เจตน์ ศิรธรานนท์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ และเรียกร้องความชัดเจนจากรัฐบาลในการจัดทำกรอบการเจรจาและอนุสัญญา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลดภาษีซ้อนระหว่างประเทศ โดยอ้างตัวอย่างจากประเทศโมร็อกโก และเสนอแนะว่าหากสามารถยกเว้นการเก็บภาษีในระหว่างรัฐ ก็จะช่วยคลี่คลายปัญหาการเก็บภาษีซ้อน และยังหารือเรื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะการลงทุนในประเทศแอฟริกาเหนือ เช่น โมร็อกโกและตูนีเซีย และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมอยากจะย้อนท่านประธานให้กลับไปในอดีตในรัฐบาลก่อน เราก็มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วัตถุประสงค์ในการแก้ไขก็คือรัฐธรรมนูญมาตรานี้สร้างความยุ่งยากให้กับ รัฐสภา สร้างความยุ่งยากให้กับสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน เนื่องจากทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็น เรื่องของกรอบการเจรจา เรื่องสัญญา อนุสัญญาหรือข้อตกลงต่าง ๆ จากกระทรวงต่าง ๆ ทุกกระทรวง จะต้องนําเสนอเข้ามาเห็นชอบจากรัฐสภาแห่งนี้ เนื่องจากไม่มั่นใจถ้าหากว่า ไม่นําเสนอแล้วจะมีความผิดหรือไม่ ดังนั้นกระทรวงต่าง ๆ ก็จึงมีความอึดอัดก็เลยยกทุกเรื่อง ทุกประเด็นเข้าสู่รัฐสภาแห่งนี้ อันนั้นก็จึงเป็นที่มาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ ในรัฐบาลที่แล้ว แต่นี่พอเรามาดูในรัฐธรรมนูญที่แก้ไขแล้วในวรรคห้า ให้มีกฎหมายว่าด้วย การกําหนดประเภทกรอบการเจรจา ขั้นตอน และวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบ ต่าง ๆ ก็ไม่ต้องอ่านทั้งหมด ให้มีกฎหมาย ปรากฏว่ากฎหมายยังไม่มีนะครับ เมื่อกฎหมาย ยังไม่มีก็ต้องพูดผ่านท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่าการที่ไม่มีกฎหมายตรงนี้มันก็มีปัญหา ย้อนกลับไปถึงอดีตอีกว่าในเรื่องต่าง ๆ ก็จะต้องมีการนําเสนอเข้าสู่รัฐสภาแห่งนี้เช่นเดิม
ต่อไปมาถึงเรื่องด่วนที่เสนอ เรื่องด่วนที่เสนอในวันนี้นี่มีทั้งกรอบการเจรจา ใน ๒.๑ ความตกลงระหว่างรัฐบาล ๒.๒ ๒.๓ อนุสัญญา ๒.๔ ความตกลง ๒.๕ อนุสัญญาอีก ๒.๖-๒.๑๑ ทั้งหมดมีทั้งอนุสัญญาและกรอบการเจรจาแล้วก็มีความตกลงสับสนไปหมด เพราะฉะนั้นผมก็มีความคิดเห็นเหมือนกับเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายไปแล้วว่าทั้งหมดนี่ รัฐบาลควรจะถอนกลับไปแล้วไปตั้งหลักใหม่ว่าจะเอาอย่างไรแน่นะครับ หรือท่านเห็นว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเป็นปัญหาเนื่องจากว่าไม่มีความชัดเจนตรงนี้ กฎหมายก็ยังไม่ได้ออก เพราะฉะนั้นท่านก็จึงยึดหลักเดิม คือมาเสนอทุกอย่างให้เข้าสู่สภาแห่งนี้ทั้งหมด ตรงนี้ ผมเห็นว่ามันเป็นความไม่ชัดเจนของรัฐบาล