รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕

ชวลิต วิชยสุทธิ์ เสนอญัตติพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับความปรองดองแห่งชาติ และเสนอแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ โดยเน้นความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากท่านนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานด้านความมั่นคงในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมือง

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเป็นผู้หนึ่งที่เสนอญัตติ ขอให้รัฐสภามีมติให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ เดิมกระผมตั้งใจที่จะนําสิ่งที่เป็นข้อมูลจะอภิปรายไว้ในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็คิดว่า ประเด็นที่ท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ได้เสนอเลื่อนญัตติขึ้นมานั้น มิได้ลงในเนื้อใน ของรายงานของคณะกรรมาธิการ แต่เมื่อมีประเด็นที่มีสมาชิกจํานวนมากให้ความสําคัญ กับการจัดทํารายงานของคณะกรรมาธิการ กระผมจึงขออนุญาตที่จะใช้เวลาสักเล็กน้อย ในอันที่จะชี้แจงข้อมูลทั้งหมด ในฐานะที่ผมเป็นเลขานุการของคณะกรรมาธิการคณะนี้ กระผมมีประเด็นที่นําเสนอประกอบญัตติอยู่ ๒ ประเด็น

ประเด็นแรก ภารกิจที่คณะกรรมาธิการได้รับมอบหมายจากสภาผู้แทนราษฎร เสร็จสิ้นแล้วหรือยัง

ประเด็นที่ ๒ มีเหตุผลความจําเป็นเร่งด่วนอย่างไรจึงเสนอญัตตินี้ต่อรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๑๖-๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ สภาผู้แทนราษฎรของเรา ได้รับญัตติของท่านพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน และท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล เพื่อให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาศึกษาหาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติขึ้น คณะกรรมาธิการได้จัดตั้งขึ้นในวันนั้นโดยมติของสภามีจํานวน ๓๘ ท่าน สภาให้เวลา ๓๐ วัน ครั้งแรกให้เวลาเพียง ๓๐ วัน ในการประชุมนัดแรกก็มีการตั้งประธาน ตั้งเลขานุการ ตั้งกรรมาธิการอื่น ๆ ตามปกติ แต่ในขณะเดียวกันอย่างที่ท่านประธานสนธิได้กราบเรียนที่ประชุมไปเมื่อตอนต้นว่า คณะกรรมาธิการไม่อยากใช้เสียงข้างมากลากไป จึงพยายามที่จะหาองค์กรที่เป็นที่เชื่อถือ มีความเป็นอิสระทางวิชาการจึงได้พิจารณากันอย่างกว้างขวาง หลังจากนั้นที่ประชุมก็มีมติ เป็นเอกฉันท์โดยไม่มีการลงคะแนน ไม่มีใครคัดค้าน ตั้งหรือมอบหมายให้ สถาบันพระปกเกล้ามาศึกษาวิจัยในหัวข้ออะไรคือปัจจัยหรือกระบวนการที่ทําให้ การปรองดองประสบความสําเร็จ สถาบันพระปกเกล้าขอเวลาศึกษาวิจัย ๑๒๐ วัน โดยมีรองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เป็นหัวหน้าคณะวิจัย ในการเสนอหลักการ ในการศึกษาวิจัยครั้งแรกศาสตราจารย์ ดอกเตอร์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการ สภาสถาบันพระปกเกล้าได้กรุณามาให้แนวคิดในการศึกษาวิจัยด้วยตนเอง โดยท่านได้กําหนดกรอบแนวคิดหลัก ๒ แนวคิดด้วยกัน

แนวคิดที่ ๑ ไม่ทํางานซ้ําซ้อนกับ คอป. ถ้าจะทําการศึกษาจะเป็นการทํางาน ที่เสริมกัน

แนวคิดที่ ๒ ยึดหลักการความยุติธรรมในระหว่างเปลี่ยนผ่าน ความยุติธรรม ในระหว่างเปลี่ยนผ่าน ผมตั้งใจที่จะเอาไปอภิปรายเมื่อถึงสภาผู้แทนราษฎร ในขณะเดียวกัน เมื่อมาดูเรื่องการสร้างความปรองดองที่มีมาในอดีต ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ตั้ง คอป. ขึ้นเพื่อเป็นองค์กรอิสระในการค้นหาความจริง ในขณะเดียวกันผมต้องขอชื่นชม ด้วยความจริงใจต่อท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ท่านได้ออกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่า ด้วยความปรองดองแห่งชาติเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๓ ในระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีนั้น มีคํา ๆ หนึ่งที่ผมก็ตั้งใจที่จะไปอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวาระนั้นถึง คํา ๆ นั้น ก็คือความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ความคิดของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ในขณะนั้น เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๓ ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์คือการให้อภัย การมีเมตตาต่อกัน เพราะคดีความผิดอาญาที่มีแรงจูงใจทางการเมืองที่ท่านคิดในขณะนั้น ณ วันนี้ผมคิดว่า ความคิดนั้นท่านก็ยังมีอยู่ ผมยังเชื่ออย่างนั้นว่าความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ยังมีอยู่ในใจ ของท่านอยู่เพื่อให้เกิดความปรองดองแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นที่ผม ได้กล่าวไว้เมื่อตอนต้นว่ามีเหตุผลความจําเป็นเร่งด่วนอย่างไรจึงเสนอญัตตินี้ต่อสภา ขณะนี้สังคมสับสนไปให้ความสําคัญซึ่งก็ถูกละที่ต้องให้ความสําคัญกับรายงานของสถาบัน พระปกเกล้า เพราะมีมาตรการเร่งด่วน ๔ มาตรการ มาตรการระยะยาว ๒ มาตรการ แต่ได้อ่านรายงานฉบับของคณะกรรมาธิการครบถ้วนหรือไม่ว่าเราลืม ๒ ภาคส่วนสําคัญ ที่เน้นและเห็นว่าขณะนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องให้ความสําคัญ

ภาคส่วนแรก ก็คือหน่วยงานด้านความมั่นคงได้มาให้ถ้อยคําต่อ คณะกรรมาธิการว่าความขัดแย้งในบ้านเมืองขณะนี้อยู่ในขั้นเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมรับราชการมาก่อน แม้จะไม่มีตําแหน่งแห่งหนที่สูงหรือแม้ มาเป็นนักการเมืองก็ยังไม่มีอํานาจวาสนาเป็นรัฐมนตรีกับเขา แต่ความสํานึกในเรื่อง ความมั่นคงของชาติ ถ้าใครผ่านการบริหารมาก็จะรู้ว่านี่คือเรื่องเร่งด่วนที่จําเป็นจะต้อง ได้รับการแก้ไข

อีกภาคส่วนหนึ่ง ภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ ไม่มีใครได้สนใจ หรืออ่านตรงนี้แต่เขาเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ นักการเมืองของเราที่อยู่ในสภานี้ เป็นเพียงภาคส่วนหนึ่งของสังคมของประเทศไทย แต่ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่า ประธานหอการค้าไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมไทย สภาการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย