เกียรติ ชี้ช่องว่างกฎหมายธุรกิจร่วมทุน-จอยท์เวนเจอร์ เรียกร้องรัฐตรา พ.ร.บ.

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๕

เกียรติ สิทธีอมร ระบุปัญหาการขาดกฎหมายรองรับธุรกิจร่วมทุนและจอยท์เวนเจอร์ในประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นความเสี่ยงด้านความรับผิดชอบของบริษัทแม่และการประเมินภาษีที่ไม่มีรายละเอียดชัดเจนในร่างกฎหมาย และเรียกร้องให้รัฐตราพระราชบัญญัติใหม่เพื่อแก้ไขช่องว่างทางกฎหมายดังกล่าว เกียรติ สิทธีอมร หารือประเด็นการแก้ไขข้อผูกพันสาขาโทรคมนาคม โดยชี้ขาดความไม่ชัดเจนในการระบุประเด็นแก้ไข ผลกระทบต่อกลุ่มเป้าหมาย และความสอดคล้องกับกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีชี้แจงนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอาเซียนอย่างชัดเจน

นายเกียรติ สิทธีอมร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม เกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ก็จะพยายามใช้เวลาให้กระชับที่สุดนะครับ จะเน้นประเด็นที่สำคัญจริง ๆ นะครับ ในเรื่องขององค์การการค้าโลก ผมติดใจอยู่นิดเดียว เพราะกรอบการเจรจาที่เสนอมานี่ ท่านไปทับซ้อนกับกรอบที่เคยให้ความเห็นชอบไปแล้ววันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ แล้วเรามองไม่ออกครับ ส่วนไหนส่วนเพิ่ม ส่วนไหนส่วนเดิม ท่านไม่ได้เขียนเอาไว้ชัดเจนครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ชัดครับว่าวันนี้ที่ท่านมาขอคือ ขออะไรแน่ แล้วของเดิมที่มีอยู่จะยกเลิก ฉบับนั้นหรือเปล่า เพราะมันซ้อนกันอยู่ครับ และท่านก็เขียนเอาไว้ชัดเจนในเอกสารที่เสนอว่า ที่เขียนมาใหม่นี่ ข้อ ๒.๑ ไม่ได้มีอยู่ในของเดิมเท่านั้นครับ และสุดท้ายก็มีข้ออื่น ๆ ที่ท่านพูด ในตอนท้ายว่าเป็นส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมา ทีนี้พอไปดูข้ออื่น ๆ ที่เพิ่มเติมขึ้นมานี่นะครับ ท่านก็ใส่เอาไว้พอสมควรทีเดียวครับ แล้วใส่คำว่า เป็นต้น ไว้ด้วย ก็เหมือนท่านขอแบลงค์เช็ค (Blank Cheque) เหมือนกันนะครับ เช็คเปล่าเลยครับ จะไปเจรจาเรื่องอะไรวันนี้ขอหมดเลย ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยที่ท่านขออย่างนี้ เพราะหมายความว่า อย่างไรครับ หมายความว่าวันที่ท่านไปเจรจาท่านไม่สามารถใช้เหตุผลของการที่จะต้อง ขออนุมัติรัฐสภาในการเจรจา เพราะทุกคนก็จะทราบดีครับเหมือนกับว่าท่านได้รับการอนุมัติ จากรัฐสภาให้เจรจาได้ทุกเรื่องโดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไข ไม่มีเนื้อหาการศึกษารายละเอียด ซึ่งเป็นข้อกำหนดของมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะฉะนั้นการขออย่างนี้ ผมไม่คิดว่าจะสอดคล้องกับเงื่อนไขของมาตรา ๑๙๐ นะครับ ตอนที่ท่านรัฐมนตรีกล่าวนำนี่ ท่านบอกว่า เนื่องจากยังไม่มีประเด็นที่ชัดเจน ท่านก็เลยไม่มีรายละเอียดใช่ไหมครับ ตรงนั้น เป็นปัญหานะครับท่านประธาน จะมีผลกระทบอย่างยิ่งครับ แล้วก็ไม่เป็นผลดีกับการเจรจา อย่างเช่นเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ท่านอยู่ดี ๆ ท่านขอแก้มั่นคงทางอาหารแล้วบอกว่า ท่านจะไปเจรจาอย่างไรก็ได้ ผมไม่ค่อยสบายใจครับท่านประธาน ผมคิดว่ามันไม่น่าจะเป็น วิธีการแล้วก็เจตนาของมาตรา ๑๙๐ อันนี้ผมขอบันทึกไว้

