รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕

บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือเรื่องการจัดเก็บภาษีซ้ำซ้อน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลอธิบายความแตกต่างในภาษีเงินได้และภาษีปิโตรเลียม และหาวิธีป้องกันการหลบภาษีของคนไทย พร้อมถามถึงผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับและเสียหายที่จะต้องเผชิญ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่องของการจัดเก็บภาษีซ้ําซ้อนผมเข้าประเด็นเลยครับ

ประเด็นที่ ๑ ทําไมบางประเทศเป็นอนุสัญญา ทําไมบางประเทศเป็นความตกลง ท่านรัฐมนตรีกรุณาอธิบายให้สมาชิกและพี่น้องประชาชนได้ทราบว่ามันต่างกันอย่างไร เพราะว่าในเนื้อหาทั้ง ๑๐ ประเทศนั้นแทบจะเหมือนกันทั้งสิ้น แต่ทําไมบางประเทศ ท่านใช้คําว่า อนุสัญญา ทําไมบางประเทศท่านใช้คําว่า ความตกลง ครับ

ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการจะไม่เก็บภาษีซ้ําซ้อนกันนี้ ถ้าเราดูก็จะเห็นชัดเจน ท่านประธานว่ากรณีประเทศไทยก็คือภาษีเงินได้และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม คําถามก็คือว่า ทําไมต้องเป็นธุรกิจปิโตรเลียมครับ ทําไมครับ ธุรกิจนี้พิเศษอย่างไรครับ กับสิ่งที่จะเอาไป แลกกับเขาซึ่งแต่ละประเทศไม่เท่ากัน ประเทศที่น้อย ๆ ประเทศเอสโตเนียของเขา ก็มีภาษีเงินได้อย่างเดียวแค่นั้น ประเทศบรูไนดารุสซาลามของเราเงินได้ที่บังคับจัดเก็บ ภายใต้พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ ขออภัย ของเราคือเงินได้กับเงินได้ปิโตรเลียม ของเขาคือ เงินได้ที่บังคับจัดเก็บภายใต้พระราชบัญญัติภาษีเงินได้และภาษีกําไรปิโตรเลียมที่บังคับ จัดเก็บภายใต้พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ (ปิโตรเลียม) ต่างตรงไหนครับ ภาษีกําไรนี้ เป็นอย่างไรครับท่านประธาน ที่ประเทศบรูไนมีใครไปทําธุรกิจพิเศษหรือเปล่าครับ ที่จะต้องได้สิทธิพิเศษต่าง ๆ เหล่านี้ ประเทศต่อไป ประเทศโมร็อกโกของประเทศไทย เช่นเดิมนะครับ ภาษีเงินได้และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ของเขาคือเงินได้ทั่วไปกับภาษีเงินได้ นิติบุคคล ทําไมละครับ ทําไมประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ถึงได้ ๒ อย่าง ทําไมประเทศลิทัวเนียถึง ได้เป็นภาษีเงินได้และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม แต่ในขณะที่ประเทศซิมบับเวได้ไป ๗ หมวดครับ

๑. ภาษีเงินได้

๒. ภาษีผู้ถือหุ้นที่ไม่มีถิ่นที่อยู่

๓. ภาษีจากดอกเบี้ยของผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่

๔. ภาษีจากค่าธรรมเนียมของผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่

๕. ภาษีจากค่าสิทธิของผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่

๖. ภาษีผลได้จากทุน และ

๗. ภาษีจากดอกเบี้ยของผู้มีถิ่นที่อยู่

ผมอยากทราบจริง ๆ นะครับว่าใครไปลงทุนที่ประเทศซิมบับเวถึงได้ ข้อยกเว้นต่าง ๆ มากมายขนาดนี้ ประเทศต่อไปที่ได้มากครับ ประเทศปาปัวนิวกินีครับ มีอีก ๗ หมวดเหมือนกันนะครับ

๑. ภาษีเงินได้หรือค่าจ้าง

๒. ภาษีกําไรส่วนเพิ่มจากกําไร ส่วนเพิ่มโครงการที่เกี่ยวกับทรัพยากร

๓. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินปันผลจากภาษีเงินได้พึงประเมินจากเงินปันผล

