รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕

ชรินทร์ หาญสืบสาย หารือเรื่องการอนุมัติร่างข้อตกลงโควตาภาษีสินค้าสัตว์ปีกแปรรูประหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป และเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐสภาเร่งดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้

นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา ตาก

เรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดตาก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ เรื่องที่ทางรัฐบาลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เสนอขออนุมัติ ขอเห็นชอบต่อร่างข้อตกลงโควตาภาษีสินค้าสัตว์ปีกแปรรูประหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป โดยขอหลักการว่าถ้าหากมีการแก้ไขสิ่งที่เป็นสาระสําคัญก็ขอให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับ กรมสนธิสัญญาและกฎหมายดําเนินการไปได้ กระผมมีความรู้สึกโดยสุจริตใจจริง ๆ ครับว่า รัฐสภาแห่งนี้เราใช้เวลาที่ไม่มีประสิทธิภาพเสียเลยนะครับ เราพิจารณาเรื่องสิ่งเล็ก ๆ น้อย ที่กระทรวงพาณิชย์หรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เขาดําเนินการมาหลายสิบปี จนกระทั่ง เรามีรัฐธรรมนูญที่กําหนดในมาตรา ๑๙๐ ว่าเรื่องเหล่านี้จะต้องมาผ่านรัฐสภา ผมเสียดายเวลา จริง ๆ ครับ ท่านประธานที่เคารพ อย่างไรก็ตามผมก็ขอให้ความเห็นตรงนี้ครับว่าหลักการสําคัญที่สุดก็คือ เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการส่งออก ในเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่การเจรจาขององค์การการค้าโลก สําเร็จเรียบร้อยแล้ว การค้าของโลกก็ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่ง ที่ได้ประโยชน์จากการเจรจาในรอบนั้นที่ผ่านมา จนกระทั่งมีการเจรจารอบใหม่รอบโดฮาราวด์ (Doha round) ซึ่งก็ผ่านมาประมาณ ๑๐ ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบผลสําเร็จเลย ก็ทําให้ การค้าที่ควรจะดีกว่านี้ก็ยังไม่สามารถจะขยายไปได้นะครับ แต่ที่ผ่านมานั้นเราต้องยอมรับ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประเทศไทยได้ประโยชน์อย่างมากมายจากการเจรจาของดับเบิลยูทีโอ ขณะนี้เนื่องจากว่าทางสหภาพยุโรปตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ กับที่จะขอดําเนินการแก้ไขข้ออัตราภาษี แล้วก็อัตราโควตาภาษีนะครับ คือถ้าหากว่าได้โควตาภาษีมันก็จะได้อัตราภาษีที่ต่ําหน่อย แต่ถ้านอกโควตา อัตราภาษีนอกโควตาก็จะสูงมากซึ่งอาจจะเก็บเป็นสเปคซิฟิค แทลลี เฟส (Specific Tally Phase) ที่จะสูงมากครับ แต่อย่างไรก็ตามเราจะส่งออกภายใต้โควตาภาษีนี้ เรียกว่าเราเองก็สามารถที่จะส่งออกสัตว์ปีกพวกไก่แช่แข็ง แต่ตอนหลังนี้เขาบอกให้เราแปรรูป เสียก่อน แต่ตอนนี้เรากําลังเจรจาขอให้เป็นไก่สดอย่างเดิมซึ่งยังเจรจาไม่สําเร็จ แต่ก็ถือว่า เราเองได้ส่งออกจนกระทั่งเราเป็นผู้นําประเทศหนึ่งในตลาดยุโรปเช่นเดียวกับหลายประเทศ การเจรจากับที่สหภาพยุโรปขอมานี้นั้นมันก็อยู่เป็นไปตามข้อตกลง ข้อ ๒๘ ของแกตต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดับบลิวทีโอ ข้อตกลงปัจจุบันนะครับ เมื่อเขาดําเนินการถูกต้องแล้ว เราเองประเทศไทยได้ร่วมหารืออย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชนและกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ของกระทรวงการต่างประเทศ คือพูดง่าย ๆ ว่าผู้เจรจาซึ่งมีประสบการณ์อย่างดีอยู่แล้ว แล้วก็ได้หารือกับเอกชนซึ่งเป็นผู้ส่งออกตัวจริง การส่งออกจะไม่สามารถขยายการเจริญเติบโต ได้อย่างรวดเร็วอย่างนี้ถ้าหากว่าเราไม่มีเอกชน ภาคเอกชนที่เข้มแข็งนะครับ ถ้าหากว่า ภาครัฐบาลดําเนินการโดยหารือกับเอกชนอย่างใกล้ชิดแล้วก็บอกแล้วว่าจะรักษาผลประโยชน์ ของประเทศชาติเป็นสําคัญ โควตาที่ได้มาท่านรัฐมนตรีก็บอกแล้วว่าเราได้ถึง ๓๐,๘๑๐ ตัน อัตราภาษี ๑๐.๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น มากกว่าที่ได้มี คือพูดง่าย ๆ โควตาที่ได้มาก็มากกว่า ที่กําหนดไว้ในดับบลิวทีโอด้วยซ้ําไป และไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เรารัฐสภาแห่งนี้จะไม่อนุมัติ แต่ว่าการเจรจาทุกเรื่องถ้าหากจะต้องมาอธิบายความเป็นเรื่องที่ผมรู้สึกเสียดายเวลาของ รัฐสภา ประเทศไทยเรามีปัญหาที่ยิ่งใหญ่กว่านี้เยอะแยะเลยครับ ไม่ว่าเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เราควรจะเอาเวลาไปเรื่องนั้น แต่นี่เรามาพิจารณาในเรื่องที่ในอดีตประเทศไทย ในกระทรวงต่าง ๆ ดําเนินการได้ผลดีอยู่แล้ว นั่นก็คือฝ่ายนิติบัญญัติรู้สึกว่าสนใจฝ่ายบริหาร ทําอะไรทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ก็เสียดายมากครับ ท่านรัฐมนตรีบุญทรงเอง ท่านอธิบายมาข้อความชัดเจนดูไม่มีประเด็นไหนเลยที่น่าจะห่วงใย ผมคิดว่าไม่มีอะไร ที่จะไม่สนับสนุน ผมขอให้การสนับสนุนแล้วก็คิดว่าอนาคตอยากให้รัฐบาล รัฐสภาแห่งนี้ แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เสียใหม่ครับว่าเรื่องไหนบ้างที่ควรจะเสนอเพื่อพิจารณาให้ ความเห็นชอบมันต้องสําคัญจริง ๆเกี่ยวกับการเสียอาณาเขต เสียดินแดน ทําให้ประเทศ ต้องเสียหาย แต่เรื่องไหนที่น่าจะเพื่อทราบได้ก็น่าจะเสนอเพื่อทราบจะดีกว่า ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