ทีนี้ในส่วนของการหารือภาคเอกชนหรือภาคประชาชน หลาย ๆ เรื่องท่านบันทึก ท่านไปหารือสัก ๕-๖ องค์กร ก็เป็นสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรมประมง สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เขาแนะนำเอาไว้เยอะเลยนะครับ แต่ในเอกสารท่านไม่ได้ประมวลรวมข้อแนะนำของเขา ซึ่งท่านเห็นด้วยในกรอบการเจรจา อันนี้ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นประโยชน์ ไม่น่าจะถูกต้อง ฉะนั้นในกรอบขององค์การการค้าโลก ผมก็มีข้อท้วงติงและขอคำชี้แจงเท่านี้นะครับ

ในส่วนของข้อเสนอผูกพันเปิดตลาดการค้าบริการของไทยในกรอบอาเซียน เช่นกันนะครับ ท่านไม่ได้มีข้อศึกษาถึงผลดีผลเสียจากการไปเจรจาเปิดภาคบริการเหล่านั้น ตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ไม่มีข้อศึกษาครับ กลุ่มไหนได้รับผลกระทบ และเขาได้รับ ผลกระทบ และท่านจะดำเนินการอย่างไร มีการเยียวยาหรือไม่ มีโครงการที่จะต้อง ของบประมาณในการปรับโครงสร้างธุรกิจบริการที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ ไม่มีนะครับ ในเอกสารที่ท่านส่งมา ไม่มีเลยครับ

ทีนี้มีอีกประเด็นหนึ่งที่ระบุไว้ค่อนข้างหลายหัวข้อ ในหลายธุรกิจบริการว่า มีการอนุญาตให้มีการจัดตั้งธุรกิจ หรือ คอมเมอร์เชียล เพอร์ซัน (Commercial person) ในการจัดตั้งธุรกิจในลักษณะการร่วมทุน ท่านเขียนไว้ชัดครับ คำว่า การร่วมทุน และวงเล็บไว้ว่า จอยท์เวนเจอร์ (Joint venture) ท่านทราบหรือเปล่าครับว่าวันนี้ประเทศไทยไม่มีกฎหมาย เกี่ยวกับจอยท์เวนเจอร์รองรับ ไม่มีนะครับ ใกล้เคียงที่สุดคือกฎหมายที่ใช้ในการประเมิน ภาษีของธุรกิจร่วมค้าหรือจอยท์เวนเจอร์นั่นเอง ใช้ในการประเมินภาษีเท่านั้นครับ แต่ไม่มี กฎหมายว่าด้วยความรับผิดชอบของบริษัทแม่ที่เข้ามาร่วมทุนเลย ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ สิ่งที่เป็นอันตรายมากที่สุดก็คือบริษัทแม่อาจจะมีทุนจดทะเบียน ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่เอามา ลงทุนในโครงการในประเทศไทย ๑๐ ล้านบาท ความรับผิดชอบของบริษัทนี้ภายใต้กฎหมายไทย รับผิดชอบ ๑๐ ล้านบาทเท่านั้นครับ ไม่ได้ผูกโยงไปกับบริษัทแม่ที่มาร่วมทุน กฎหมายไม่มี รองรับครับ การร่วมทุนมีหลายลักษณะ จริง ๆ แล้วนอกจากจอยท์เวนเจอร์ แม้กระทั่ง จอยท์เวนเจอร์เองมีการลงทุนร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกัน ทำร่วมกัน มีการลงทุนร่วมกัน รับผิดชอบแยกกัน ทำแยกกัน มีการลงทุนร่วมกัน รับผิดชอบแยกกัน แต่ทำร่วมกัน ๓-๔ กรณีนี้ไม่มีกฎหมายรองรับ ท่านจะดำเนินการอย่างไรครับ ประเทศอื่น ๆ เขามีครับ ถ้าท่านบอกว่าวันนี้จะมี เมื่อกี้ท่านบอกเอง ไม่ต้องแก้กฎหมายฉบับใดเลย ใช่ครับ แต่กฎหมาย มันไม่มีครับ ท่านต้องตราขึ้นมาครับ เพราะไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาสำหรับการดำเนินการ ของบริษัทในประเทศและการกำกับดูแลของภาครัฐ กรณีคอนซอร์เทียม (Consortium) ไม่ได้ระบุไว้ในร่างที่ไปเจรจานะครับ แต่การทำธุรกิจมีการทำคอนซอร์เทียมเยอะเลยครับ ท่านก็ไม่ระบุครับ ก็เป็นการร่วมทุนอีกลักษณะหนึ่ง แต่หายไปเลยครับ จากกรอบของการเจรจา อันนี้ผมคิดว่าก็ไม่น่าจะถูกต้องนะครับ อาจจะตกหล่นไปหรือเปล่าผมก็ไม่ทราบนะครับ เพราะฉะนั้นการประเมินนิติบุคคลในลักษณะต่าง ๆ ของลักษณะของการร่วมทุนซึ่งมีหลายแบบ ที่ผมชี้ไปแล้ว การประเมินในเรื่องการรับผิดต่อคู่สัญญา การรับผิดต่อรัฐ ถ้าเป็นกรณี ทำสัญญากับภาครัฐ กรณีเรื่องการประเมินทางภาษี สิ่งเหล่านี้ไม่มีนะครับ เพราะมีหลายกรณี ที่ทำร่วมกันแต่แยกจ่ายเงิน การประเมินภาษีก็ต่างกันไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่มีรายละเอียดครับ

