นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อภิปรายชี้แจงข้อเท็จจริงว่ารายงานการประชุมคณะกรรมาธิการวันที่ ๒๐ มีนาคม ที่อ้างว่าได้รับการรับรองนั้นไม่สมบูรณ์และขาดหายไปหลายหน้า เมื่อเทียบกับรายงานฉบับที่ส่งต่อสภาผู้แทนราษฎร จึงยืนยันว่าฝ่ายค้านกล่าวหาว่าเป็นรายงานเถื่อนไม่เป็นความจริง และเรียกร้องให้วุฒิสมาชิกตรวจสอบหลักฐานเพื่อตัดสินใจอย่างถูกต้อง
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมยืนขึ้นอภิปรายด้วยความเกรงใจท่านวุฒิสมาชิกเป็นอย่างยิ่ง และผมคิดว่าที่ท่านวุฒิสมาชิกขออภัยพูดกับท่านเยอะหน่อยวันนี้ นั่งฟังอยู่ ๒-๓ ชั่วโมง ที่ผ่านมา ท่านจะสับสนและบางท่านก็เริ่มง่วงนอนแล้ว บางท่านก็เริ่มงงแล้ว ไม่รู้จะลงมติอย่างไร ตื่นขึ้นมาฟังผมสักนิดหนึ่งเถอะครับ แล้วผมจะจับผู้ร้ายในสภาแห่งนี้ให้ท่านเห็นคาหนังคาเขา ผมกําลังอรรถาธิบายในท่านวุฒิสมาชิกและเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้เข้าใจว่าใครหัวหมอ และใครเป็นคนรู้จักใช้หลักนิติธรรมหรือหลักนิติรัฐ ต้องเริ่มติดตามผมนับแต่บัดนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาเราบอกว่ามีของจริงกับของปลอม มันต้องมี ๒ สิ่ง มาเปรียบเทียบกัน ถ้ามีของเถื่อน ถ้ามีรายงานเถื่อนแสดงว่ามันต้องมีรายงานจริง ถ้ามีน้ํามันเถื่อน แสดงว่าต้องมีน้ํามันจริง ผมยืนยันว่าที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพูดในสภา เมื่อสักครู่นี้ว่ามันมีรายงานเถื่อนจริง ๆ และผมจะเปรียบเทียบรายงานจริงกับรายงานเถื่อนให้ท่านประธานได้เข้าใจ เริ่มต้นอย่างนี้ ท่านประธานครับ การประชุมคณะกรรมาธิการมีครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ ท่านวัฒนา ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ผมเคารพนับถือท่าน ท่านใช้คําว่า ใครหัวหมอ ใครรู้จัก หลักนิติธรรมหรือนิติรัฐ ท่านวัฒนา เมืองสุข ได้พูดชัดเจนเมื่อสักครู่ว่ารายงานที่เสนอต่อสภา ครั้งสุดท้ายมีการประชุมเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ และวันที่ ๒๐ มีนาคม มีการรับรองรายงานการประชุมแล้ว ถ้าผมกล่าวผิดวรรคนี้ตรงนี้ ยืนขึ้นประท้วงผม ถ้าท่านไม่ยกมือขึ้นและยืนขึ้นแสดงว่าท่านยอมรับที่ท่านพูดว่า ๒๐ มีนาคม มีการรับรองรายงานการประชุมแล้ว ท่านประธานครับ ผมโชคดีครับ ผมจะมาจับคน คาหนังคาเขาผมต้องมีหลักฐาน นี่คือรายงานวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ อยู่ในมือกระผมครับ ถ้าท่านวุฒิสมาชิกไม่เชื่อว่านี่คือรายงานวันที่ ๒๐ มีนาคม มารับจากผมไปถ่ายเอกสารครับ แล้วจะประกอบการตัดสินใจของท่านได้ถูกต้อง การตัดสินใจของท่านวุฒิสมาชิกในวันนี้จะเป็นบรรทัดฐานครับว่าการทํารายงานต่อรัฐสภานั้น ถูกต้องหรือผิดพลาด จะเป็นบรรทัดฐานต่อไปครับ นี่คือรายงานวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ ซึ่งมีการประชุมนัดสุดท้าย โปรดฟังอีกครั้งหนึ่งครับ มีการประชุมนัดสุดท้ายวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ ท่านวัฒนาบอกว่ารับรองแล้ว รายงานฉบับวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ มีรายงานทั้งหมด ๔๖ หน้า ท่านประธานครับ รายงานฉบับสุดท้าย ขอโทษนะครับ รายงานฉบับนี้ครับ นี่รายงานฉบับวันที่ ๒๐ มีนาคมนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานฉบับนี้เมื่อบอกว่ามีการรับรองแล้วรายงานนี้ต้องเสนอต่อสภา ที่ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่ารายงานนี้มันเป็นรายงานเถื่อน เพราะอะไรครับ เพราะรายงาน วันที่ ๒๐ กับรายงานที่เสนอต่อสภานั้นมันต่างกัน มันไม่เหมือนกัน มันขาดไปประมาณ ๗ หน้า หรือ ๗ แผ่นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานดูนะครับ รายงานวันที่ ๒๐ มีนาคม ในแต่ละหน้านั้นไม่เหมือนกันครับ ไม่เหมือนกันครับ เช่นในหน้า ๒๕ ของรายงานฉบับวันที่ ๒๐ มีการบอกว่าการเสนอการดําเนินคดีในคดี คตส. นะครับ นิรโทษกรรม คตส. นั้นมี ๓ แนวทาง ๓ ทางเลือก รายงานวันที่ ๒๐ บอกว่าใครลงมติอย่างไร มีเรียบร้อยหมด นั่นละครับ ผมเอาเฉพาะวันที่ ๒๐ อันนี้ก่อนนะครับ นี่คือฉบับวันที่ ๒๐ ที่บอกว่ารับรองแล้ว ทีนี้ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๐ บอกว่ารับรองแล้วนี่นะครับ ทางสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งข้อความ ผมนี่นะครับ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม เมื่อรับรองแล้ว วันที่ ๒๒ ผมไปยื่นหนังสือ กับท่านประธานสนธิ บอกว่าท่านประธานสนธิครับ ทบทวนเถอะครับ เรียกประชุมใหม่เถอะครับ รายงานฉบับวันที่ ๒๐ มันไม่สมบูรณ์ ท่านประธานคงได้ข่าวแล้ว ผมไปยื่นกับพลเอก สนธิ บอกว่าเปิดประชุมใหม่อีกครั้งเพื่อปรับปรุงรายงานฉบับนี้ หลังจากผมไปยื่นเมื่อวันที่ ๒๒ แล้ว ท่านประธานครับ วันศุกร์ที่ ๒๓ สภาผู้แทนราษฎรมีข้อความสั้นเข้าไปยังคณะกรรมาธิการทุกคน นี่คือข้อความสั้นที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือของกระผมครับ ผมขออนุญาตอ่านนะครับ ท่านประธานครับ นี่คือข้อความที่ส่งไปจากสภาครับ ผมได้รับเมื่อวันศุกร์ที่ ๒๓ เวลา ๑๔.๓๗ นาฬิกา บอกว่า วิ. ปรองดองแห่งชาติ งดประชุมวันอังคารที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ห้อง ๓๗๐๑ ชั้น ๗ อาคารรัฐสภา ๓ (เนื่องจากการพิจารณา ได้เสร็จสิ้นแล้ว) นี่คือข้อความที่ส่งไปยังกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๓ บอกว่า เสร็จแล้วท่านประธานสนธิก็ได้ลงนามส่งรายงานนี้ต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่เนื้อหาของงานฉบับนี้ครับ มันไม่ตรงกับรายงานในฉบับวันที่ ๒๐ มันขาดไปหลายแผ่น หลายหน้า ที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าแล้วรายงานฉบับนี้รับรองเมื่อไร รับรองเมื่อไรครับ ถ้ารับรองมันต้องรับรองหลังจากวันที่ ๒๐ ถูกไหมครับ เพราะวันที่ ๒๐ คือ การประชุมครั้งสุดท้าย แต่ว่าหลังจากวันที่ ๒๐ แล้วมันมาฉบับนี้เป็นฉบับวันที่ ๒๓ ซึ่ง เนื้อหาสาระมันไม่เหมือนกัน ถูกไหมครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้ครับ ยังไม่มีการรับรอง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมย้ําอีกครั้ง โปรดฟังอีกครั้งหนึ่งครับ ประชุมครั้ง สุดท้าย โปรดฟังอีกครั้งหนึ่งนะครับ เป็นบรรทัดฐานของสภานี้ครับ ผมเคารพในดุลยพินิจ ของท่านถ้าท่านจะลงมติ แต่นี่คือเรื่องจริง ไม่ใช่ข้อเท็จจริง คือเรื่องจริง วันที่ ๒๐ มีนาคม รับรองแล้ว แต่ที่เสนอต่อท่านประธานนั้นมันไม่ตรงกับวันที่ ๒๐ มันขาดไป ๗ หน้า มันเลย เป็นรายงานเถื่อน คนที่บอกว่ารับรองแล้ว แล้วส่งรายงานที่ถูกต้องให้ท่านประธานคนนั้นคือ คนหัวหมอครับ คนนั้นคือคนที่ไม่มีหลักนิติรัฐหรือหลักนิติธรรม ที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภา ผู้แทนราษฎรเรียกร้อง ท่านพลเอก สนธิ บอกว่ายืนยันสิว่ารายงานที่เสนอต่อท่านประธานนี้ คณะกรรมาธิการได้เห็นแล้ว แล้วรับรองแล้ว ผมนั่งฟัง พลเอก สนธิ ยืนอภิปรายอยู่ตั้งนานครับ ท่าน พลเอก สนธิ บอกว่าเรื่องจริงก็คือเรื่องจริง ผมกําลังกล่าวหาท่านท่านอยู่ข้างหลังผมครับ ผมไม่อยากพูดว่าท่านโกหก แต่ท่านบอกกับผมครั้งหนึ่งครับ เมื่อวันที่ ๒๒ ท่านบอกว่า ท่านมือใหม่ ท่านเพิ่งเป็นผู้แทนราษฎร ท่านเป็นมือใหม่ของสภานี้ ผมยังไม่อยากกล่าวหาท่าน ว่าท่านพูดเท็จ แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่าที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ทักท้วงว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงานเถื่อน มันเป็นรายงานเถื่อนจริง ๆ ครับ เพราะมันต่างกับ รายงานที่มีการรับรองเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ ท่านประธานครับ สุดท้ายครับ ถ้าที่ประชุม แห่งนี้ซึ่งเป็นที่ประชุมสูงสุด ศักดิ์สิทธิ์ จะรับรองรายงานเถื่อนนี้และพิจารณารายงานเถื่อนนี้ โดยไม่มีการเลื่อนการประชุมวันนี้ วาระนี้ออกไปก็แล้วแต่ท่านแล้วนะครับ ดุลยพินิจอยู่ที่ท่าน ดุลยพินิจอยู่กับท่านทั้งหลายแล้ว ผมกราบเรียนอีกครั้งหนึ่งนะครับ ยืนยันว่ารายงานที่เสนอนี้ เป็นรายงานเถื่อน ใครก็ตามรับรองรายงานนี้ ท่านผู้นั้นรับรองรายงานเถื่อนครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