จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องการขนส่งทางบกระหว่างไทย-ลาว-จีน และการบินไทย เพื่อพัฒนาการเดินทางที่ดีขึ้น โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเร่งด่วนในการเปิดเสรีการเดินทางทั้งคนทั้งรถ และแก้ไขปัญหาการบินไทยให้ดีขึ้น
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ เริ่มที่กรอบการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลง ด้านการขนส่งทางบก ระหว่างไทย-ลาว-จีน ท่านประธานครับ เมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมา ผมขับรถยนต์จากกรุงเทพมหานครไปที่เมืองลี่เจียง ลี่เจียงก็คือใช้เส้นทางอาร์สามเอ (R3A) นี่ครับ ท่านประธานครับ ไปกับเพื่อนสื่อมวลชน ไปทดสอบรถกันด้วย แล้วก็สำรวจเส้นทางใหม่ ก็เลยนำมาเล่าให้ท่านประธานได้ฟังว่ากรอบการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงตามมาตรา ๑๙๐ หรือจะอะไรก็แล้วแต่ที่รัฐบาลไทยจะต้องทำนี่นะครับ ผมว่าเราช้ามานานแล้ว ที่จริงมาตรานี้ หลายท่านก็ไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ จากจังหวัดเชียงรายต้องนั่งเรือหรือเรียกกันว่า แพขนานยนต์ข้ามไปนี่ครับ แล้วก็วิ่งไปที่สิบสองปันนา ต่อไปที่นครคุนมิง ถนนของเขานี่ เสร็จเรียบร้อยแล้วหมดแล้วท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นของเราที่จังหวัดเชียงรายก็ยังทำ กันอยู่นี่นะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้รัฐบาลได้เร่งหน่อย การค้าขายจากประเทศจีนนี่ ท่านประธานครับ ตอนนี้คนจีนชอบประเทศไทยนะครับ ผมไปนี่เขาถามว่ามาจากไหน พอผมบอกว่ามาจากไทยกว๋อ ภาษาจีนนี่ท่านประธานครับ เขาชอบบอกโอ้เวรี่กู้ด (Oh very good) เพราะฉะนั้นสินค้าของประเทศไทยทางตอนใต้ของมณฑลยูนนานนี่ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย ขวาไปประเทศลาว ซ้ายไปประเทศพม่าขึ้นไปจนยูนนาน ถึงคุนมิง ถึงต้าลี่ ลี่เจียง ขึ้นไปถึง อูรูมูฉี แล้วก็วิ่งเลี้ยวหลังคาโลกไปจนถึงคาซัสสถาน ผมขับรถสำรวจมาครับ ท่านประธานครับ เห็นอย่างชัดเจนครับว่าคนจีนนั้นหลากหลายวัฒนธรรม และสินค้าต่าง ๆ แน่นอนครับ เขาก็อยากจะใช้บริการสินค้าไทยที่มีเยอะแยะมากมายหลากหลายครับ เหตุผลหลักการง่าย ๆ ท่านประธานครับ กรอบการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลง มันมีปัญหาเล็กน้อยเท่านั้นครับ ที่จะฝากไว้เป็นข้อสังเกตก็คือว่าการเดินทางระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนมันจะกลับข้างกัน ด้วยพวงมาลัยซ้ายกับพวงมาลัยขวาเท่านั้นเองครับ ถ้ารัฐบาลไทยจะไปเจรจาความกัน อย่างไรก็แล้วแต่นี่นะครับ ถ้าเกิดท่านสมาชิกรัฐสภามีโอกาสได้เดินทางข้ามจังหวัดเชียงรายนะครับ ระหว่างเส้นที่ไป สิบสองปันนา ไปนครคุนมิง ท่านประธานครับ ป้ายบอกทางข้างทางให้ชะลอความเร็ว ปกติก็เป็นภาษาจีน ภาษาอังกฤษนะครับ นี่เขาเขียนภาษาไทย สระอิ สระอี อาจจะไม่ตรงหน่อย แต่อ่านรู้ว่าชะลอความเร็ว แสดงว่ารัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับคนไทยในการเดินทางไป ทั้งท่องเที่ยวแล้วก็ขนส่งสินค้าครับ ผมขับรถยนต์วีโก้ท่านประธานครับ เป็นพวงมาลัยขวา แต่พอไปถึงนั่นก็ต้องขับชิดขวา ระวังพอสมควร เวลาจะแซงซ้ายก็ต้องให้เพื่อนนั่งข้าง ๆ บอก ฝากเป็นข้อสังเกตไม่เยอะมากท่านประธานครับ ให้รัฐบาลช่วยพิจารณาในข้อนี้ว่า ถ้าการทำ กรอบตกลงทางการค้าอะไรก็แล้วแต่เพื่อเปิดเสรีในการเดินทางทั้งคนทั้งรถนี่ครับ การจราจร ที่จะต้องอบรม คนจีนจะขับรถพวงมาลัยซ้าย ชิดซ้ายเข้ามาบ้านเราบ้างไหม และคนไทย จะขับพวงมาลัยซ้ายชิดขวาไปบ้านเขาจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นเห็นด้วยอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ที่เราจะเร่งดำเนินการนะครับ