อีกประการหนึ่งครับ ตารางการแก้ไขข้อผูกพันสาขาโทรคมนาคม ท่านไม่ได้ ระบุว่าจะแก้ไขประเด็นไหนครับ แล้วก็ไม่มีการศึกษาผลกระทบ ไม่มีรายงานว่าจะมีกลุ่มใด ที่ได้รับผลกระทบบ้าง แล้วก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องความสอดคล้องในการปฏิบัติตามกฎหมาย ภายใน หรือพูดง่าย ๆ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และ พ.ร.บ. การประกอบ กิจการโทรคมนาคม ไม่ได้พูดถึงครับ เพราะฉะนั้นอ่านไปอย่างนี้ก็ไม่ทราบว่าทิศทางที่ท่านจะไปใช้ ในการเจรจาเป็นอย่างไร

แล้วก็ประการสุดท้ายนะครับ ก็คงเป็นเรื่องการเยียวยากับการปรับโครงสร้าง ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ท่านไม่ได้ระบุรายละเอียดไว้เลยครับ ท่านรัฐมนตรีต้องชี้แจงสักนิดหนึ่ง เพื่อความสบายใจของสมาชิกนะครับ แล้วก็ในเมื่อจะมีการส่งเสริมหรือเปิดให้ประเทศต่าง ๆ บริษัทในประเทศสมาชิกของอาเซียนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยนะครับ ก็ต้องถามว่า ประเทศไทยมีนโยบายอย่างไร ส่งเสริมบริษัทคนไทยไปลงทุนในต่างประเทศ ในกลุ่มประเทศ อาเซียนด้วย ถ้าไม่มีนโยบายอย่างนี้เราก็เป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียวนะครับ การลงทุน เชิงยุทธศาสตร์ของบริษัทไทย ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะบริษัทขนาดกลาง ขนาดย่อม ในภูมิภาคนั้นเป็นโอกาสที่ดี แต่ถ้าไม่มีรัฐบาลสนับสนุนหรือมีนโยบายที่ชัดเจน งบประมาณ ที่ชัดเจนรองรับ กลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะขนาดกลาง ขนาดย่อมก็คงจะไม่มีอนาคต ถึงแม้ว่ามีโอกาสอย่างดีในอาเซียนครับ ขอบคุณครับ