ถึงอยากจะฝากตรงนี้เป็นประเด็นไว้ในข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ ในเรื่องที่เราพิจารณากันอยู่ มันเป็นเรื่องของ กรอบการเจรจา ๑๑ ฉบับ ๑๑ ฉบับนี้ เรามีกรอบการเจรจาอนุสัญญาหรือทําความตกลง เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และความตกลงและอนุสัญญาต่าง ๆ การเก็บภาษีซ้อน เป็นปัญหามากมายตามที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว แต่ว่าที่เหนือกว่านั้นก็คือเรายัง อยู่ในโหมด (Mode) ของการแข่งขัน เราต้องการเงินตราเข้าประเทศ เราต้องการการลงทุน จากต่างประเทศ และเราก็ต้องการให้บริษัทต่าง ๆ ในประเทศไทย หรือนักธุรกิจในประเทศไทย ไปลงทุนในต่างประเทศเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีการแข่งขันมากมาย สิ่งที่จะสู้ได้ ในการแข่งขันโดยเฉพาะการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ดีที่สุดก็คือว่าหามาตรการ หรือวิธีการที่จูงใจ มาตรการหรือวิธีการที่จูงใจที่ดีที่สุดข้อหนึ่ง ก็คือการลดภาษีที่ซ้ําซ้อน มันก็จะทําให้นักธุรกิจหรือบริษัทต่าง ๆ เขาได้กําไรมากขึ้น เมื่อได้กําไรมากขึ้นก็เป็นสิ่งที่จูงใจ ในการลงทุน เพราะฉะนั้นกรอบการเจรจาตรงนี้ลดการเก็บภาษีซ้ําซ้อน ผมจึงเห็นด้วย ประเด็นก็คือว่าใน ๑๑ ประเทศนี้ ส่วนใหญ่เป็นประเทศกระจายอยู่ทั่ว ๆ ไป แล้วส่วนใหญ่ ก็เป็นประเทศเล็ก ๆ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศซิมบับเว ประเทศโมร็อกโก ประเทศทาจิกิสถาน ประเทศเคนยา ประเทศลิทัวเนียและประเทศเอสโตเนีย ประเทศต่าง ๆ เหล่านี้มันก็สอดคล้อง กับว่าเราไปลดการเก็บภาษีซ้ําซ้อนในประเทศเล็ก ๆ แต่มันยังมีประเทศใหญ่ ๆ ที่เขาต้องการ ลดการเก็บภาษีซ้ําซ้อนเช่นเดียวกัน รัฐบาลตอบได้หรือไม่ว่าปัญหาเรื่องภาษีซ้ําซ้อน ในประเทศใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นคู่ค้าของเรามากมาย เราแก้ไขหมดแล้ว จึงเหลือแต่ประเทศเล็ก ๆ ถ้าไม่อย่างนั้นตอบไม่ได้ว่าทําไมจึงเลือกประเทศเล็ก ๆ เหล่านี้ ไม่เลือกประเทศใหญ่ ๆ ที่ควรจะทํากรอบความตกลงการลดการเก็บภาษีซ้ําซ้อนนี่เสียก่อน ตรงนี้ผมคิดว่ารัฐบาล ก็จะต้องตอบให้ชัดเจนว่าทําไมถึงทําอย่างนั้น
อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน การลดการเก็บภาษีซ้ําซ้อน ผมจะยกตัวอย่าง ในประเทศโมร็อกโก ประเทศโมร็อกโกเป็นประเทศที่อยู่ทางแอฟริกาเหนือ ผมโชคดีที่ได้ มีโอกาสไปเยี่ยมดูงานประเทศที่อยู่แอฟริกาเหนือ ๒ ประเทศติดกัน คือประเทศโมร็อกโก และประเทศตูนิเซีย ประเทศโมร็อกโกที่ทําข้อเสนอกรอบข้อตกลงในวันนี้เป็นประเทศที่มีอยู่ ๑๖ มลรัฐ ๑๖ มลรัฐ แต่ละรัฐเขาเก็บภาษีของเขาไม่ต่างกัน ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ถ้าหากว่า ไม่ได้แก้ไขการเก็บภาษีในระหว่างรัฐต่าง ๆ แล้วก็ยังมีการเก็บภาษีที่ซ้ําซ้อนในระหว่างรัฐอยู่ ถ้าหากว่ากรณีที่เราทําอนุสัญญาที่จะบังคับใช้เกี่ยวกับการเก็บภาษีซ้ําซ้อนในประเทศโมร็อกโก ในกรณีของประเทศไทยเป็นเรื่องภาษีเงินได้ และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ส่วนในกรณีของ ประเทศโมร็อกโกได้แก่ภาษีเงินได้ทั่วไป และภาษีเงินได้นิติบุคคล ถ้าหากว่าเราสามารถ ยกเว้นการเก็บภาษีในระหว่างรัฐก็เป็นการเก็บภาษีเดี่ยวของประเทศแล้ว ผมคิดว่าปัญหานี้ ก็จะถูกคลี่คลายไป
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ผมเห็นว่าประเทศทางแอฟริกาเหนือนี้ เป็นประเทศที่จูงใจต่อการลงทุนค่อนข้างมาก แล้วก็ฝากผ่านท่านประธานไปถึงทางรัฐบาลว่า ควรจะพุ่งน้ําหนักไปที่ประเทศที่ทางแอฟริกา โดยเฉพาะประเทศทางแอฟริกาเหนือ ซึ่งขณะนี้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจค่อนข้างเติบโตอย่างรวดเร็ว อย่างก้าวกระโดด มีความต้องการสินค้าไทยมากมาย แล้วก็มีวัตถุดิบซึ่งเป็นที่ต้องการของ ประเทศเราอีกมากเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่นทางประเทศโมร็อกโกก็มีทางสินค้าต่าง ๆ ที่เป็นวัตถุดิบซึ่งมีมากมาย ในประเทศในแอฟริกา แล้วก็มีความต้องการสินค้าจากประเทศไทย โดยเฉพาะรถยนต์ หรือรถปิกอัพซึ่งเป็นที่ต้องการของทางรัฐบาลค่อนข้างมาก แต่เนื่องจากมีความติดขัด เรื่องของการทํากรอบข้อตกลงทางการค้าก็ยังมีปัญหา รวมถึงระยะทางซึ่งก็ค่อนข้างไกล แต่ว่าในปัจจุบันนี้ระยะทางไม่ได้เป็นอุปสรรคที่ขวางกั้นแต่อย่างใด เพราะว่าการเดินทาง ในปัจจุบันนี้มันสามารถเดินทางไปได้ทั่วโลกเช่นเดียวกับการขนส่งสินค้า แล้วก็เช่นเดียวกับ ประเทศตูนีเซียซึ่งพบว่ามีน้ํามันซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบที่เป็นความต้องการของประเทศไทย อีกมาก ถ้าหากว่าเราสามารถเชื่อมโยงในเรื่องของการค้าเสรีในประเทศทางแอฟริกา โดยเฉพาะประเทศทางแอฟริกาเหนือแล้ว ผมเชื่อว่ายังสามารถขยายตัวทางการพัฒนา ทางเศรษฐกิจไปได้มากกว่าที่เป็นอยู่ แน่นอนครับ ผมก็อยากจะให้ประเทศเรารวยขึ้น มันก็ส่งผลถึงประชาชนทั้งประเทศ เรามีจุดขายที่ดี เรามีประชาคมอาเซียนซึ่งกําลังจะ กลายเป็นหนึ่งเดียว เป็นประเทศเดียวในปี ๒๐๑๕ ซึ่งผมคิดว่าในช่วงนั้นประเทศไทย ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนทั้งหมดก็จะมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม อย่างก้าวกระโดด ก็หวังว่าถ้าเราสามารถขยายตัวทางเศรษฐกิจ มีการเชื่อมทางเศรษฐกิจไปถึงประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศที่เราทํากรอบข้อตกลงใน ๑๑ ประเทศวันนี้แล้วมันมีกรอบข้อตกลงอื่น ๆ ก็คิดว่าจะช่วยให้เรามีการพัฒนาเศรษฐกิจได้มากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ต้องการ ความชัดเจนในเรื่องของรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ ขอบคุณครับ