รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๕

วิฑูรย์ นามบุตร หารือเรื่องการบินไทยและไทยสมายล์ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐให้เตรียมความพร้อมในการแข่งขันกับสายการบินโลว์คอส โดยเฉพาะการซื้อเครื่องบินซุปเปอร์จัมโบ้เอ ๓๘๐ ของแอร์บัส และกรอบการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงด้านการขนส่งทางบก ระหว่างไทย-ลาว-จีน วิฑูรย์ นามบุตร ยังตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการเบิกเงินจ่ายงวดแรกในเดือนกันยายน ปี 2555 สำหรับโครงการก่อสร้างทางรถไฟท่านาแล้ง-เวียงจันทน์ สปป. ลาว และเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดชะลอการช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังต้องกู้เงิน และต้องรับภาระดอกเบี้ย

นายวิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา กรอบการเจรจาทุกกรอบที่คณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามา ผมให้การสนับสนุน และพร้อมที่จะร่วมลงมติให้กับทุกกรอบ รวมทั้งกรอบที่กำลังพิจารณากันอยู่ในขณะนี้ ก็คือกรอบการเจรจาการบินเพื่อจัดทำความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เห็นความจำเป็นในเรื่องนี้ เหตุของความจำเป็นในเรื่องนี้ก็เพราะว่าสถิติ หรือข้อมูลในปัจจุบัน การเดินทางทางอากาศมีอัตราการขยายตัว มีความต้องการเพิ่มขึ้น ค่อนข้างจะสูงมาก และเราเองก็ต้องบินเชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ ทั้งในภูมิภาคเอเชีย และทุกภูมิภาคในโลกนี้ ท่านประธานครับ การขยายตัวและความต้องการเดินทางเพิ่ม ไม่ได้เพิ่มขึ้นเฉพาะประเทศไทยครับ ทุกประเทศเพิ่ม โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนาครับ ถ้ามีสายการบินจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างจะสูง เพราะเป็นความแปลกใหม่ เป็นความต้องการ เป็นความสะดวก เป็นความรวดเร็วของการเดินทางกับพี่น้องประชาชน ในทุกประเทศ ในส่วนของประเทศไทยก็เจริญเติบโตมาโดยตลอด อัตราการขยายตัว อย่างปีนี้ ต่างประเทศที่การบินไทยของเราเดินทางก็มีการขยายตัวถึง ๙.๖ เปอร์เซ็นต์ หรือในประเทศ ก็มีการขยายตัวถึง ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ บางประเทศท่านประธานครับ ถ้าอยู่แถบอเมริกาเหนือ จะมีการขยายตัวสูงถึง ๘๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นในเรื่องของความจำเป็นคงไม่มีใครปฏิเสธว่า กรอบการเจรจาการบินเพื่อจัดทำความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศนั้นมันมีความจำเป็น และจะต้องให้คณะกรรมการไปดำเนินการอย่างเร่งด่วน

ประการต่อมา ที่อยากกราบเรียนท่านประธานไปยังผู้เจรจาในฐานะตัวแทน ประเทศ ก็คือเรามาดูความพร้อมของรัฐไทย มาดูความพร้อมของอุตสาหกรรมการบินของไทย เพราะว่าการบินไทย หรือไทยอินเตอร์ (Thai Inter) ถือว่าเป็นสายการบินระดับต้น ๆ ของโลก และได้รับการยอมรับสูงมากครับ ไม่ว่าเรื่องความสะดวก ความสบาย และการบริการ ท่านประธานที่เคารพครับ การบินไทยบางช่วงสั้น ๆ อย่างช่วงสงกรานต์นี่ครับ ทุกปีสถิติ ใกล้เคียงกันครับว่าช่วงสงกรานต์นี่คนจะใช้บริการของการบินไทยเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าคนที่มา จากต่างประเทศ หรือคนไทยเราในประเทศจะเดินทางออกไปต่างประเทศ ดูช่วงการบินเพิ่ม ๙,๕๔๘ เที่ยว ในช่วงสั้น ๆ สงกรานต์นี่จะมีผู้โดยสารถึงประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐-๑,๘๐๐,๐ ๐๐ คน ดังนั้นเรื่องความจำเป็น แน่นอนจะต้องมีการปรับปรุงและต้องมีการพัฒนา แต่ประเด็น ที่จะต้องกราบเรียนกับท่านประธานไปยังรัฐบาลก็คือว่าแน่นอนครับ การบินไทยต้นทุนสูง การแข่งขันก็สูง พนักงาน รายได้ สวัสดิการของการบินไทยอยู่ในสัดส่วนที่สูง โบนัส (Bonus) เจ้าหน้าที่มาก ตรงนี้ละครับ เป็นคอส (Cost) เป็นค่าใช้จ่ายของการบินไทย การบินไทย จะไปแข่งขันในอนาคตผมว่าลำบาก ในขณะนี้การบินไทยจะตั้งธุรกิจใหม่ขึ้นมา ก็คือสายการบิน ไทยสมายล์ ซึ่งจะเริ่มเปิดบริการใน ๒ เดือนข้างหน้า ท่านประธานครับ ฝากไปยังรัฐบาลครับว่า ให้ใช้ความระมัดระวัง ให้ใช้ความรอบคอบเรื่องของไทยสมายล์ครับ แน่นอนครับปีแรก ๆ อาจจะมีความต้องการบริการคนสักปีละ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ คน แต่การที่ตั้งไทยสมายล์ ขึ้นมานี่ก็เพื่อจะมาแข่งขันกับธุรกิจการบิน หรือที่เข้าใจกันว่าเป็นธุรกิจการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอส ท่านครับ บริษัทการบินไทยซึ่งเคยใหญ่โต ซึ่งเคยมีรายได้มีค่าตอบแทนสูง มาจัดตั้งองค์กรที่เรียกไทยสมายล์ และจะมาแข่งขันกับธุรกิจการบิน สายการบินโลว์คอสต่าง ๆ นี่ผมว่าจะลำบากครับ สายการบินโลว์คอสถ้าดูในประเทศไม่ว่าแอร์เอเชีย นกแอร์ หรือโอเรียนท์ หรืออะไรต่าง ๆ นี่ การบริหารจัดการจะแตกต่างกับการบินไทยเยอะครับ พวกเราสังเกต เวลานั่งเครื่องเอาแค่ในประเทศนี่ครับจากสนามบินสุวรรณภูมิไปลงจังหวัดใดก็ตาม พอไปถึง การบินไทยต้องดูความเรียบร้อยดูความพร้อม ใช้เวลาค่อนข้างเยอะในการจอดที่สนามบิน กว่าที่จะบินกลับมา และเครื่องบินของการบินไทยแต่ละลำ แต่ละลำนี่ครับ การใช้ต่อวัน การใช้อัตราเฉลี่ยต่อกิโลเมตร ต่อชั่วโมงใช้ไม่ค่อยมากครับ แต่ถ้ามาเทียบกับสายการบินโลว์คอส เขาบริหาร ใช้บุคลากร ใช้คนคุ้มครับ ไม่ว่านักบิน ไม่ว่าพนักงานบริการ แอร์โฮสเตส (Airhostess) หรืออยู่กราวด์ (Ground) เขาก็ใช้คุ้มครับ พวกเราจะสังเกตเห็นครับว่าเรานั่งโลว์คอสไปลง สมมุติบ้านผมอยู่จังหวัดอุบลราชธานีนี่ครับ ไปลงถึงจังหวัดอุบลราชธานีปุ๊บเครื่องแตะรันเวย์ เท่านั้นละครับ แท็กซี่ก็จอด ผู้โดยสารยังลงไม่หมดเลยครับ ฝ่ายเรียกขึ้นเตรียมพร้อมแล้ว เท่ากับว่าไปจอดหน้าสนามบินแห่งหนึ่งนี่ใช้เวลาประมาณสัก ๒๐ นาทีเองครับ เพื่อที่จะใช้ เครื่องบินลำนั้นให้เกิดความคุ้มค่าและบริการให้ได้กำไรผู้โดยสารหลาย ๆ เที่ยวขึ้น และยิ่งถ้าไปเทียบ กับสายการบินโลว์คอสของต่างประเทศครับ เมื่อสักครู่มีสมาชิกพูดว่าเดินทางโดยโลว์คอส จากประเทศไทยไปประเทศมาเลเซียนี่ไปกลับ ๗,๐๐๐ บาทครับ สุวรรณภูมิ-มาเลเซีย ๗,๐๐๐ บาท ท่านครับ สุวรรณภูมิ-สิงคโปร์ ใกล้เคียงกันครับ ตอนนี้โลว์คอสของบริษัท สิงคโปร์ ผมไม่บอกบริษัทอะไรนะครับ จะเป็นการโฆษณาให้เขาครับ ๔,๐๐๐ บาท ไปกลับ สุวรรณภูมิ-สิงคโปร์ ๔,๐๐๐ บาท ท่านครับ และไทยสมายล์นี่จะไปแข่งขันกับเขาได้อย่างไร เพราะทุกวันนี้ก็ต้องบอกว่าถ้าการบินไทยนี่ค่าโดยสารแพงมาก ถ้าเปรียบเทียบกับสายการบินอื่น ๆ เพราะฉะนั้นฝากรัฐบาลไปเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ เพราะยิ่งต่อไปในอนาคตจะมีการแข่งขัน กันมากขึ้น แล้วก็จะมากขึ้นหลายเท่าทวีคูณ

ประการสุดท้ายที่อยากฝากกับรัฐบาล ท่านครับ การเดินทางอะไรก็ตาม มันต้องมีความมั่นใจครับ ต้องเกิดความเชื่อมั่น ต้องให้ความสะดวก และสำคัญที่สุดคือ เรื่องความปลอดภัย การบินไทยเราพยายามจะให้ความร่วมมือถึงแม้จะแปรรูปไปขณะนี้ มันก็ถือว่าเป็นการบินในใจของคนไทยทุกคนละครับ ท่านครับ ขณะนี้รัฐบาลจะซื้อเครื่องบิน ซุปเปอร์จัมโบ้ (Super jumbo) ที่บอกว่า ไม่ใช่รัฐบาลครับ การบินไทยจะซื้อเครื่องบิน ซุปเปอร์จัมโบ้ที่เรียกว่าเอ ๓๘๐ (A 380) ของแอร์บัส (Airbus) ท่านครับ เรื่องนี้มันเรื่อง สำคัญครับ อยากจะให้รัฐบาลหรือท่านรัฐมนตรีที่กำกับดูแลการบินไทยช่วยเข้าไปดูหน่อย จะซื้อปีนี้ ๖ ลำ ท่านครับ ในเมื่อผู้โดยสาร ในเมื่อความต้องการการบินการเดินทางมากขึ้น จะเพิ่มเครื่องบินซื้อเครื่องบินเพิ่มไม่มีใครว่า แต่การเลือกซื้อเครื่องบินแต่ละประเภท แต่ละชนิดนั้น ท่านครับ มันต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสาร ต้องสร้างความมั่นใจให้กับ ต่างประเทศ และพี่น้องคนไทยในประเทศด้วยครับ จัมโบ้เอ ๓๘๐ (Jumbo A 380) ปีที่แล้ว ของบริษัท แควนตัส แอร์เวย์ มีปัญหาเรื่องเครื่องระเบิดใช่ไหมครับ ปีนี้ของสิงคโปร์แอร์ไลน์ ซุปเปอร์จัมโบ้เอ ๓๘๐ มีปัญหาเรื่องปีกการบิน มีปัญหาใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ รัฐบาลช่วยดำเนินการยับยั้งการซื้อเครื่องบินเอ ๓๘๐ ท่านจะปรับเปลี่ยนไปซื้อแบบไหน ลำไหนที่เป็นประโยชน์เพื่อซื้อเข้ามาแล้วจะให้เกิดความมั่นใจกับผู้โดยสาร และถ้าท่านยืนยัน ที่ยังจะซื้อเอ ๓๘๐ มันก็หนีไม่พ้นการครหาต่อเรื่องคอมมิชชัน (Commission) เพราะฉะนั้น ผมฝากประเด็นนี้เรียนไปยังรัฐบาล

กรอบการเจรจา กรอบที่ ๒ ที่ให้พิจารณารวมกันในวันนี้ก็คือ กรอบการเจรจา เพื่อจัดทำความตกลงด้านการขนส่งทางบก ระหว่างไทย-ลาว-จีน ท่านครับ ก็คงไม่มีใคร ปฏิเสธเช่นกันว่าเรื่องกรอบการเจรจาเรื่องนี้ก็ต้องเดินหน้าต่อ เพราะเรามีข้อตกลงว่าด้วย อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เราได้เดินทางและเดินหน้าไปหลายเรื่องแล้ว แน่นอนครับ การตกลง เรื่องกรอบการเจรจานี้จะได้ประโยชน์ทั้งทางการเมืองครับ การเมืองกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือพื้นที่ใกล้เคียงได้ผลประโยชน์ทั้งการค้า ได้ผลประโยชน์ ทั้งการลงทุน และแน่นอนที่สุดครับ เราจะได้ผลประโยชน์ทางด้านสังคม ได้ผลประโยชน์ ถึงความร่วมมือ ทั้งน้ำจิตน้ำใจระหว่างคนไทยกับคนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง การเดินทาง โดยรถยนต์ขอให้ได้รับความสะดวกในการเชื่อมโยงติดต่อ การเดินทางโดยรถไฟ ท่านครับ เพื่อนสมาชิกยังไม่มีใครพูดเรื่องนี้ แน่นอนครับว่าเราอยากจะให้การสนับสนุนการเดินทาง โดยรถไฟระหว่างไทย-ลาว-จีน แต่กว่ามันจะเกิดขึ้นท่านรัฐมนตรีให้ความมั่นใจกับรัฐสภา ได้ไหมครับ ผมเคยพูดเรื่องนี้หลายครั้งครับ แล้วก็นำเรียนหลายครั้งในคณะกรรมาธิการ งบประมาณหรือในคณะกรรมาธิการการคมนาคมที่เจ้าหน้าที่มาชี้แจงว่ามันจะยังไม่เกิด ในปีนี้ หรือท่านรัฐมนตรีคิดว่าจะเกิดได้อย่างไร เร็วเท่าไรยิ่งดี แต่สิ่งที่อยากจะฝากข้อสังเกต และเตือนไปยังรัฐบาลคือเรื่องกรอบการเจรจา ท่านครับ เวลาท่านไปเจรจากับประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศกัมพูชา กับประเทศลาว ท่านครับ ขอให้ใช้ความระมัดระวังด้วย อย่าใช้ความเป็นนักบริหารมือเติบ เดี๋ยวเราจะอยู่ในสถานะเตี้ยอุ้มค่อมครับ การช่วยเหลือ ประเทศเพื่อนบ้านถ้าเรามีความพร้อม มีความร่ำรวย มีสมบัติ มีเงินเหลือแล้วก็ไม่ต้องไปกู้ ต่างประเทศ เราจะช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านมันเป็นน้ำใจ เราจะได้เรื่องอื่นตอบแทนมา อีกมากมายครับ แต่ในขณะเดียวกันที่เรายังไม่พร้อม ประเทศไทยเองยังมีความจำเป็นต้อง กู้เงินต่างประเทศ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ๙ เดือน อนุมัติเงินกู้ต่างประเทศตามข้อมูลของสถาบันบริหารหนี้ที่มารายงานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณารายจ่ายงบประมาณเมื่อสัปดาห์ที่แล้วปรากฏว่าในช่วง ๙ เดือนที่ผ่านมา อนุมัติวงเงินกู้แล้ว ๑,๒๔๖,๐๐๐ ล้านบาท เป็นรัฐบาลที่กู้เงินสูงที่สุดในประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันการกู้มาใช้ในประเทศพวกผมก็ไม่ว่าเท่าไร ถ้ามีความจำเป็นจะกู้มาลงทุน ก็ไม่ว่า แต่การกู้แล้วให้ประเทศเพื่อนบ้านกู้ต่อโดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ย อันนี้ขอได้ไหมครับ ตัวอย่างมีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ

โครงการที่ ๑ ก่อสร้างทางรถไฟท่านาแล้ง-เวียงจันทน์ สปป. ลาว วงเงิน ของโครงการ ๑,๖๕๐ ล้านบาท และจะให้ความช่วยเหลือเดือนนี้ เดือนมิถุนายน ท่านครับ และจะเบิกเงินจ่ายงวดแรกให้ในเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๕ จำเป็นไหมครับ ชะลอก่อนได้ไหม เรายังไม่มีเงินครับ

โครงการที่ ๒ วงเงินของโครงการ ๑,๓๙๒ ล้านบาท โครงการพัฒนาถนน หมายเลข ๑๑ ช่วงบ้านตาดทอง-บ้านน้ำสัง และเมืองสังทอง ท่านประธานครับ จะเบิกเงินกัน เดือนนี้ละครับ ๑๓๕ ล้านบาท ผมบอกว่าจำเป็นไหม ผมถามไปยังสำนักงบประมาณ ถามไปยัง กระทรวงคมนาคมบอกว่ากระทรวงคมนาคมมีวงเงินหรือ ปรากฏว่าไม่มีครับ สำนักงบประมาณ โอนเงินไปให้สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่พูดไม่ได้ตำหนิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพราะเงินไม่ได้อยู่ที่กระทรวงคมนาคม แต่เงินไปอยู่ที่ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านที่เรียกกันว่า สพพ. ไม่เพียงแค่นี้ท่านประธานครับ มันยังมีอีก โครงการก่อสร้างถนนจากภูดู่ อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ถึงเมืองปากลาย แขวงไชยบุรี สปป. ลาว ก็จะให้ความช่วยเหลือวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ และการช่วยเหลือจะมีการจ่ายเงินกันในเดือนมิถุนายน กลางเดือนนี้ครับ และจะเบิกเงินงวดแรกให้เดือนกันยายน ๒๕๕๕ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องการช่วยเหลือ เพื่อนบ้าน ผมเรียนย้ำอีกครั้งครับ เราช่วยเรื่องอื่นก่อนได้ไหม ในเมื่อภาวะเศรษฐกิจในภาวะ การเงินของเรายังต้องกู้มาใช้ในประเทศอีกเยอะครับ แต่นี่เรากลับกู้เงินต่างประเทศเพื่อเอาไปให้ ประเทศเพื่อนบ้านกู้ต่อ ไม่ใช่เงินเรานี่ครับ และที่สำคัญพวกเราต้องมารับภาระดอกเบี้ย เราหน้าใหญ่ หน้าเติบไม่พอเราต้องมารับภาระดอกเบี้ยที่ต้องชดเชยให้กับเงินกู้ที่ให้ไป ท่านครับ ถามว่าประเทศลาวเขาต้องการไหม ประเทศลาวเขามีความพร้อมไหม ข้อมูล ณ วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ โครงการท่านาแล้ง เวียงจันทน์ ประเทศลาวเขาบอกว่าเขายังไม่มี ความพร้อม ถ้ายังไม่มีความพร้อมก็แสดงว่ายังไม่มีความต้องการใช่ไหม หรือเป็นการยัดเยียด โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ผมบอกว่าถ้ายังไม่มีความพร้อมของประเทศ เพื่อนบ้าน และพวกเราเองก็ยังไม่พร้อมเรื่องฐานะการเงินก็ขอให้หยุดชะลอไปก่อนได้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ รายการบางรายการเราต้องไปชดเชยเรื่องดอกเบี้ยให้มันเป็นภาระ ของประเทศครับ ผมฝากกรอบการเจรจาต่าง ๆ เพื่อให้รัฐบาลไปดำเนินการเพื่อประโยชน์ ของประเทศครับ และผมพร้อมให้การสนับสนุนทุกรายการ ทุกกรอบการเจรจาครับ ขอบคุณท่านประธานครับ