สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ หารือเรื่องการขอเลื่อนหรือไม่เลื่อนการประชุมรัฐสภา และหารือเรื่องการบรรจุระเบียบวาระในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงเรียกร้องการทราบเกี่ยวกับการดำเนินการของรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา และหารือเรื่องการมีผู้ประท้วงในสภา
ท่านสมาชิกครับ เรามีที่คุยกันทั้งหมดมีอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ถามว่าทําไมถึงรีบบรรจุระเบียบวาระ ญัตตินี้เข้ามาในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาแล้วประเด็นที่ ๒ ก็คือประเด็นที่จะขอเลื่อนกับไม่เลื่อน มีอยู่ ๒ ประเด็นนี้เท่านั้นที่ถกกัน
ฉะนั้นประเด็นแรกคือกรณีที่บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ ก็เนื่องจากมีการเสนอญัตติมา แล้วก็เสนอมาถูกต้องนะครับ ผมในฐานะประธานรัฐสภาตรวจสอบความถูกต้อง ก็ถูกต้อง ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๙ แล้วก็มีการยื่นมาตั้งแต่วันที่ ๒๓ วันศุกร์ที่แล้ว แล้วผมก็ได้ลงนามไป ตั้งแต่วันศุกร์แต่เป็นช่วงเย็นนะครับ ซึ่งก็ถูกต้องตามข้อบังคับทุกประการ แล้วที่สําคัญครับ สามารถบรรจุเพิ่มเติมได้ตามข้อบังคับของรัฐสภา ข้อ ๑๓ แล้วที่สําคัญอีกครับก็สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญ ถูกต้องโดยรัฐธรรมนูญตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ วรรคสี่ แล้วก็รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ (๕) สรุปแล้วการบรรจุถูกต้องตามข้อบังคับ แล้วก็ถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญทุกประการ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้น่าจะจบนะครับ ก็เหลือประเด็นเดียว เท่านั้นละครับในเมื่อบรรจุแล้วก็มีผู้เสนอญัตติให้มีการเลื่อนญัตติขึ้นมาพิจารณาก่อน เพราะฉะนั้นก็จะเหลือเฉพาะที่จะต้องถกกันว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการเลื่อน ญัตตินี้เท่านั้น ประเด็นมีเท่านี้ครับ ถ้าไปมากกว่านี้ก็คือนอกประเด็นแล้ว ก็คงจะไม่อนุญาต แล้วผมนั่งฟังการอภิปรายของพวกเราในกรณีเลื่อนหรือไม่เลื่อน ก็ได้ใช้เหตุผลกันมา พอสมควร แล้วก็ฟังหลายท่านก็พูดเหตุผลก็ซ้ํา ๆ กัน เพราะฉะนั้นมันก็น่าจะสมควรแล้วนะครับ ก็จะให้เกียรติท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ เชิญครับ แต่ประเด็นที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าจากการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะที่เคยเป็นกรรมาธิการชุดนี้ก็ดีบางส่วน แล้วก็จากการติดตามเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง กับการทํางานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ มันมีประเด็นที่จําเป็นจะต้องสร้างความกระจ่างก่อนหน้าที่จะพูดถึงเรื่องของการบรรจุ ระเบียบวาระด้วยซ้ํา นั่นก็คือประเด็นที่ว่ารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎรนั้นได้ดําเนินการถูกต้อง ครบถ้วนจริงหรือไม่ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ผู้เสนอญัตติมาให้ที่ประชุมรัฐสภา เพื่อจะขออนุญาตให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ในสภาผู้แทนราษฎรในสมัยสามัญนิติบัญญัติ ผู้เสนอท่านแรกเลยคือท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ซึ่งก็เป็นประธานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ของสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าผู้ที่เสนอเลื่อนในขณะนี้ไม่ใช่ท่าน พลเอก สนธิ แล้วอยากจะหยิบ เรื่องนี้ขึ้นมา ผู้บรรจุระเบียบวาระก็คือท่านประธานเองก็ไม่ทราบถึงที่มาที่ไปของปัญหาของ รายงานฉบับนี้ ผมจําเป็นต้องกราบเรียนท่านประธานเพราะว่าผมเป็นคนหนึ่งซึ่งติดตามเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิด เพราะตั้งแต่ช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งขึ้นในบ้านเมือง ผมเป็นคนพูดถึงคําว่า ปรองดอง ผมเป็นคนที่เสนอหลายมาตรการ แล้วก็ตั้งหลายกลไกที่ทําให้งานในเรื่องของการ ปรองดองเดินมาโดยลําดับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง คอป. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเยียวยา จนกระทั่ง สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ก็มาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้าง ความปรองดองแห่งชาติ ปัญหาเป็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ เพราะผมติดตาม การทํางานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ บังเอิญก็ไปเกี่ยวพันรายงานการศึกษาวิจัยของสถาบัน พระปกเกล้า ซึ่งท่านประธานนั้นเป็นประธานของสภาสถาบัน ผมเป็นกรรมการคนหนึ่ง ซึ่งก็ได้มีการอนุมัติให้มีการไปทําวิจัยเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ วันนี้เดี๋ยวเราจะสับสน รายงานที่เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้พูดถึงว่ามีการทําเสร็จตั้งแต่ เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว นั่นคือรายงานของสถาบันพระปกเกล้าเป็นงานวิจัยของคณะผู้วิจัย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราจะเสนอให้มีการพิจารณาหรือไม่ หรือเลื่อนขึ้นมาเพื่อที่จะอนุญาตให้สภา ผู้แทนราษฎรพิจารณาหรือไม่ เรากําลังพูดถึงรายงานอีกฉบับครับ คือรายงานของ คณะกรรมาธิการ ท่านประธาน ผมก็เชื่อมั่นครับว่าท่านอยู่ในสภามานาน ท่านก็ทราบว่า กรรมาธิการนี่ ก่อนที่จะมีการนําเสนอรายงานของกรรมาธิการนั้นต้องทําอย่างไร บังเอิญ การประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญครั้งสุดท้ายเท่าที่ผมติดตาม คือวันอังคารที่แล้วครับ ท่านประธานครับ ในการประชุมในวันอังคารที่แล้ว ผมต้องกราบเรียนครับว่ารายงานของ คณะกรรมาธิการที่เป็นร่างที่เสนอต่อคณะกรรมาธิการเมื่อวันอังคารที่แล้ว ไม่ใช่ฉบับที่ ท่านส่งเข้ามาในระเบียบวาระในวันนี้นะครับ และมีเนื้อหาสาระแตกต่างจากรายงาน ที่เรากําลังจะต้องมีการลงมติว่าจะให้เลื่อนขึ้นมาเพื่อที่จะพิจารณาว่าจะอนุมัติให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหรือไม่ ความแตกต่างนั้นก็หมายถึงว่ามันมีการไปแก้ไข มีการไปเพิ่มเติม ผมได้สอบถามเพื่อนกรรมาธิการที่ไปจากพรรคประชาธิปัตย์ ว่าตกลงร่างรายงานที่มี การเสนอต่อที่ประชุมกรรมาธิการเมื่อวันอังคารนี่มันเป็นข้อสรุปแล้วหรือยัง เขาก็ยืนยันว่า มันมีความเห็นที่ยังแตกต่างกันอยู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกังวลในขณะนั้นก็คือ การไม่นําเอาแนวทางของสถาบันพระปกเกล้าโดยคณะผู้วิจัยที่เสนอว่าจริง ๆ แล้ว การนําเสนอประเด็นต่าง ๆ มันมีหลายประเด็นมาก แล้วต้องมีการพิจารณาไปพร้อมกัน สร้างบรรยากาศของความปรองดองเพื่อนําไปสู่การหาข้อยุติร่วมกัน ปรากฏว่าการประชุม ในวันอังคารนี่ครับ ยังตกลงกันไม่ได้ มีการพูดแต่เพียงว่าใครที่ยังไม่เห็นด้วยกับร่างรายงานฉบับนั้นช่วยส่งความเห็น ข้อเสนอแนะ เพิ่มเติมเข้ามา ขณะเดียวกันท่านประธานก็คงทราบว่าเมื่อวันพุธที่แล้วมันมีการเปิดกึ่งแถลง กึ่งรับฟังความคิดเห็นจากคณะผู้วิจัย ซึ่งทางประธานคณะกรรมาธิการคือท่าน พลเอก สนธิ ท่านเป็นผู้เชิญฝ่ายต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงหัวหน้าพรรคการเมืองไปแสดงความคิดเห็น วันนั้นเมื่อมีการไป แสดงความคิดเห็นกันแล้ว ทางคณะผู้วิจัยก็บอกว่าจะนําเอาประเด็นต่าง ๆ ไปทบทวนดูว่า จะดําเนินการต่อไปอย่างไรหรือไม่ แล้วพอวันรุ่งขึ้นคือวันพฤหัสบดีกรรมาธิการ ของพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้มีการไปพบกับท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ บอกว่า ขอให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญได้เรียกประชุมอีกครั้งหนึ่ง เพราะมันมีประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับร่างรายงานที่ยังไม่สมบูรณ์อีกมาก ที่เคยขอให้ทางคณะกรรมาธิการ ส่งความเห็นต่าง ๆ ไปมันคงยังทําไม่ได้เพราะมันยังมีความไม่เรียบร้อยหลายประการ ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธานครับ
(นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านวรชัยครับ