เกียรติ สิทธีอมร อภิปรายเรื่องการเจรจาสนธิสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและความตกลงอื่น ๆ ที่ยังไม่มีผลบังคับใช้ ท่านประเมินว่าหลักการของการมีสนธิสัญญาการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนเป็นหลักการที่ดี แต่ในทางปฏิบัตินั้นมีปัญหาอยู่มาก ท่านยังตั้งคำถามเกี่ยวกับวิธีการเลือกประเทศที่จะเข้าเป็นคู่สนธิสัญญาและผลประโยชน์ที่จะได้รับจากสนธิสัญญานี้ ท่านยังพูดถึงเรื่องการมีสนธิสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศต่างๆ และเรียกร้องให้กรมการคลังแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการไม่สามารถนำเงินได้กลับประเทศ นอกจากนี้ ท่านยังเสนอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาการบังคับใช้ข้อตกลงสนธิสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการเก็บภาษีซ้อน และขอชี้แจงเพื่อให้การลงมติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมขออนุญาตอภิปรายกรอบการเจรจาอนุสัญญาหรือความตกลง เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และความตกลงและอนุสัญญาที่ยังไม่มีผลบังคับใช้ที่นําเข้าสภา จํานวน ๑๐ ฉบับ ต้องขอเริ่มจากหลักการของการมีสนธิสัญญาการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนนั้น ในหลักการนั้นเป็นหลักการที่ดีหรือไม่ เรียนท่านประธานครับว่าเป็นหลักการที่มีความเป็นสากล เพราะว่าการที่บุคคลใด ๆ หรือนิติบุคคลใด บริษัทใดก็แล้วแต่ไปทํากําไรในประเทศต่าง ๆ หรือไปมีรายได้ในประเทศต่าง ๆ แล้ว แต่ในขณะเดียวกันต้องเสียภาษีของทั้ง ๒ ประเทศ ประเทศต้นสังกัดกับประเทศที่ไปมีเงินได้อยู่ก็ให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นนะครับ ในหลักการ คงไม่มีปัญหาโต้แย้งใด ๆ ว่าหลักการนี้ถูกต้องหรือไม่ แต่ในทางปฏิบัตินั้นถ้าท่านประธาน ลงไปดูในรายละเอียดก็คงจะพบว่ามันมีปัญหาอยู่มากพอสมควรเลยทีเดียวในทางปฏิบัติ ก่อนจะลงไปประเด็นทางเทคนิคนะครับ ผมอยากจะซักถามทางรัฐบาลเหมือนกันว่าในการ ที่ท่านตัดสินใจเลือกแต่ละประเทศที่จะมาเป็นในคู่สนธิสัญญาเรานี้ท่านเลือกวิธีไหนครับ ถ้าเป็นหลักว่า ไม่ว่าประเทศใดที่เราเดินทางไปเยือนแล้วเขาอยากจะมาขอทําสนธิสัญญา กับเรา เรารับหมด ถ้าเป็นอย่างนั้นน่าเป็นห่วงครับ แต่ถ้าเป็นหลักที่ว่ามันมองเห็นชัดเจนว่า มีผลประโยชน์ร่วมต่อกัน ถ้ามีสนธิสัญญาการไม่เก็บภาษีซ้อน ถ้าเป็นเช่นนั้นก็พอจะรับฟังได้ แต่ในเอกสารไม่ปรากฏรายละเอียดว่าเหตุผลของแต่ละประเทศจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร เป็นเหตุผลที่เขียนไว้ค่อนข้างกว้าง กว้างว่าในเมื่อต้องมีคนเสียภาษีของทั้ง ๒ ประเทศ การไม่มีการเก็บภาษีซ้ําซ้อนนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่มิได้มีการวิเคราะห์ว่าผลได้เสียเป็นอย่างไร ตรงนี้พอผมไปดูในรายละเอียดของประเทศบางประเทศแทบจะไม่มีธุรกรรมทางการค้า หรือการลงทุนกับประเทศไทยเลย ก็ต้องตั้งคําถามว่าท่านเลือกประเทศเพราะอะไรหรือว่า ท่านตอนนี้กําลังใช้สนธิสัญญาการไม่เก็บภาษีซ้อนกันเป็นเครื่องมือทางการเมือง ไม่ใช่ เครื่องมือทางเศรษฐกิจอีกต่อไปแล้ว บางประเทศนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าเรามีการค้ากับเขามากน้อย