รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕

วัฒนา เมืองสุข หารือเรื่องการยื่นความเห็นแย้งของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และเรียกร้องให้เลขานุการตรวจสอบความเห็นแย้งนั้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องรายงานฉบับสีส้มของสถาบันพระปกเกล้า และการดำเนินการของกรรมาธิการที่ไม่ถูกต้อง โดยอ้างอิงจากหลักการของสหประชาชาติและใช้กรณีศึกษาจากประเทศฝรั่งเศส

นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง กระผมขอใช้เวลา สั้น ๆ ของสภาได้กราบเรียนท่านประธาน ซึ่งความจริงแล้วประเด็นที่กระผมกราบเรียน ไม่เกี่ยวข้อง ความจริงไม่ควรจะเป็นประเด็นด้วยซ้ํา เพราะเรื่องที่กําลังจะพูดกันคือ เราจะมีการเลื่อนวาระนี้หรือไม่ แต่ว่าเมื่อมีการพาดพิงก็ขออนุญาตใช้โอกาสนี้ใช้เวลาสั้น ๆ

ประการแรก ท่านประธานครับ ในวันอังคารที่ ๒๐ มีนาคมที่ผ่านมา มีการรับรองรายงานการประชุมเรียบร้อย ได้มีการสอบถามมติที่ประชุม มติที่ประชุม เห็นด้วยนะครับ กับรายงานสถาบันพระปกเกล้า แล้วก็ได้มีการรับรองรายงาน ในขณะที่ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้แสดงความเห็นแย้ง ที่ประชุมก็มีมติ ให้ท่านได้ส่งความเห็นซึ่งท่านก็รับปากครับว่าจะส่งความเห็นแย้งมาในวันพฤหัสบดี ผมได้ยินกับหูครับ แล้วก็หวังว่าคนที่พูดก็จะยอมรับ ยืนยันว่าจะส่งมาภายในวันพฤหัสบดี ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ติดตาม แต่ก็มิได้ส่งมา จึงเป็นเรื่องที่ท่านเลขานุการชวลิตได้อธิบาย ได้กราบเรียนท่านประธานว่าเพื่อความใจกว้างไปค้นชวเลข เอาชวเลขที่เขาได้อภิปรายนั้น มาเป็นความเห็นแย้ง

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ รายงานของสถาบันพระปกเกล้าฉบับสมบูรณ์ ได้ส่งมอบให้คณะกรรมาธิการเรียบร้อยแล้วครับ ฉบับสีส้ม โดยท่านรองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เป็นผู้นํามาส่งมอบให้กับท่านประธานว่าสถาบันพระปกเกล้าได้ทํารายงาน ฉบับสมบูรณ์แล้วเสร็จขอส่งมอบ ในกระบวนการของสถาบันพระปกเกล้าก็ถือว่าแล้วเสร็จ เรียบร้อยสมบูรณ์แล้วครับ เป็นความเห็นทางวิชาการ ชอบ ไม่ชอบ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ประการที่ ๓ ต่อความเห็นที่ว่าสถาบันพระปกเกล้าได้เสนอประเด็น ที่ละเอียดอ่อนต่อสังคม ๒ ประเด็น นั่นคือประเด็นเรื่องของการนิรโทษกรรมคดีความผิด ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองและขอให้ยกเลิกผลทางกฎหมายเพื่อรักษากระบวน ยุติธรรม ผมเรียนยืนยันครับว่าในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ท่านประธานก็มีข้อสังเกตว่า เรื่องนี้เราน่าจะรวบรวมข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าทั้งหมดส่งสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ยืนยันอีกครั้งครับว่ากรรมาธิการของพรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเอ่ยนาม คือท่านสุทัศน์ เงินหมื่น เป็นคนบอกว่ากรรมาธิการไม่ใช่ไปรษณีย์ คณะกรรมาธิการ ควรจะมีความเห็นต่อทางเลือกของสถาบันพระปกเกล้าในทางใดทางหนึ่ง เพื่อประกอบรายงาน เสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ส่วนสภาผู้แทนราษฎรจะเห็นด้วยหรือไม่เป็นเรื่องของสภา ท่านมิได้บอกว่าให้เห็นกับรายงานอย่างไร ในเมื่อสรุปเมื่อกี้ท่านยังบอกว่าควรรับทราบ ไม่ใช่เห็นชอบ และท่านจะมาบอกว่าท่านเสนอให้เห็นชอบกับรายงานได้อย่างไรครับ แม้แต่ในที่ประชุมกรรมาธิการครั้งถัดมาเมื่อมีการพูดถึงเรื่องนี้ ท่านก็ยังยอมรับ ผมพร้อม ที่จะให้ชวเลขหรือท่านจะเอาเจ้าหน้าที่กรรมาธิการทั้งกองมาพิสูจน์ก็ได้ ท่านเป็นคนเสนอ ผมพูดอย่างนี้เพื่อบอกไปยังหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านว่าที่ท่านตําหนิว่ากรรมาธิการไปมีเสียง ไปมีมติได้อย่างไร ท่านต้องถามคนในพรรคของท่านเองว่าเสนอมาได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ประชุมส่วนใหญ่เขาเห็นว่าไม่ควรเสนอ แต่เมื่อที่ประชุมเสียงข้างน้อยเสนออย่างไร กรรมาธิการส่วนใหญ่จะเอาตามครับ เพราะผมไม่ต้องการให้เป็นเรื่อง ผมรู้ว่ามีการ จ้องหาเรื่องอยู่ตลอดเวลา ท่านประธานครับ ที่สําคัญในเรื่องของรายงานของ คณะกรรมาธิการ จะมีความสมบูรณ์หรือไม่ ไม่ใช่เวทีที่ท่านเหล่านี้จะมาวิจารณ์ การที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการ ๓๘ ท่าน ไปศึกษาพิจารณา แล้วก็ทํารายงานมาเสนอสภา ก็เสมือนให้ผมไปทํารายงาน วันนี้ผมกําลังจะไปส่งรายงาน ให้สภาผู้แทนราษฎร คือครู รายงานของผมจะถูกต้อง ไม่ถูกต้อง สภาผู้แทนราษฎร จะเป็นคนพิจารณาครับ แล้วเขาก็จะบอกว่าถ้ารายงานผมไม่ถูกต้องเขาก็ไม่รับ หรืออาจจะบอกไปทํามาเพิ่มเติม มันก็เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ยังไม่ใช่เวทีนี้จะมาวิจารณ์ เพียงแต่วันนี้ผมไปหาครูผม ไม่ได้เพราะว่าโรงเรียนปิด ท่านประธานครับ ผมก็เลยมาหาครูใหญ่คือตรงนี้ ขอกุญแจ ไขประตูโรงเรียนหน่อยผมจะไปหาครูผม สภาแห่งนี้เสมือนครูใหญ่ก็พิจารณาว่าสมควร ให้ผมไปส่งรายงานไหม ถ้าบอกยังไม่ต้องรีบหรอกเดี๋ยวโรงเรียนเปิดค่อยไปส่งเอาแล้วกัน ก็ไม่ได้ว่าอะไร ท่านก็อย่าลงมติให้ผม แต่ถ้าครูใหญ่เห็นว่าเอาล่ะเรื่องที่เธอจะไปส่ง มันก็มีเหตุผลอยู่ก็ให้กุญแจผม ก็ลงมติให้ผม เพราะฉะนั้นในเวทีนี้มาพิจารณารายละเอียด ของรายงานของผมไม่ได้ ในเมื่อกระบวนการเสนอญัตติเป็นไปโดยถูกต้องแล้วเป็นเรื่องที่ สภานี้จะพิจารณาในเวทีนี้อีก ๒ เรื่องครับท่านประธานครับ

