รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕

สุรสาล ผาสุข หารือเรื่องการเจรจาหนังสือแลกเปลี่ยนระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนการเจรจาเพื่อประโยชน์ต่อผู้ส่งออกสัตว์ปีกแปรรูปของไทย และขอให้กระทรวงพาณิชย์นำแนวทางในการขยายตลาดส่งออกสัตว์ปีกของไทยไปดำเนินการ

นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิงห์บุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ ก่อนอื่นกระผม ต้องขออนุญาตขอบคุณกระทรวงพาณิชย์โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจน หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ได้ร่วมกันหารือแนวทางการเจรจา ตลอดจนจัดทํา ร่างข้อตกลงในรูปแบบหนังสือแลกเปลี่ยนระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทยตามข้อ ๒๘ ของความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า (แกตต์) ๑๙๙๔ ที่เกี่ยวข้องกับ การแก้ไขข้อผูกพันในเนื้อสัตว์ปีกแปรรูปที่มีอยู่ในข้อผูกพันของสหภาพยุโรปซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของความตกลงแกตต์ ๑๙๙๔ ภายใต้กรอบเจรจาที่ได้ผ่านเห็นของรัฐสภาแล้ว โดยผลของ การเจรจาสามารถนําไปสู่ข้อตกลงร่วมกันว่าสหภาพยุโรปจะจัดสรรโควตาภาษี สินค้าสัตว์ปีก แปรรูปที่เป็นโควตารายประเทศให้กับประเทศไทยในปริมาณที่สูงกว่าพิกัดกําหนดทุกรายการ นอกจากนี้ยังสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดให้อยู่ในระดับส่วนแบ่งการตลาดก่อนที่สหภาพ จะขอเปลี่ยนแปลงตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากร นอกเหนือไปจากนี้ผลการเจรจายังจะช่วย ประกันส่วนแบ่งการตลาดในอนาคตของสัตว์ปีกแปรรูปของไทยในตลาดสหภาพอีกด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ สาระสําคัญของร่างข้อตกลงฉบับนี้ขออนุญาตกล่าวถึงสั้น ๆ ว่า ข้อตกลงฉบับนี้จะเป็นข้อตกลงที่กําหนดให้สัตว์ปีกแปรรูปของประเทศไทยทั้งไก่และเป็ด ๕ ใน ๖ รายการ ซึ่งกรณีที่เป็นการส่งออกในโควตาจะเสียภาษีร้อยละ ๑๐.๙ แต่ถ้าเป็น การส่งออกนอกโควตาจะเสียภาษีอยู่ที่ ๒,๗๖๕ ยูโรต่อตัน ส่วนอีก ๑ รายการเป็นเป็ด แปรรูปดิบสัดส่วนเนื้อมากกว่าร้อยละ ๕๗ ที่เสียภาษีเป็ดดิบในโควตาเท่ากับ ๖๓๐ ยูโรต่อตัน และนอกโควตาเท่ากับ ๒,๗๖๕ ยูโรต่อตันเช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อตกลง ฉบับนี้จึงถือได้ว่าเป็นความสําเร็จซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกของไทย เพราะนอกจาก การนําสินค้าสัตว์ปีกแปรรูปเข้ายุโรปซึ่งแต่ละปีจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี จากสถิติที่ผ่านมานั้น ในปี ๒๕๕๓ มีมูลค่านําเข้าอยู่ที่ ๑๔๑.๖ ล้านยูโร และในปี ๒๕๕๔ มีมูลค่านําเข้าอยู่ที่ ๓๘๑.๖ ล้านยูโร เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ ๒๒.๙ ท่านประธานที่เคารพ นอกเหนือจากข้อดี ที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธานมาแล้วนั้นยังมีสิ่งที่กระผมอยากจะฝากไปยังรัฐบาล ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าฝากไปในลักษณะที่เป็นข้อที่รัฐบาลควรจะตระหนัก ๒-๓ ประการ ดังต่อไปนี้

ประการที่ ๑ สหภาพยุโรปเน้นว่าการนําเข้าเนื้อสัตว์ปีกแปรรูปตามโควตา ที่เป็นข้อตกลงนี้จะต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกําเนิดซึ่งออกให้อย่างไม่เลือกปฏิบัติ โดยหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ของประเทศไทย ก็ฝากประเด็นนี้ไว้ว่าการนําส่งหรือการใช้ โควตานี้จะต้องมีหนังสือรับรองจากถิ่นกําเนิดของสัตว์ปีกเหล่านั้น ที่สําคัญอย่างยิ่ง ก็คือจะต้องออกให้โดยไม่เลือกปฏิบัติ

ประการที่ ๒ ผู้ส่งออกไก่ปรุงสุกของไทยต้องการให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหา เรื่องของการค้าโควตาระหว่างผู้นําเข้าภายในสหภาพยุโรปด้วยกันเอง ทั้งนี้เนื่องจาก ความต้องการนําเข้ามีมากกว่าปริมาณโควตาทําให้เกิดการเก็งกําไรในการซื้อขายโควตา เกิดขึ้น และผู้นําเข้าได้ผลักภาระค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการซื้อขายโควตามาให้กับ ผู้ส่งออกของไทย เรื่องนี้เป็นความกังวลซึ่งระบุไว้ในร่างข้อตกลงนี้ชัดเจน ก็อยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงพาณิชย์ขอได้โปรดกรุณาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ ให้กับผู้ส่งออกของไทยด้วย

ประการที่ ๓ แม้ว่าสหภาพยุโรปจะจัดสรรโควตารายประเทศให้กับประเทศไทย ในปริมาณที่สูงกว่าที่ความตกลงแกตต์กําหนดไว้ก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับปริมาณเนื้อสัตว์ปีก แปรรูปที่ประเทศไทยสามารถผลิตเพื่อการส่งออกได้ โควตาที่ได้รับยังถือว่าน้อยกว่ามาก ทําให้เนื้อสัตว์ปีกแปรรูปที่ไม่สามารถส่งในโควตาได้ และต้องการส่งเข้าไปสู่ตลาดสหภาพ ต้องส่งเข้าสหภาพในลักษณะของการส่งนอกโควตา ซึ่งมีอัตราภาษีสูงถึง ๒,๗๖๕ ยูโรต่อตัน เรื่องนี้กระผมขอความกรุณากระทรวงพาณิชย์ได้โปรดเข้ามาดูแลแก้ปัญหาในเรื่องนี้ ซึ่งกระผมคิดว่าทางกระทรวงเองก็ตระหนักถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ วรรคสี่ ระบุไว้ชัดเจนว่ากระทรวงพาณิชย์ต้องดําเนินการให้ ประชาชนเข้าถึงรายละเอียดของข้อตกลงและมีกระบวนการเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบ เรื่องนี้ก็ฝากทางกระทรวงพาณิชย์เอาไว้ด้วยนะครับ

ท่านประธานที่เคารพ นอกเหนือจากตลาดอียูแล้ว ตลาดส่งออกของสัตว์ปีก แปรรูปของไทยอาจจะมีตลาดอื่น ๆ อีก ซึ่งกระผมคิดว่าทางกระทรวงพาณิชย์ก็คงจะ มีแนวทางในการที่จะขยายตลาดออกไปให้กว้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตลาดในประเทศญี่ปุ่น ประเทศสิงคโปร์ ประเทศฮ่องกง หรือประเทศเกาหลีใต้ก็ตาม เรื่องนี้เป็นความห่วงใย ของกระผมที่มีต่อร่างข้อตกลงนี้ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องได้โปรดดูแลด้วยครับ ขอบพระคุณครับ