แค่ไหน หรือแม้กระทั่งมีการลงทุนมากน้อยแค่ไหน การที่จะได้ประโยชน์จากสนธิสัญญา ไม่เก็บภาษีซ้ําซ้อนหมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าบุคคลไทยหรือบริษัทไทยไปตั้ง บริษัทในประเทศดังกล่าวแล้วมีเงินได้ แล้วเสียภาษีที่นั่นเป็นกิจจะลักษณะแล้วไม่ต้อง กลับมาเสียภาษีที่ประเทศไทยอีก ผมพยายามเก็บข้อมูลในตอนสมัยที่เป็นรัฐบาลชุดที่แล้ว ตอนที่ผมทําหน้าที่ประธานผู้แทนการค้าไทยเราเองมีข้อมูลการลงทุนของบริษัทไทย หรือบุคคลไทยในต่างประเทศมากน้อยแค่ไหน เชื่อไหมครับ แทบจะไม่มีเลยครับ ทีนี้ก็ต้อง ตั้งคําถามว่าท่านเลือกประเทศเหล่านี้อย่างไร แน่นอนบางประเทศผมเชื่อว่ามีการดําเนินการ มาค่อนข้างนาน คงไม่ใช่ริเริ่มโดยรัฐบาลชุดนี้ แต่บางประเทศผมเชื่อว่าริเริ่มโดยรัฐบาลชุดนี้ ผมยกตัวอย่างครับ ประเทศไทย-ประเทศโมร็อกโก ประเทศโมร็อกโกถามจริงๆ ครับ การค้า ของเรากับประเทศโมร็อกโกตอนนี้มีผู้ประกอบการไทยไปตั้งกิจการในประเทศโมร็อกโก กี่บริษัท ท่านทราบหรือเปล่า ถ้าท่านตอบไม่ได้แสดงว่าท่านนําเรื่องนี้เข้าสภาอย่างไม่รอบคอบ จะได้ประโยชน์จากภาษีจากการไม่เก็บภาษีซ้อนมากน้อยแค่ไหน ประเทศซิมบับเวท่านสมาชิก ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านกษิต ภิรมย์ ท่านได้พูดไปแล้ว ท่านทราบหรือเปล่าครับว่าสถานะความสัมพันธ์ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่เป็นสมาชิก ของสหประชาชาติต่อประเทศบางประเทศในโลกนี้นี่เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ถ้าเมื่อไรก็แล้วแต่ประเทศอย่างประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศขนาดกลางถึงขนาดเล็กเข้าไป มีความสัมพันธ์กับบางประเทศ ซึ่งเป็นที่รังเกียจของประชาคมโลกหรือเป็นที่รังเกียจ ของประเทศมหาอํานาจทางเศรษฐกิจบางประเทศจะเกิดผลกระทบอะไรกับประเทศไทย ท่านเคยคิดบ้างไหมครับ ประเทศบางประเทศที่ระบุอยู่ในนี้ผมเองไม่ต้องการกล่าวหา ประเทศใดเป็นพิเศษ แต่ว่าบางประเทศที่ท่านเสนอเข้ามานี่มีประวัติของการละเมิด สิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงมากเป็นที่กล่าวขานกัน เป็นที่โจษจันกัน และมีการนําไปทํา เป็นตําราเรียนในประเทศมหาอํานาจทางเศรษฐกิจหลายประเทศทีเดียว และนอกจากนั้น ตําราเรียนเหล่านั้นก็กลับมาใช้ในประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยซ้ําไป ก็ต้องถามท่านว่า ท่านเสนอเข้ามาให้ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากขึ้นไปอีกกับประเทศเหล่านี้ ท่านคิดดีแล้วหรือครับ ถ้าการที่เราไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากขึ้นแล้วทําให้เรามีปัญหากับ ประเทศคู่ค้าสําคัญ ประเทศคู่ค้าหลักของเรานี่ท่านยังจะทําอยู่หรือเปล่า มีการประเมินกัน หรือเปล่า ผมคิดว่าท่านต้องกลับไปทบทวนให้ดีครับว่าในรายชื่อบางประเทศที่เสนอเข้ามา หรือมันมาจากความสัมพันธ์ส่วนตัวของคนบางคนในคณะรัฐมนตรี ผมไม่แน่ใจ ดูรายชื่อ ประเทศน่าจะเข้าข่ายว่ามีความสัมพันธ์ส่วนตัวในอดีตและมีการเข้าไปดําเนินการในลักษณะ ได้ผลประโยชน์บางอย่างในสัมปทานบางรายการ และนี่เป็นเหตุที่ท่านต้องการให้มีการลงนาม ในสนธิสัญญางดเว้นการเก็บภาษีซ้อนต่อกันหรือเปล่า แต่ในทางกลับกันการที่เราไปดําเนินการ กับประเทศนี้ทําให้เราต้องมีปัญหากับอีกหลายประเทศ หรือทําให้เราต้องได้รับความรังเกียจ ของบางบริษัทที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลของบางประเทศที่เป็นมหาอํานาจทางเศรษฐกิจครับ เรื่องนี้บางครั้งเขาไม่บอกท่านนะครับ เขาไม่บอกว่าผมรังเกียจท่าน เขาไม่บอก ผมรังเกียจ เพราะท่านไปมีความสัมพันธ์กับประเทศโน้นประเทศนี้ ไม่พูดละครับ แต่ท่านไปประมูลงาน กับเขาทีไรตกทุกทีครับ ท่านคิดดีแล้วหรือครับในรายชื่อ ผมขอเสนอให้ท่านกลับไปทบทวน เพราะบางประเทศผมคิดว่ารับไม่ได้ครับ และจะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการประเทศไทย ในเวทีโลก กลับไปทบทวนเถอะครับ ปัญหามากครับ เป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่ง ท่านทําเล่น ๆ ไม่ได้ หรือทําเพื่อนักธุรกิจบางคนที่ไปมีสัมปทานในประเทศนั้นก็ไม่ได้ ในที่สุดจะฟ้องแล้วครับ
ประการต่อมา ท่านเคยมีการประเมินไหมครับว่าเราได้ใช้ประโยชน์จากประเทศ ที่เราลงนามสนธิสัญญาเหล่านี้ไปเรียบร้อยแล้ว ๕๔ ประเทศ มีการทําการประเมินไหมครับว่า เราได้ประโยชน์จริง ๆ มากน้อยแค่ไหน เราใช้ประโยชน์ในส่วนของเรา ส่วนของประเทศเรา มากน้อยแค่ไหน และในส่วนของประเทศอื่นมากน้อยแค่ไหน ขอรับทราบจริง ๆ นะครับ ถ้ายังไม่เคยประเมินผมก็คิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นการที่ท่านนําวาระนี้เข้ามาเพื่อขอการอนุมัติ จากสภาเพิ่มเติมในประเทศเหล่านี้ท่านไม่ควรจะทํานะครับ เพราะท่านต้องทําบนพื้นฐาน ของข้อมูลที่แท้จริงที่ชัดเจนว่าประเทศไทย ผู้ประกอบการไทย บุคคลสัญชาติไทย ได้ประโยชน์ จากสนธิสัญญาเหล่านี้ชัดเจน แม้กระทั่งในประเทศที่เรามีการค้าขาย มีการลงทุนกัน มากกว่าประเทศเหล่านี้ด้วยซ้ําไปครับ ทีนี้การใช้ประโยชน์จริง ๆ เรื่องหนึ่งครับที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทางกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะเลยครับ เมื่อกี้ผมได้ยินผู้อภิปรายหลายท่านพูดถึงว่าน่าจะส่งเสริมคนไทยไปลงทุน ต่างประเทศ มีครับ คนไทยไปลงทุนต่างประเทศครับ แต่วันนี้ไม่สามารถนําเงินที่เป็นกําไร ที่เขาทําในประเทศนั้นกลับประเทศไทยได้ ท่านทราบไหมครับ เป็นพันล้านเหรียญครับ บางประเทศเป็นหลักพันล้านเหรียญ หลายหมื่นล้านบาทครับ เงินที่ดองอยู่ในประเทศต่าง ๆ เพราะว่าเขาต้องการให้มีสนธิสัญญาภาษีซ้อน แต่ไม่อยู่ในรายชื่อที่ท่านกําลังขอสภาครั้งนี้ แล้วเรื่องนี้เขาขอมาประมาณเป็นปีแล้วทําไมไม่อยู่ในรายชื่อประเทศนี้ครับ เป็นประเทศหนึ่ง ในเอเซียใต้ ประเทศอินเดีย ผมก็ไม่ทราบนะครับว่าปัญหามันติดอยู่ตรงไหน แต่กลับไม่มีอยู่ ในรายชื่อที่ท่านมาขอในครั้งนี้ แล้วประเทศไทยก็ไม่สามารถดําเนินการอย่างอื่นได้ เพราะว่า มีกฎหมายในการที่จะต้องเก็บภาษีทันทีที่เงินได้เหล่านั้นนําเข้าประเทศ ก็เป็นเหตุที่ทําให้ ผู้ประกอบการไทยเองในประเทศเหล่านั้นทํากําไรเรียบร้อยแล้วแต่ไม่สามารถจะนําเงิน กลับประเทศไทยได้ ทําไมท่านไม่ไปเร่งแก้ปัญหาเหล่านั้นซึ่งทุกสถานทูตทราบดีนะครับ เพราะเรื่องนี้มีการรายงานกับสถานทูตละครับ ถ้าท่านไปเน้นแก้ไขปัญหาให้บริษัทเหล่านั้น ซึ่งเป็นบริษัทไทยแท้ ๆ เลย