เรื่องแรกคือควรให้เลื่อนวาระหรือเปล่า

เรื่องที่ ๒ คือควรให้ผมไปยื่นรายงาน พิจารณารายงานที่สภาผู้แทนราษฎร หรือเปล่า ส่วนรายงานจะมีความสมบูรณ์ ไม่สมบูรณ์ ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง ขาดเหลือ เกิน ขาดประการใดเป็นเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีความเห็นอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ใช่ตรงนี้ครับท่าน ประธานที่เคารพครับ

ประการสุดท้าย ความจริงแล้วกระผมคงไม่ต้องอภิปรายในเมื่อท่านสมาชิก ที่อภิปรายเมื่อสักครู่เห็นว่ากระบวนการที่ทําโดยคณะปฏิวัติมีความชอบธรรม ขอได้บันทึกไว้ ท่านประธานครับ คนที่เรียนกฎหมายจะต้องเข้าใจคําว่าหลักนิติธรรม ไม่อย่างนั้นถ้าท่าน ไม่เข้าใจท่านเป็นได้แค่คนหัวหมอครับ เป็นนักกฎหมายไม่ได้ นักกฎหมายต้องหายใจเข้า หายใจออกเป็นหลักนิติธรรมครับ ท่านประธานครับ หลักนิติธรรมไม่ใช่สิ่งที่ผมพูดขึ้นเอง ง่าย ๆ เป็นหลักการที่บัญญัติไว้ในข้อบัญญัติของสหประชาชาติ นานาประเทศที่เป็นอารยะ เขาให้คําจํากัดความ เขาให้ความหมาย เขาให้ความสําคัญกับหลักนิติธรรมมาก ผมขออนุญาตใช้เวลาท่านประธานยกตัวอย่าง รัฐธรรมนูญของประเทศฝรั่งเศส มาตรา ๑๖ ให้อํานาจประธานาธิบดีใช้อํานาจเหนือองค์กรทุกอย่างได้ในกรณีที่ประเทศมีภาวะฉุกเฉิน เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเลยครับ มาตรา ๑๖ เกิดเหตุการณ์การก่อกบฏที่ประเทศแอลจีเรีย ซึ่งเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส ประธานาธิบดีเบลโกในขณะนั้นจัดตั้งศาลพิเศษ พิจารณาคดีกบฏสากล