รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องอนุสัญญาการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน โดยตั้งคำถามเกี่ยวกับปัญหาการค้าระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้คำอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับอนุสัญญาเหล่านี้ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการวิเคราะห์ผลประโยชน์และข้อเสียที่อาจเกิดขึ้น

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมีข้อที่จะติงในประเด็น อนุสัญญาเรื่องของการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนเพียงสั้น ๆ เท่านั้นเองครับ แต่อยากจะฝาก ไปทางท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องครับ คือต้องเท้าความว่าประเด็นทั้งหมดที่มาคุยกันวันนี้ เป็นเพราะว่าอนุสัญญาที่ท่านไปลงนามกับต่างประเทศนี่เป็นอนุสัญญาที่เป็นหนังสือสัญญา ที่มีความสําคัญ มีผลผูกพันทางด้านการค้าอย่างมีนัยสําคัญ ตามมาตรา ๑๙๐ แล้วเราก็นํามา สู่การพิจารณาในสภาวันนี้ ซึ่งผมเองได้อ่านเอกสารเกือบหมด ผมว่าเรากําลังค่อนข้างจะทํา ในรูปแบบของพิธีกรรมมากเกินไป เพราะว่าลงไปดูเนื้อหาสาระแล้วเราควรจะได้รับคําชี้แจง จากรัฐบาลที่มีรายละเอียดมากกว่านี้ หลักการของการยกเว้นเรื่องของการจัดเก็บภาษีซ้อน พูดง่าย ๆ ก็คือถ้าเราไปมีรายได้ในประเทศคู่ค้า ปรากฏว่าเราต้องจ่ายภาษีในประเทศเอ (A) เงินที่เราจ่ายภาษีในประเทศเอก็จะถูกนํามาเป็นเครดิตภาษีในประเทศถิ่นเกิดของเรา อย่างเช่นประเทศไทยเป็นต้น ก็คือไม่มีการเก็บภาษีจากฐานรายได้เดียวกันอย่างนี้นะครับ ก็เป็นการดีในการที่จะทําให้มีการค้าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วหลากหลายประเทศที่นํามาขอ ในวันนี้ในรัฐสภาก็ใช้รูปแบบที่เป็นฟอร์แมท (Format) เดียวกันทั้งหมดครับ โดยเป็นรูปแบบ ที่โออีซีดีหรือยูเอ็น ทั้ง ๒ หน่วยงานเขาตั้งต้นแบบไว้ให้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน ประเทศซิมบับเว ประเทศเอสโตเนีย หรือประเทศฟิลิปปินส์ ท่านก็ใช้รูปแบบที่มาจากฐาน เดียวกันทั้งหมดครับ แต่มีข้อติงในหนังสือที่กระทรวงแต่ละกระทรวงที่รับผิดชอบทํามาครับ อย่างเช่นงานนี้กระทรวงการคลังรับผิดชอบเพราะเรื่องภาษีโดยตรง ไปดูในไส้ในของมันครับ ประทานโทษเถอะครับ คําแปลภาษาไทยของท่านแต่ละฉบับท่านยังแปลไม่เหมือนกันเลย เนื้อหานี้อ่านเข้าใจเหมือนกัน เท็กซ์ (Text) ภาษาอังกฤษเหมือนกันเปี๊ยะ แต่คําแปลภาษาไทย ต่างกันครับ ซึ่งเวลาคนอ่านผมนึกว่าท่านมีการเปลี่ยนถ้อยคํา ต้องย้อนกลับไปดูภาษาอังกฤษ เหมือนกัน เพราะเป็นแบบมาตรฐานที่โออีซีดีเขาเขียนมาให้แล้ว อันนี้ผมก็ฝากว่าท่านช่วย ฝากไปยังกรมสรรพากร กระทรวงคลังที่ท่านกํากับดูแลว่าเวลาทําคําแปลในเรื่องเอกสาร พวกนี้ขอให้อยู่ในรูปแบบมาตรฐานเดียวกันครับ ไม่อย่างนั้นคนอ่านอ่านแล้วจะงงครับ