เป็นสัญชาติไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเจ้าของ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไปตั้งอยู่ในประเทศเหล่านั้นตามที่ผมได้กล่าวถึงนี่ ทําไมท่านไม่เร่งแก้ให้เขาครับ แต่กลับมา ทําให้ประเทศซิมบับเว ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ครับ ผมถึงกลับมาถามท่าน ท่านต้องตอบให้ เคลียร์ (Clear) ให้ชัดเจนว่าการที่ท่านเลือกประเทศเหล่านี้ใช้สมมุติฐานอะไร ใช้บรรทัดฐาน อะไรในการเลือกนะครับ ในขณะที่บางประเทศที่จําเป็นจะต้องเร่งทําท่านยังไม่ได้ทํานะครับ นอกจากนั้นที่ผมตั้งคําถาม ตั้งโจทย์ว่าท่านเองได้มีการศึกษาชัดเจนไหมถึงผลประโยชน์ ที่ได้จากสนธิสัญญาภาษีซ้อน เพราะอะไรท่านทราบไหมครับ จริง ๆ แล้วมันมีปัญหาทางเทคนิค บางประการ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ บางประเทศมีสนธิสัญญาภาษีซ้อนไปแล้ว ใช้ไม่ได้ ท่านทราบปัญหาหรือเปล่าครับผู้เสนอ ใช้ไม่ได้เพราะว่าอะไรครับ ประเทศที่เขาเป็น คู่สัญญานี่ ในกรณีที่ต้องการตรวจสอบการเสียภาษีในประเทศไทย สมมุติเขาไม่เชื่อเอกสาร หลักฐานที่ผู้ประกอบการเหล่านั้นที่มาทําในประเทศไทยแล้วเสียภาษีไปแล้วเอาไปยื่น เขาไม่เชื่อ เขาต้องการตรวจสอบขึ้นมา ปรากฏว่าทําไม่ได้ ท่านทราบไหมครับว่าจริง ๆ แล้ว มาตรา ๑๐ ของประมวลรัษฎากรไม่ให้รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เก็บภาษีให้ข้อมูลแก่ผู้อื่น ถ้าท่านจะทําให้สนธิสัญญาการไม่เก็บภาษีซ้อนมีผลและใช้งานได้จริง และในหลายกรณี ที่มีการตรวจสอบทําไมท่านไม่ปรับปรุงประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๐ ด้วย เพราะมีหลายกรณี ที่ผมรับทราบมาว่าประเทศต้นทางของผู้ประกอบการที่มาลงทุนในประเทศไทยต้องการ ตรวจสอบการเสียภาษีของนิติบุคคลนั้น ๆ หรือบุคคลนั้น ๆ แต่ปรากฏว่าหน่วยงานของไทย ไม่สามารถดําเนินการให้ได้ เพราะขัดกับกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตรงนี้ไม่ทราบว่าท่านได้ แก้ไขหรือยัง ถ้าท่านยังไม่ได้แก้ก็แสดงว่าที่ผ่านมาท่านทําข้อเสนอยื่นเข้ามาในสภาเป็นเพียง พิธีการ ไม่ได้มีการศึกษาในรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนถึงผลได้ผลเสีย ซึ่งจริง ๆ มาตรา ๑๙๐ นะครับ บอกว่ากระทรวงต้นสังกัด ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ รัฐบาลต้อง มีการศึกษาผลดี ผลเสีย และผลกระทบอย่างชัดเจนครับ แล้วในกรณีที่มีผลกระทบในทางลบ ก็ต้องเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากข้อตกลงนั้น ๆ ตรงนี้ผมก็ต้องขอความกระจ่าง จริง ๆ ในหลักการผมไม่ติดใจนะครับ หลักการผมเห็นด้วย แต่ในการเลือกประเทศที่ท่าน นําเข้ามาเสนอรัฐสภาครั้งนี้ผมคิดว่าบางประเทศมีปัญหา ผมวิงวอนเลยครับ ประเทศเหล่านั้น ที่เชื่อว่ามีปัญหาถอนออกไปเถอะครับ ถอนออกไปดีกว่า แล้วก็การที่ผู้เสนอเองต้องตระหนัก ถึงการใช้ประโยชน์ที่สามารถดําเนินการได้ ในขณะเดียวกันบางประเทศที่มีความจําเป็น เร่งด่วนที่ต้องมีสนธิสัญญา การไม่เก็บภาษีซ้อนท่านก็ไม่ได้เสนอเข้ามา และ
ประการสุดท้าย ก็คือว่าปัญหากฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่เป็นผลทําให้ การบังคับใช้หรือการนําข้อตกลงสนธิสัญญาไม่เก็บภาษีซ้อนเอามาใช้เป็นปัญหา ก็ต้องขอ คําชี้แจงก่อนที่จะตัดสินใจลงมติครับ ขอบคุณครับ