รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕

อลงกรณ์ พลบุตร เสนอข้อเสนอแก้ไขมาตรา 115 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความยุติธรรมในการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการห้ามสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และมีคุณสมบัติข้อห้ามให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง หรือเคยเป็นสมาชิก หรือเคยดำรงตำแหน่งและพ้นจากการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองใด ๆ ในพรรคการเมืองมาแล้วยังไม่เกินสามปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง

นายอลงกรณ์ พลบุตร กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ใน (๔) กับ (๕) ที่กระผมต้องเรียนท่านประธานว่าความจริงก็อ้างอิงในรัฐธรรมนูญทั้งปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ ในมาตรา ๑๑๕ เพราะเห็นว่าความเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือการเป็นสมาชิก พรรคการเมืองที่เรากำหนดเป็นคุณสมบัติข้อห้ามของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่เพียงพอ ควรจะไปถึงในเรื่องของความเป็นสมาชิกในครอบครัว เพราะวันนี้ก็ต้องยอมรับว่า สมาชิกรัฐสภาของเราไม่ต่างไปจากสมาชิกรัฐสภาของประเทศอื่น ๆ เพราะเราไม่ได้มีข้อห้าม ในการที่จะให้สมาชิกในครอบครัวจะเป็นบุพการี จะเป็นลูกหลานที่มีนามสกุลเดียวกัน หรือต่างนามสกุลแต่เป็นเครือญาติกันได้อาสามาทำหน้าที่ จะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสมาชิก เราไม่ได้มีข้อห้ามดังกล่าวครับ เพียงแต่ว่าในขณะนี้เราได้นำหลักการดังกล่าวนั้น มาล้อมรั้วไว้สำหรับในเรื่องของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผมก็ต้องขออภัยถ้าหากว่า บางเหตุผล บางถ้อยคำอาจจะกระทบและดูเหมือนกับว่าเรากำลังดูหมิ่นตัวเราเอง แต่นี่เป็น การเสียสละในอีกแง่หนึ่งเหมือนอีกด้านของเหรียญที่เราจะต้องยอมเสียสละในบางครั้ง ยอมเสียสละโอกาสของคนในครอบครัว ทั้งที่เขาอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องผูกพันใด ๆ ต่ออุดมการณ์ ทางการเมือง ต่อความเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ทั้งในอดีตและปัจจุบัน แต่เราก็จำต้อง เสียสละ ดังนั้นกระผมก็เห็นว่าใน (๔) ดังกล่าวนั้นก็ขออ้างอิงจากในส่วนของมาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน ใน (๕) นั้น กระผมได้เพิ่มเติมคุณสมบัติ ข้อห้ามไว้ว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง หรือเคยเป็นสมาชิก หรือเคยดำรงตำแหน่งและพ้นจากการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองใด ๆ ในพรรคการเมืองมาแล้วยังไม่เกินสามปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง

ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่กราบเรียนท่านประธานด้วยความจริงใจและไปถึง กรรมาธิการเสียงข้างมากว่าแม้แต่ในพรรคของกระผมเอง พรรคประชาธิปัตย์ในการประชุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมการบริหารของพรรค มีความเห็นที่แตกต่างกัน ค่อนข้างมากเหมือน ๒ ขั้วครับ แต่ความแตกต่างไม่ใช่ความแตกแยก แต่ความแตกต่าง เป็นเรื่องที่จะต้องหาเหตุผลที่จะได้มาซึ่งข้อสรุป แม้ว่าจะไม่ได้เสียงที่เป็นเอกฉันท์ กระผมเชื่อว่า แนวความคิดที่กระผมได้นำเสนอในการเสนอคำแปรญัตติดังกล่าวนี้ อาจจะถูกมองว่าทำไม ถึงไปกีดกั้นสิทธิทางการเมืองของสมาชิกพรรคการเมืองหรือผู้ที่ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง ทั้งปัจจุบันและในอดีต โดยมีกรอบเวลาที่จะต้องพ้นจากความเป็นสมาชิกหรือการดำรง ตำแหน่งในพรรคการเมืองนั้น ๓ ปี กระผมมีความเชื่อมั่นว่าถึงแม้โดยหลักพื้นฐานทางการเมือง เราจะยึดหลักเรื่องการมีส่วนร่วมในการเมืองว่านี่คือคุณภาพของประชาธิปไตย นั่นหมายความว่า พลเมืองที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้นได้แสดงออกถึงความตื่นตัวทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย และประสงค์ที่จะมีส่วนร่วมทางการเมือง หรือบุคคลที่มีตำแหน่ง ในพรรคการเมืองนั้นถือว่ามีการมีส่วนร่วมทางการเมืองในอีกระดับหนึ่ง และทำไม ด้วยเหตุผลกลใดจึงไปจำกัดสิทธิของเขา ในเมื่อเราได้รับการพร่ำสอนมาตลอดว่าการพัฒนา การเมืองและระบอบประชาธิปไตยนั้นจะพัฒนาก้าวหน้าได้ จะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ตั้งแต่การเป็นสมาชิกพรรคการเมือง การเข้าไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองในพรรคการเมือง จนกระทั่งการสมัครรับเลือกตั้งในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ นี่คือหลักที่เรา ไม่เคยปฏิเสธและยากที่จะหาเหตุผลในการปฏิเสธ แต่ขณะเดียวกันกระผมก็ต้องหักเห หลักการดังกล่าวด้วยการเสนอหลักการใหม่ นั่นก็คือหลักการที่อยู่ตรงข้ามในแนวความเชื่อเดิม ก็ด้วยความเชื่อที่กระผมได้ยึดเป็นหลักที่อธิบายต่อท่านประธานและสมาชิกรัฐสภา เพื่อขอการสนับสนุน นั่นก็คือการไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย และต้องพิสูจน์ระยะเวลาหนึ่ง กระผมหวังอย่างยิ่งว่าคำอภิปรายของกระผมนั้นจะมีส่วนต่อการใช้ดุลยพินิจทบทวน ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก และหรือการลงมติของสมาชิกรัฐสภาเสียงข้างมาก กระผม มีความตั้งใจเช่นเดียวกับสมาชิกรัฐสภาทุกท่านครับว่าหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองครั้งนี้ บนเส้นทางของการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราจะก้าวพ้นความขัดแย้ง เราจะก้าวพ้น ความล้าหลังทางการเมือง เราจะก้าวข้ามผลประโยชน์ทางการเมืองของบางฝ่ายบางพวก ไม่ว่า สีใด ไม่ว่าฝ่ายใด เราจะก้าวสู่ถนนเส้นใหม่ทางการเมืองที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เป็นรัฐธรรมนูญของทุกคน ผมจึงขอท่านประธานได้โปรดพิจารณาในมาตรา ๒๙๑/๓ ในเรื่อง ของคุณสมบัติและคุณสมบัติต้องห้ามของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขอบคุณท่านประธานครับ