เรื่องต่อมาท่านประธานครับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้เดินทางไปที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย จองเครื่องบินแอร์เอเชีย ท่านประธานครับ เพราะอะไร ถูกครับ ไปกลับประเทศมาเลเซียอยู่ประมาณสัก ๗,๐๐๐ กว่าบาท ถ้าจองการบินไทยนี่ จบข่าวเลยท่านประธานครับ ๑๕,๐๐๐ บาทไม่อยู่นะครับ มีคนเขาถามผมเหมือนกัน บอกทำไมการบินไทยเราจึงแพงเสียเหลือเกิน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ กรอบการเจรจา เพื่อจัดทำความตกลงเรื่องการเดินอากาศต่าง ๆ นานา ผมว่ายิ่งรีบทำเท่าไร เอาละเรายกการบินไทย ออกไว้นอกหัวใจของเราก่อน และเรามามองว่าเราจะได้อะไรบ้าง ผมเห็นชัดเจนท่านประธาน ก็คือว่าจะเกิดการพัฒนาขึ้นครับ เมื่อการบินไทยวันนี้มีคู่แข่งเยอะแยะมากมายหลากหลาย การบริการก็จะดีขึ้นครับ ผมเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภานี้หลายท่าน แม้แต่เจ้าหน้าที่ก็แล้วแต่นะครับ เวลาขึ้นเครื่องบินการบินไทยรู้สึกเหมือนต่ำต้อย ไม่รู้นะ ผมคิดเองนะครับ ท่านประธานครับ มีความรู้สึกเขาดูแลเราน้อยกว่าสายการบินโลว์คอส ไปนั่งนกแอร์บริการดีเหลือเกินครับ ไปนั่งแอร์เอเชียรู้สึกว่าเขาบริการดี แต่การบินไทยได้ประโยชน์เพราะอะไรท่านประธานครับ ฝรั่งชอบ เวลาดูแลฝรั่งนี่แทงค์กิว (Thank you) เลย แต่ท่านประธานครับ การเปิดเสรีในลักษณะนี้ หรือการทำกรอบตกลงว่าด้วยการเดินอากาศนี่ เมื่อเกิดการพัฒนาขึ้นก็ย่อมเกิดการแข่งขันครับ และที่สำคัญท่านประธานครับ เราปฏิเสธการแข่งขันทางการค้าไม่ได้ครับ หลายท่านยังเข้าใจว่า แอร์เอเชียของคนไทยครับ พอร์ต (Port) ใหญ่ ๆ เขามีโลว์คอสเซ็นเตอร์ (Low cost center) อยู่ที่เคแอล (KL) หรือว่ากรุงกัวลาลัมเปอร์ที่สนามบินครับ บินจากเคแอล กัวลาลัมเปอร์ มาแบงคอค (Bangkok) ครับ ไปที่ปุตราจายาในประเทศของเขาเอง ไปที่ประเทศอินโดนีเซีย ไปจาการ์ตาของเขาเอง ไปประเทศบรูไนดารุสซาลาม ไปอีกหลากหลายประเทศในอาเซียน ท่านประธานครับ แต่ว่าไทยนั้นก็บินอยู่ในเมืองไทยนี่ละครับ เต็มที่ก็มีบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะฉะนั้นถ้ากรอบการค้านี้ได้ทำเร็วท่านประธานครับ ผมว่าผมจะได้นั่งการบินไทย แบบราคาไม่แพงมากนัก แล้วก็จะมีสายการบินโลว์คอสจากต่างประเทศที่เวลาเข้ามาบริการ บ้านเรา เราจะรู้สึกว่าดีขึ้นครับ
นอกจากนี้ท่านประธานครับ หลายท่านเคยมีปัญหาระหว่างการเดินทางครับ เมื่อกรอบการค้าแบบนี้เกิดขึ้น เช่นน้ำหนัก ท่านประธานครับ ในต่างประเทศสายการบิน หลายสายให้แค่คนละ ๒๐ กิโลกรัม แต่การบินไทยให้ ๓๐ กิโลกรัม พอไปถึงต้องต่อโลว์คอส หรือไปต่อสายการบินอื่นครับ ต้องไปแยกกระเป๋าออกอย่างนี้ เพราะฉะนั้นข้อตกลงต่าง ๆ นี้ รายละเอียดว่ากันไปครับ แต่ขอให้เร่งดำเนินการท่านประธานครับ
การเช่าเหมาลำทุกวันนี้ก็เยอะครับ สภาผู้แทนราษฎรทั้งท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปดูงานกรรมาธิการต่างประเทศ บางคณะท่านประธานครับ ไป ๑๐๐ กว่าคน อย่างนี้เช่าเหมาลำถูกไหมครับ น่าจะถูกกว่าไหมครับ นัดเวลาได้แน่นอน ชัดเจน อย่างนี้เราไปพร้อมกันเลยไหมครับ กรรมาธิการ ๓๕ คณะ เช่าไปเลย ๕ ลำ แล้วก็ไปลงจุดเดียวกัน ราคาก็ถูกลง ถ้าเกิดเสรีแบบนี้เกิดขึ้นประเทศไทยก็จะดีขึ้นครับ
เมื่อกี้ท่านสมาชิกหลายท่านก็พูดถึงเรื่องน้ำมันครับ หลายประเทศก็ยังมีปัญหา เติมน้ำมันต้องเป็นชาติของตัวเองครับ จะมาไทยแลนด์ก็ต้อง ปตท. จะไปประเทศมาเลเซีย ก็ต้องปิโตรนาส จะไปประเทศคูเวตก็ต้องคิวเอท อย่างนี้เป็นต้นครับ
เพราะฉะนั้นสุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งที่กรอบการเจรจา การบินเพื่อจัดทำความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศนี่ครับ โลกมันเสรีแล้วครับ หลายประเทศ เขาเลิกทะเลาะกันในประเทศ เขารวมหัวกันแล้วพัฒนาประเทศแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศอื่น ๆ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับกรอบการเจรจาทั้ง ๒ กรอบครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