ประการต่อมาครับ แต่ละประเทศนั้นมีจุดเด่น จุดด้อยที่มีความแตกต่าง ท่านควรที่จะยืนบอกในสภาว่าการที่ท่านไปทํากับประเทศฟิลิปปินส์มีข้อแตกต่างอะไร นอกเหนือไปจากแบบฟอร์มที่โออีซีดีหรือยูเอ็นให้ท่านเอาไว้ ผมอ่านดูนะครับ ท่านไม่ได้ เขียนตัวที่เป็นไฮไลท์ (Highlight) ว่าประเทศฟิลิปปินส์เมื่อท่านลงนามไปแล้วในฉบับนี้ มีผลผูกพันอย่างมีนัยสําคัญถึงต้องเข้าสภา หัวใจหลักประเทศไทยได้เปรียบเสียเปรียบ อย่างไรในเชิงวิเคราะห์ และท่านจะมาอภิปรายในมุมของการประชุมลับก็ได้ ไม่มีปัญหาอะไร แต่การเขียนแบบนี้มันทําให้ท่านสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้รู้มากขึ้นว่าข้างในนี้มีอะไรบ้าง หลากหลายประเทศเลยในนี้ ซึ่งผมคิดว่าท่านควรจะพูดให้ละเอียดในแต่ละประเทศนั้น ๆ ครับว่าเราได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไร และอะไรเป็นจุดสําคัญ และที่มากไปกว่านั้นก็คือว่า ท่านไปตกลงกับประเทศใดเอาไว้ องค์กรภาคเอกชนไทยมีการรับรู้แค่ไหนครับ เช่นท่านกําลัง จะไปเซ็นข้อตกลงกับประเทศซิมบับเว สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้ามีการรับรู้ มีการต่อยอด จากท่านไปมากน้อยแค่ไหน การเตรียมตัวของภาคเอกชนมีมากน้อยแค่ไหน คือถ้าเกิดว่า กระทรวงการคลังเองหรือกระทรวงการต่างประเทศทําตามที่โออีซีดีบอก ทําตามที่ยูเอ็นบอก โดยที่เราไม่รู้ว่าเรากําลังทําอะไรอยู่ ผมว่ามันไม่ค่อยสมควรนักนะครับ แล้วผมเองก็ยังติดใจ นิด ๆ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเที่ยวนี้รัฐบาลท่านจะใช้วิธีการผ่านรวดเลย คือรับหรือไม่รับ หรือจะ ตั้งกรรมาธิการไม่ทราบครับ เพราะว่าผมพูดตามตรงนะครับว่าเที่ยวนี้พอเอามากางดูทั้งหมด แต่ละประเทศมีความสําคัญทีเดียว ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีนั้นได้มีโอกาสที่จะเล่าให้ พวกเราฟังอีกสักนิด เพราะว่าพูดตรง ๆ ครับในหนังสือของท่านฝากบอกเลยครับ ช่วยกรุณา เน้นว่าจุดเด่นคืออะไรในประเทศนั้น ๆ จะเป็นประโยชน์มากในรัฐสภาแห่งนี้ เป็นการช่วยกัน ดูว่ามันขาดตกบกพร่องประการใด แต่วันนี้ท่านแปลเอกสารมาเขียนเหมือนกันหมดไว้ครับ แปลก็เหมือนบ้าง ไม่เหมือนบ้าง แต่ภาษาอังกฤษเหมือนกันหมด ไส้ในของแต่ละประเทศ สาระสําคัญคืออะไร ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีนั้นมีโอกาสที่จะได้ยืนขึ้นแล้วก็พูดถึงรายละเอียด ให้ชัดเจนในแต่ละรายประเทศ ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