็มีเวลา ๑๕ วันรับรอง แทบจะไม่ต้องคิดอะไรครับ ใครชนะมาก็รับรอง คนนั้นเป็น สสร. คือเหมือนกับว่า พ.ร.บ. ท้องถิ่นที่มาอนุโลมใช้ในมาตรา ๒๙๑/๕ ให้ กกต. มีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง สสร. สัก ๆ แต่ทำครับ ผมพูดอย่างเต็มปากครับท่านประธาน เพราะผมไม่รู้จะใช้ภาษาอะไร ภาษาคำว่า สัก ๆ แต่ทำ มันเห็นภาพครับ ผมเป็น กกต. ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ก็มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งก็นอนอยู่บ้านเฉย ๆ เวลา ๑๕ วันมันน้อยมาก ในการที่จะตรวจสอบความถูกต้อง ตรวจสอบการทุจริต ตรวจสอบอะไรเวลามันน้อยมาก แล้วเมื่อสักครู่เพื่อนผม ท่านเทพไทพูดชัดเจนว่า ๓๐ วันที่ให้ศาลทำหน้าที่ บังเอิญผมไม่ได้ เป็นนักกฎหมายแต่รู้ว่าอำนาจศาลอุทธรณ์มันครอบคลุมหลายจังหวัด กว่าจะเดินทาง กว่าจะติดต่อ กว่าจะประสานงานแทบจะไม่มีเวลา ก็เหมือนกับว่าสัก สักแต่ให้ศาลลงรับรองเฉย ๆ แต่คำว่า กกต. มันน่าย้ำท่านประธานครับ ๑๕ วัน ขนาดพวกผมเลือกตั้ง ส.ส. ๑ ปี ยังไม่จบเลย กกต. ต้องตรวจสอบต้องดูโน่นดูนี่เพื่อให้เกิดความชัดเจน กว่าจะมีมติว่าจะให้ใบเหลือง หรือจะให้ใบแดงแล้วก็จะส่งใครไปให้ศาลฎีกาพิพากษาให้เวลา ๑ ปี แต่ครั้งนี้ท่านให้เวลา ๑๕ วันครับ ท่านประธานสามารถที่เคารพครับ ท่านได้โปรด ใช้วิจารณญาณว่าท่านกำลังทำปู้ยี่ปู้ยำประเทศไทยหรือไม่ครับ ท่านกำลังปู้ยี่ปู้ยำเพื่อให้ได้มี องค์กรที่ชื่อว่า สสร. เพียงแต่ว่านายของท่านต้องการใช่ไหม นี่ประเทศไทยนะครับ ไม่ใช่ของพวกท่าน ท่านก็ต้องทำในสิ่งที่ประชาชนคนไทยได้ประโยชน์สิครับ การที่ให้ กกต. ใช้เวลาแค่ ๑๕ วัน รับรอง สสร. มันน้อยเกินไปครับ มันน้อยมาก ๆ จนผมต้องย้ำว่า นี่คือกฎหมายที่สัก ๆ แต่ให้มีการเลือกตั้ง สสร. ผมจึงอยากจะเรียกร้องนะครับว่าผมไม่เห็นด้วย ผมคิดว่าสิ่งที่เหมาะสมและเป็นเกียรติยศของประเทศมากที่สุด ก็ในเมื่อว่าท่านเขียนกฎหมาย ฉบับนี้ให้มี สสร. สสร. ก็เปรียบเสมือนเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ท่านร่างขึ้นมาใหม่ ท่านจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมี พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นเกียรติและศักดิ์ศรี และด้วยฐานะของกฎหมายที่เหนือกว่า พ.ร.บ. ทั่วไปครับ แล้วผมว่าการเลือกตั้ง สสร. จะสง่างามมากกว่า ดังนั้นผมถึงพูดได้เต็มปากว่าวันนี้เราแปรญัตติมาถึงมาตรา ๒๙๑/๕ เราก็เจอมลทินของการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมถึงอยากจะเรียกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือฉบับที่เป็นมลทินมากที่สุดในชีวิตทางการเมืองของผมครับ ไล่มาตั้งแต่หลักการก็มีมลทินครับ มาตรา ๒๙๑/๑ ก็มีมลทิน ทุกอย่างมีมลทินหมด แม้แต่เมื่อคืนนี้ที่ท่านพีระพันธุ์พูดถึง มาตรา ๒๙๑/๔ ที่ท่านอนุญาตให้ ๒๒ คนของท่านที่จะมารับจ็อบเป็นข้าราชการได้ ลำพังแค่นี้ก็ได้เงินเดือน ๒ เท่าแล้วท่านประธาน เอาเปรียบคนอื่นก็เป็นมลทินแก่ชีวิตแล้ว ท่านประธาน มาเจอมาตรา ๒๙๑/๕ ที่บอกว่า กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ทุกอย่างต้องจบ ภายใน ๙๐ วัน ภายใต้สูตร ๑๕ ๒๐ ๔๐ ๑๕ สุดท้ายคือ ๑๕ วันสุดท้าย กกต. ไม่ต้องทำอะไรเลย รับรองอย่างเดียวครับ โกงไปเลยไม่มีปัญหา เพราะ กกต. ทำอะไรไม่ได้ กกต. ไม่มีเวลา ต้องรับรองอย่างเดียวเท่านั้น อย่าได้โปรดสัก ๆ แต่ทำ และสัก ๆ แต่เร่งในการผลักดัน แก้ไข พ.ร.บ. กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมย้ำนะครับ เตือนท่านแล้ว เตือนท่านหลายรอบนะครับ ขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ท่านได้โปรดเข้าใจ ว่าวันนี้การจัดการเลือกตั้งที่ จะเกิดขึ้นโดย กกต. เวลา ๑๕ วันมันน้อยมากครับ พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่านครับ และขณะนี้เสียงข้างมากกำลังจะลากไปให้เกิด ปรากฏการณ์เช่นนี้ ดังนั้นผมจึงจำเป็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันจึงเป็นเผด็จการรัฐสภา ที่ต้องเรียนให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ และอยากกราบเรียนไปยังประชาชนคนไทย ทั้งประเทศได้โปรดอดทนนิดหนึ่งนะครับ อดทนติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะว่ามันจะผลเสียกับประเทศไทยครั้งใหญ่นะครับ ขอให้พี่น้องประชาชนได้โปรดติดตามนะครับ แล้วผมเชื่อว่าถ้าเราช่วยกันแล้วจะเป็นประโยชน์ในการพิทักษ์รักษาซึ่งรัฐธรรมนูญที่ดี ของประเทศไทยไว้ครับ ผมย้ำว่าผมไม่เห็นด้วยในมาตรานี้และขอแปรญัตติให้มี พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร. จะเป็นประโยชน์มากกว่าในการจัดการ เลือกตั้ง ขอบคุณครับ