๔. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายผู้รับเหมาต่างชาติ

๕.ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค่าธรรมเนียมในการจัดการ

๖. ภาษีชําระธุรกิจ และ

๗. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายดอกเบี้ยซึ่งเรียกกันว่าภาษีประเทศปาปัวนิวกินี

ประเทศฟิลิปปินส์นะครับ ภาษีจากบุคคลธรรมดา ภาษีจากนิติบุคคล ภาษีจากมรดกและทรัสต์ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีการซื้อขายหลักทรัพย์

ประเทศไอร์แลนด์ ภาษีเงินได้ ภาษีนิติบุคคลและภาษีผลได้จากทุน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เป็นคําถาม

สุดท้ายที่ผมตั้งประเด็นคําถามอยู่ที่ประเทศเคนยา สิ่งที่เราแลกคือเงินได้ และเงินได้ปิโตรเลียม แลกกับภาษีที่เก็บจากเงินได้ภายใต้พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ที่ ๔๗๐ มันคืออะไรครับ เรียนถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่านต้องอธิบายให้ พี่น้องประชาชนทุกคนเข้าใจว่าภาษีเงินได้ ๔๗๐ มันครอบคลุมอะไรบ้างที่ประเทศเคนยา เหมืองเพชรหรือเปล่าครับ เหมืองทองหรือเปล่าครับ ทํานองนั้นไหมครับ ที่มีข่าวว่าบางคน ไปลงทุนไว้ คําถามใหญ่ที่ตามมาก็คือว่าถ้ามีคนไทยบางคนไปตั้งบริษัทนอมินีในต่างประเทศ เพื่อหลบภาษีพูดง่าย ๆ แล้วได้สิทธิพิเศษในการไม่ใช้ภาษีซ้ําซ้อนอย่างที่ว่านี้ ท่านในฐานะ เป็นรัฐบาลและเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังท่านมีวิธีการป้องกันอย่างไร อย่าบอกนะครับว่าใครไปทําก็ได้ ถ้าท่านรู้ว่าในการทําหรือว่าในการออกอนุสัญญาต่าง ๆ นี้ จะทําให้คนหลบภาษีได้ท่านต้องมีมาตรการในการป้องกัน ท่านจะป้องกันอย่างไร

อีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องถามก็คือว่าถ้ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับปิโตรเลียม เราต้องเสียภาษีเรื่องปิโตรเลียมเท่าไร กระทรวงการคลังคํานวณหรือเปล่าครับ หลังจาก ออกไปแล้ว ๑๐ ประเทศนี้เราเคยได้เท่าไร แล้วเราต้องเสียไปเท่าไร คําถามที่ประชาชน คงอยากถามท่านก็คือว่าถ้าภาษีปิโตรเลียมมันได้น้อยลงไป ค่าน้ํามันดีเซลที่เติมรถขนส่ง มันจะเพิ่มขึ้นอีกไหมครับ ค่าน้ํามันเบนซินที่เคยเติมอยู่ในรถของรถเก๋งต่าง ๆ มันจะเพิ่มขึ้น อีกไหมครับ ถ้าภาษีมันได้น้อยลง แล้วสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันซ้ําเติมค่าครองชีพของ พี่น้องประชาชนหรือเปล่าครับ ข้าวของจะแพงขึ้นอีกหรือเปล่าครับในเมื่อท่านกําลัง จะต้องการออกอนุสัญญา ออกความตกลงต่าง ๆ นี้กับนักลงทุน ซึ่งผมเชื่อว่ามีไม่มากหรอกครับ นักลงทุนในประเทศต่าง ๆ ที่กล่าวกันขึ้นมาใน ๑๐ ประเทศนี้ ท่านช่วยตอบพี่น้องประชาชน ครับว่าใครได้ประโยชน์แล้วพี่น้องประชาชนเสียประโยชน์เท่าไรจากสิ่งที่ต้องทําต่าง ๆ ต่อไปนี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าท่านไม่ตอบหรือท่านพยายามที่จะไม่ตอบ ผมเชื่อว่า สมาชิกรัฐสภาที่มีสติสัมปชัญญะ มีเหตุ มีผลไม่ควรให้ผ่านครับ ขอบพระคุณครับ